นายแพทย์ธเนศ อมรพิทักษ์กูล "ผมไม่ใช่แพทย์ทางเลือก"

นัดพบ

เคยมั้ยคะที่เวลาเราป่วยพอไปพบแพทย์ หลังจากตรวจร่างกายแล้วแพทย์กลับบอกว่าคุณปกติ และเหมารวมว่าเป็นอาการวิตกจริตอย่างหนึ่ง คนไข้จำนวนไม่น้อยจึงเปลี่ยนไปใช้ยาสมุนไพรรักษา โดยเฉพาะสมุนไพรจีน ซึ่งปรุง และสกัดจากต้นไม้ ใบไม้ และรากไม้ ตำรับยาจีนจึงปรากฏอยู่ในคัมภีร์สมุนไพรเก่าแก่นับพันปี นอกจากสรรพคุณในทางรักษา สมุนไพรยังดีต่อการช่วยเสริมสุขภาพ และปรับสมดุลของร่างกาย

ส่วนสมุนไพรจีน จะช่วยให้ร่างกายเรากลับมาแข็งแรงในระยะยาวแบบไม่ต้องพึ่งยาปฏิชีวนะได้อย่างไร คุณหมอแบงค์ หรือ นายแพทย์ธเนศ อมรพิทักษ์กูล แห่ง Herb Plus+ ซึ่งไปศึกษาต่อด้านแพทย์แผนจีนมาโดยเฉพาะ และมีประสบการณ์รักษาคนไข้ด้วยสมุนไพรจีนมานับร้อยราย พร้อมแล้วที่จะเล่าถึงความมหัศจรรย์ของศาสตร์โบราณแขนงนี้ให้ฟังค่ะ...

ทราบว่าคุณหมอจบแพทยศาสตร์จากคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี แต่กลับสนใจที่จะศึกษาต่อทางด้านแพทย์แผนจีน

ใช่ครับ ผมเรียนจบคณะแพทยศาสตร์จากรามาฯ ซึ่งเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ที่ผมไปศึกษาต่อแพทย์แผนจีน เพราะศาสตร์ดังกล่าวได้ผ่านการพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพการรักษาและความปลอดภัยในการใช้กับผู้ป่วยมาแล้วนับไม่ถ้วน ปัจจุบันประเทศต่างๆทั่วโลก ต่างก็ให้การยอมรับและนำสมุนไพรจีนไปใช้ในการรักษากันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเชื่อมั่นในสรรพคุณและความปลอดภัยของสมุนไพรจีน ซึ่งได้มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของจีนมานับพันปี

สุดท้ายแล้วทุกวันนี้เวลาที่ผมรักษาคนไข้ จะเป็นการรักษาแบบผสมผสาน คือฟิวชั่น ทรีทเมนต์ คือนำข้อดีของแพทย์แผนปัจจุบันและสมุนไพรมาใช้รักษาร่วมกัน เพื่อเกิดผลดีต่อคนไข้ กอปรกับเนื่องจากเพื่อนสนิทของผมสมัยที่เรียนชั้นประถม เขามักจะเลือดกำเดาไหลอยู่ตลอดเวลา รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หาย วันหนึ่งอากงมาส่งผมที่โรงเรียนแล้วเห็นเพื่อนคนนี้เข้าก็สงสาร ก็ให้ผมไปเรียกเพื่อนคนนี้มาพร้อมกับเขียนเทียบยาสมุนไพรจีนให้ อาม่าของผมเป็นมะเร็งหลอดอาหาร แล้วก็เสียไปตอนผมอยู่ ป.3 ตอนนั้นก็คิดตามประสาเด็กว่าถ้าเราเป็นหมอเราคงรักษาอาม่าให้หายได้

ความจริงอากงไม่ใช่หมอ แต่ว่ามีเพื่อนสนิทเป็นหมอ ซึ่งท่านก็ได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้ทางด้านแพทย์แผนจีนมาบ้าง ปรากฏว่าพอเพื่อนคนนี้ไปซื้อยามาต้มกิน ไม่ถึงสัปดาห์อาการเลือดกำเดาไหลก็หายไปอย่างปลิดทิ้ง ทำให้ผมรู้สึกว่าสมุนไพรนั้นใช้ได้ผลจริง หลังจากนั้นไม่นานอากงก็เป็นเส้นเลือดในสมองแตก ก็เลยคิดว่าถ้าเราใช้สมุนไพรแบบอากงเป็น น่าจะช่วยชีวิตอากงได้

นอกจากอากงแล้วผมยังจำได้ว่าเวลานั้นแถวบ้านยังมีแพทย์คนหนึ่ง ท่านใจดีมาก ดูแลรักษาคนไข้เป็นอย่างดี มักจะหลีกเลี่ยงการใช้ยาแผนปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้จึงค่อยๆซึมซับมาเรื่อยๆ แต่ยังไม่ถึงกับสรุปกับตัวเองอย่างชัดเจนว่ารักในอาชีพแพทย์ แต่แรงผลักสำคัญคือความทรงจำอันดีงามที่มีต่อแพทย์ในวัยเด็ก ทำให้ผมตัดสินใจเลือกสอบเอ็นทรานซ์เข้าคณะแพทย์ศาสตร์

เป็นอาชีพในฝันด้วยหรือไม่คะ

เด็กหลายคนอาจจะเป็นความฝัน แต่สำหรับผมเรามีประสบการณ์ที่ดีกับอาชีพแพทย์มากกว่า

คุณหมอมีความเชื่อว่าโรคทุกโรคสามารถรักษาให้หายได้

จริงๆที่มาของความเชื่อนี้เริ่มจากการที่ไปศึกษาศาสตร์ทางด้านสมุนไพรเพิ่มเติม หลังจากเรานำมาใช้รักษาอาการคนไข้ จึงเกิดความคิดนี้ขึ้นมา เพราะที่ผ่านมาเราศึกษาแต่ทางด้านทฤษฎี ยังไม่ลองนำสมุนไพรมาใช้ในทางปฏิบัติ ซึ่งผลบางอย่างมันเกินความคาดหมายของเรา

ยกตัวอย่าง คนไข้ที่เป็นมะเร็งบางเคส ผมให้ยาสมุนไพรดักไว้ก่อน 2 สัปดาห์ ก่อนเข้าผ่าตัดเพื่อป้องกันการกระจาย แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นไม่ได้หวังว่าจะให้ก้อนมะเร็งยุบลง แต่ปรากฏว่าพอเขาเข้าไปผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ จาก 18 ซม. ก้อนมะเร็งยุบเหลือ 3 ซม. เพราะตอนแรกเขาเป็นตลอดแนวลำไส้ ขนาดผมรักษาคนไข้มาเยอะมาก ผมยังอดที่จะตื่นเต้นกับความมหัศจรรย์ของสมุนไพรไม่ได้เลย ต้องบอกว่าผลออกมาดีเกินคาด

คุณหมอไปศึกษาศาสตร์ทางด้านสมุนไพรจากที่ไหนคะ

เล่าให้ฟังก่อนว่าทำไมจึงอยากไปเรียนเรื่องสมุนไพร เพราะเราเห็นมาตั้งแต่เด็ก แต่พอเราไปเรียนแพทย์ ความทรงจำดังกล่าวก็ค่อยๆเลือนไปบ้าง แต่พอขึ้นมาดูแลคนไข้ตอนชั้นปี 4 ผมเริ่มสังเกตว่ามันมีหลายโรคที่รักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันแล้วมันไม่หาย

ยกตัวอย่างเช่น โรคไมเกรน การกินยาแผนปัจจุบันเป็นแต่เพียงระงับอาการไปเรื่อยๆ หรือคนไข้หลายรายที่มีอาการทางกาย แต่พอแพทย์แผนปัจจุบันตรวจอาการกลับไม่พบทั้งที่เจ้าตัวมีอาการ คนไข้เหล่านี้จะถูกเหมารวมว่าเกิดจากอาการวิตกกังวลทางจิต

ซึ่งจากการพูดคุยหรือสังเกตอาการ เรารู้ว่ามันไม่ใช่ บางคนมาพบผมด้วยอาการเหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม ซึ่งแพทย์แผนปัจจุบันตรวจไม่พบ โดยเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวผมเองก่อนหน้านี้ ช่วงตีสี่ ตีห้าผมจะรู้สึกว่าตัวเองมีไข้ต่ำๆ หรือช่วงตอนสี่ถึงห้าโมงเย็น ผมจะรู้สึกคล้ายๆกับมีอาการหมดแรง ทำงานต่อไม่ไหว เหมือนคนเป็นไข้ ผมก็รักษาไปตามอาการกับแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ก็ไม่พบความผิดปกติ ทั้งๆที่ผมไปให้อาจารย์แพทย์ที่รามาฯ เก่งมากถึง 3 ท่าน ตรวจอาการผลออกมา คือทั้ง 3 ท่านวินิจฉัยไม่ได้ว่าผมเป็นอะไร

ผมจึงเริ่มรู้สึกว่าในเมื่อแพทย์แผนปัจจุบันตอบโจทย์บางเรื่องไม่ได้ ผมจึงคิดถึงเรื่องสมุนไพร และเกิดความรู้สึกอยากไปเรียนเรื่องฝังเข็ม และการใช้สมุนไพรจีน

ผมได้ไปเรียนเพราะเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย-จีน โดยทางจีนส่งอาจารย์ที่เชี่ยวชาญทางด้านฝังเข็มมาสอน พอเรียนจบผมก็ไปเรียนกับหมอจีนอีกหลายท่าน ซึ่งบางท่านก็ปฏิเสธที่จะรับลูกศิษย์ แต่ยอมที่จะรับผมเป็นลูกศิษย์เพียงคนเดียว จะให้ยกตัวอย่างก็ไม่มีใครรู้จักเพราะท่านเหล่านี้มักไม่ค่อยเปิดเผยตัว

แล้วอะไรที่ทำให้เขายอมที่จะรับคุณหมอเป็นลูกศิษย์

จะว่าไปแล้วก็เหมือนในหนังจีน หมอจีนที่เก่งๆ เวลาที่รับลูกศิษย์ท่านจะพิจารณาก่อนว่าคนคนนั้นมีบุคลิกอย่างไร แต่สิ่งที่เขาเห็นในตัวผม คือความตั้งใจอยากจะเรียนจริงๆ ไม่ได้เจตนาที่จะนำความรู้ไปฉกฉวยผลประโยชน์กับคนอื่นๆ เขาก็เลยสอนผม

หมอจีนเหล่านั้นมีวิธีการสอนอย่างไร

วิธีการคือให้เรานั่งสังเกตการณ์อยู่ด้วยในขณะที่เขาตรวจคนไข้ พออาจารย์ตรวจเสร็จแล้วก็จะให้เราตรวจต่อด้วยการจับชีพจรเช่นเดียวกับท่าน แล้วก็ถามเรากลับว่าเมื่อจับชีพจรคนไข้แล้วเป็นอย่างไร เมื่อไหร่ที่เราตอบผิดท่านก็จะชี้แนะเราเพิ่มเติม

ผมเรียนวิธีการจับชีพจรอยู่ 3 ปี ถึงจะมั่นใจว่าถูกต้อง และสามารถบอกถึงอาการผิดปกติของคนไข้ได้ การจับชีพจรเป็นอะไรที่ยากมาก ในประเทศไทยแพทย์แผนปัจจุบันที่สามารถจับชีพจรแบบจีนได้มีไม่ถึงสิบคน

การจับชีพจรแบบจีนต่างกับการจับชีพจรแบบแพทย์แผนปัจจุบันอย่างไรคะ

การจับชีพจรแบบจีนนั้นเพื่อตรวจดูลักษณะการไหลเวียนของเลือด เมื่อเกิดอาการผิดปกติขึ้นในร่างกายการไหลเวียนของเลือดก็จะแตกต่างกัน ต่างกับแพทย์แผนปัจจุบันที่เพียงแค่ตรวจจังหวะการเต้นของหัวใจ การจับชีพจรได้อย่างแม่นยำจะช่วยให้เรารักษาได้อย่างถูกต้อง

ทำไมคุณหมอจึงเชื่อมั่นในเรื่องการรักษาด้วยสมุนไพรจีน

ผมไม่อยากใช้คำว่าความเชื่อ แต่มันเป็นสิ่งที่ผมเห็นด้วยตามากกว่า แล้วแพทย์แผนปัจจุบันเองก็เริ่มตัน ผลการรักษาไม่ได้ดีไปกว่านี้แล้ว แล้วโรคบางโรคก็รักษาไม่ได้ แล้วพอเรากินยาปฏิชีวนะเข้าไปมากๆ ตับกับไตก็จะพังเพราะยาเหล่านี้สังเคราะห์จากสารเคมี ซึ่งตรงกันข้ามกับการใช้สมุนไพร ซึ่งได้จากต้นไม้ ใบไม้ รากไม้

ข้อดีของการใช้ยาสมุนไพร ถ้าเราใช้อย่างถูกวิธีจะช่วยให้ตับและไตยิ่งแข็งแรงมากขึ้นเรื่อยๆ นี่จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ผมพยายามศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม

ในระหว่างที่เรียนเรื่องการฝังเข็ม และการใช้สมุนไพรของแพทย์แผนจีน คุณหมอไม่ได้รู้สึกขัดแย้ง

ไม่ครับ เพราะหมอที่ดีต้องคิดถึงคนไข้ก่อน เราจะต้องรักษาคนไข้ให้ดีที่สุด หมอที่เรียนแล้วคิดว่าตัวเองรู้มากแล้วที่สุดในโลก ก็จะตันไปเองในที่สุด ผมจึงต้องพยายามเติมความรู้ให้กับตัวเองไปเรื่อยๆ ผมไม่สนใจหรอกว่าจะด้วยวิธีไหน ขอให้เกิดประโยชน์แก่คนไข้มากที่สุดก็พอ ทุกวันนี้ผมก็ยังต้องเรียนอยู่ เพราะต้องการคิดค้นวิธีการที่ดียิ่งๆขึ้นไป ผมจึงคิดอยู่เสมอว่ามีวิธีไหนหรือไม่ที่รักษาได้ดีกว่านี้ ได้ครอบคลุมกว่านี้

หลักๆแล้ววิธีการรักษาด้วยแพทย์แผนจีนเขาเน้นวิธีใดบ้าง

ใช้สมุนไพร ฝังเข็ม และการนวด (นวดแผนจีน) แต่สมุนไพรจะเด่นมากที่สุดและเป็นวิธีการหลัก โรคเบา โรคหนักสามารถแก้ได้หมด เพราะเรารักษาที่ต้นตอ คืออวัยวะภายใน รวมทั้งสร้างความแข็งแรงให้ด้วย

การรักษาด้วยแพทย์แผนจีนในระยะสั้นอาจจะไม่เห็นผลอย่างชัดเจน และไม่รวดเร็วเท่าแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ส่งผลดีในระยะยาว เช่น อาการปวด เมื่อกินยาแก้ปวดอาจหายได้อย่างรวดเร็ว แต่พอหมดฤทธิ์ยา อาการก็กำเริบขึ้นมาอีก ทำให้ต้องกินยาปฏิชีวนะไปเรื่อยๆตลอดชีวิต ซึ่งส่งผลให้ตับและไตเสื่อมอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดโรคต่างๆตามมา ต่างกับการรักษาด้วยแพทย์แผนจีนที่จะค่อยปรับสมดุล เยียวยาอาการ และเสริมสร้างให้อวัยวะต่างๆของร่างกายแข็งแรงขึ้น รวมกระทั่งช่วยป้องกันโรคอื่นๆที่จะตามมาในอนาคตอีกด้วย หรือให้เหลือน้อยที่สุด

คุณหมอรักษาด้วยวิธีแพทย์แผนจีนมานานเท่าไหร่แล้วคะ

ประมาณ 7 ปีแล้วครับ จริงๆ สำหรับตัวยาก็ได้จากต้นไม้ใบหญ้า แล้วนำมาผ่านกระบวนการการสกัด ปกติแล้วผมก็ไม่ได้ใช้วิธีพื้นๆ แต่ยาสมุนไพรที่ผมใช้ส่วนคิดค้นสูตรขึ้นมาด้วยตัวเองเพื่อให้ออกฤทธิ์ได้ไวยิ่งขึ้น

ในส่วนของวิธีการสกัด คุณหมอก็ร่ำเรียนมาเช่นกัน

ใช่ครับ อาจารย์จะสอนให้ครบกระบวนการ ยาสมุนไพรของผมเมื่อเทียบกับยาต้มจึงออกฤทธิ์ได้ไวกว่า ซึ่งปกติยาเม็ดจะให้ฤทธิ์ทางการรักษาช้ากว่ายาต้ม แต่ผมใช้เวลา 7 ปีในการพัฒนา

สมุนไพรจีนมีผลข้างเคียงมั้ยคะ

สวยขึ้นครับ เวลาเราใช้สมุนไพร ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องผลข้างเคียงถ้าใช้เป็น คนเราอยากหาย แต่กินยาไม่ต่อเนื่องก็ไม่เกิดประโยชน์ หัวใจของการใช้ยาสมุนไพร คือความต่อเนื่อง กินให้ครบมื้อ ครบตามจำนวน ร่วมกับการปฏิบัติตัวเรื่องของอาหารการกินที่ถูกต้อง นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ซึ่งเรื่องนี้คนไข้ต้องให้ความร่วมมือกับแพทย์ ต่อให้หมอเก่ง ยาดีแค่ไหน ถ้าคนไข้ไม่ให้ความร่วมมือ คือจบ หมอเทวดาก็รักษาไม่หาย

ระยะเวลาในการรักษาขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง

ขึ้นอยู่กับอาการของโรค แต่โดยทั่วไปอาการจะค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ เพราะร่างกายคนเราต้องการระยะเวลาในการฟื้นตัว ฟื้นพลังงาน หลังจากนั้นจึงค่อยปรับระบบของร่างกายอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่ความแข็งแรงของร่างกาย หัวใจของการรักษาจริงๆ คือการป้องกันก่อน ซึ่งถือเป็นวิธีการรักษาที่ดีที่สุด หมอจีนที่เก่งๆ จึงป้องกันก่อนที่จะเกิดโรค อย่างตัวผมเองก็ใช้ยาสมุนไพรมาตลอด และพบว่ายิ่งกินยิ่งแข็งแรง

ทำไมแพทย์จีนจึงให้ความสำคัญเรื่องการป้องกัน

การป้องกันจะทำให้เราเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า เพราะคนเรามักจะใช้เงินเป็นจำนวนมากใน 6 เดือนสุดท้ายของชีวิต สู้เรานำมาใช้เพื่อการป้องกันไม่ดีกว่าหรือ การกินยาสมุนไพรมักใช้ร่วมกันหลายชนิด เพราะให้ฤทธิ์ที่ดีกว่า กินอย่างไรก็ไม่เป็นพิษ ได้ผลจริงในทางปฏิบัติ

ส่วนใหญ่แล้วคนไข้ที่เลือกใช้สมุนไพร มักป่วยด้วยโรคอะไร

ส่วนใหญ่จะเป็นโรคของคนเมือง เช่น ไมเกรน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง กรดไหลย้อน และออฟฟิศซินโดรม ต้นตอของโรคอยู่ที่ระบบภายในที่ทำงานผิดเพี้ยน ซึ่งเกิดจากไลฟ์สไตล์ ทุกอย่างเร่งรีบไปหมด ง่ายๆเลยอย่างโรคความดันเกิดจากการกินอาหารผิดวิธีหรือผิดประเภท รวมกระทั่งมีเรื่องความเครียดด้วย พักผ่อนไม่เพียงพอ ล้วนมีผลทำให้ร่างกายขาดสมดุล เกิดความแปรปรวน เหล่านี้คือปัจจัยเสริมที่ทำให้อาการของโรคนั้นแย่ลง และส่งผลถึงอวัยวะภายในซึ่งเป็นต้นตอของโรค วิธีการรักษา คือเราต้องแก้ไขระบบต่างๆเหล่านี้ให้คืนสู่สภาวะปกติ ซึ่งในหลายโรคได้ก้าวข้ามคำว่าแพทย์แผนจีนไปแล้ว เพราะเรารักษาแบบฟิวชั่น ทรีทเมนต์ โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เราอาจจะใช้ยาฝรั่งรักษาอาการเฉพาะหน้าไปก่อน หลังจากนั้นจึงใช้สมุนไพรปรับสภาพต่างๆของร่างกายให้เป็นปกติ ถ้าระบบไม่ได้พังมาก เราสามารถหยุดยาฝรั่งไปได้ตลอดชีวิต

การรักษาแผนปัจจุบันมักจะเหมาะกับการรักษาโรคที่ฉุกเฉิน นิยามของโรคฉุกเฉิน คือถ้าคนไข้ไม่รับการรักษา คนไข้จะเสียชีวิตภายใน 1 หรือ2 วัน เช่น ไส้ติ่งแตก หัวใจวาย แต่ถ้าเป็นโรคที่ไม่ใช่ปัจจุบันทันด่วน ใช้สมุนไพรจะดีกว่า ถามว่าทำไมสมุนไพรจึงเหมาะ ก็เพราะว่าโรคส่วนใหญ่มักเป็นโรคเรื้อรัง

ทุกอย่างมีดีหมด ต่างคนต่างเก่งไม่เหมือนกัน แต่บังเอิญว่าคนที่ชื่อสมุนไพรเก่งเรื่องที่คนส่วนใหญ่เป็น จึงกลายเป็นว่าเราใช้คนผิดประเภท เพราะฉะนั้นปัญหาในปัจจุบัน คือการเข้าถึงโรคบางโรค เช่น ไตวาย เบาหวาน จำนวนคนไข้จึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเราไม่รู้ว่าเหล่านี้คือโรคเรื้อรัง

คุณหมอจึงถ่ายทอดความรู้ต่างๆลงในหนังสือ " ปรับสมดุลชีวิตพิชิตโรค"

ความจริงเนื้อหาเกิดจากการที่ผมต้องอธิบายเรื่องเดิมๆ กับคนไข้ซ้ำๆ ทำให้เรารู้ว่าคนยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มากอยู่ ผมจึงเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา ก่อนที่จะตีพิมพ์ ผมได้ให้หลายๆคนอ่าน เพื่อตรวจทานดูว่าเมื่อคนทั่วไปอ่านแล้วเข้าใจหรือไม่ ปรากฏว่าบรรณาธิการของเนชั่นชอบมาก จึงนำไปตีพิมพ์ให้

สาเหตุของโรคที่เกิดขึ้น นอกจากไลฟ์สไตล์แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องอีกหรือไม่คะ

อีกสาเหตุหนึ่ง คือคนเราทุกวันนี้มักใช้ชีวิตสุดโต่ง กลุ่มหนึ่งกินแต่เนื้อสัตว์ อีกกลุ่มหนึ่งกลัวเนื้อสัตว์ราวกับผี แล้วสองกลุ่มนี้ก็ป่วยเหมือนกัน จริงๆแล้วเราต้องก้าวข้ามความเชื่อไปให้ได้ก่อน บางคนก็เชื่อว่ากินแต่ผักจะดี แต่ก็ไม่ใช่ เพราะเขาก็ยังป่วย ซึ่งเป็นที่มาของการเขียนหนังสือเล่มนี้ การสุดโต่งด้านใดด้านหนึ่งก็ก่อให้เกิดโรคได้เช่นกัน รายละเอียดเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ คนก็จะไม่ทราบ เล่มที่ 2 กำลังจะออกวางโครงไว้ว่าจะเขียนเรื่องสมุนไพรและอาหารให้มากยิ่งขึ้น

อาหารเป็นยารักษาโรคได้มั้ยคะ

เบื้องต้นครับ เพราะถ้าในรายละเอียดจริงๆ ต้องหมอเท่านั้นครับ องค์ประกอบ 3 อย่าง ที่ทำให้มนุษย์แข็งแรง คืออาหาร เรื่องของการพักผ่อน และเรื่องของสมุนไพร สิ่งที่คนเราดูแลตัวเองได้ คืออาหาร และการนอนหลับพักผ่อน ส่วนเรื่องของยาหรือสมุนไพรต้องแพทย์เท่านั้น

ในอนาคตคิดว่าพัฒนาการของแพทย์ทางเลือก แพทย์แผนจีน แพทย์แผนไทยจะเติบโตขึ้นอย่างไร

ผมว่าจะขยายวงกว้างขึ้น แต่ปัจจุบันผู้ที่รู้จริงจะน้อยมาก ผมไม่อยากให้ใช้คำว่า "แพทย์ทางเลือก" เพราะคำว่าทางเลือกนั้นรักษาคนไข้ให้หายมานักต่อนักแล้ว จริงๆมีศักดิ์ศรีเท่ากัน ศาสตร์เหล่านี้ต้องดีจริงๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่ใช้รักษาสืบต่อมาจนกระทั่งปัจจุบัน ในอนาคต ถ้าเราไม่ปิดกั้น ศาสตร์ทางด้านนี้ไปไกลแน่นอน

ในเมืองไทยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญลักษณะเดียวกับคุณหมอมีมากมั้ยคะ

มีไม่เกิน 5 คน เพราะเขาไม่สนใจ และศึกษายากด้วย ตอนที่ผมตั้งเป้าว่าจะไปเรียนเรื่องสมุนไพรจีน เพราะผมอยากจะรักษาคนไข้ให้หายและดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ระงับอาการแบบชั่วครั้งชั่วคราว

แรกที่เดียวผมรักษาคนรอบตัวก่อน เมื่อพอได้ผลเขาก็บอกว่าน่าจะเปิดคลินิกรักษาให้เป็นเรื่องเป็นราว เพื่อที่คนอื่นๆที่ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่เพื่อนฝูงจะได้มีโอกาสทางการรักษาบ้าง ผมจึงตัดสินใจเปิด Herp Plus+ แบบเป็นเรื่องเป็นราว

คนไข้เยอะมั้ยคะ

ปกติก็เยอะอยู่แล้วครับ (หัวเราะ)

การเรียนแพทย์แผนจีนให้ประสบความสำเร็จสำคัญที่...

ใจต้องเปิดครับ เพราะผมเรียนกับหลายอาจารย์มาก สิ่งที่เหมือนกันคือเราร่ำเรียนไปเพื่อรักษาคน ซึ่งทุกร่างกายเป็นสากล ระบบการทำงานทุกอย่างก็เหมือนกันหมด ไม่ได้แบ่งแยกว่าไทย จีน ฝรั่ง

ส่วนใหญ่คนใช้ยาสมุนไพรมักกลัวเรื่องสเตียรอยด์

สเตียรอยด์เป็นเรื่องของความเชื่อที่งมงาย อุปมาอุปไมยที่เราเชื่อว่าสมัยก่อนมีแม่มด คิดง่ายๆว่าสมุนไพรเราสกัดจากพืช ผัก ถ้าเช่นนั้นเรากินผักทุกวัน เรามิตัวบวมแย่รึ การจะมีสเตียรอยด์ได้เมื่อปรุง เขาต้องนำยาแผนปัจจุบันใส่ลงไปด้วย โดยตัวของสมุนไพรไม่มีสเตียรอยด์แน่นอน ถามจริงๆเถอะครับ แล้วหมอที่เก่งๆใครจะไปใส่เพื่อให้การรักษายุ่งยากขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องของอคติมากกว่า เพราะแพทย์แผนปัจจุบันเองก็ไม่เคยเรียนเรื่องการใช้สมุนไพร แต่ชอบวิพากษ์วิจารณ์ว่าเมื่อไหร่ที่เลือกใช้สมุนไพรจะต้องเจอกับสเตียรอยด์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับคนเป็นหมอที่ต้องใช้ความรู้รักษาคนไข้

หลายคนยังมีความเชื่อเรื่องสมุนไพรแบบผิดๆ คือสมุนไพรต้องมีราคาถูก ความจริงแล้วสมุนไพรก็ไม่ต่างจากสินค้าชนิดอื่นๆ ของคุณภาพดีก็ต้องมีราคาสูงเป็นธรรมดา เหล่านี้คือข้อจำกัดหนึ่งของการใช้สมุนไพร แล้วเราก็จะไม่ใช้ของดี สมุนไพรที่มีคุณภาพดีจึงราคาจะสูง แต่คุณภาพก็สมราคาจริงๆครับ สิ่งที่ผมพยายามพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง คือในทางการออกฤทธิ์แรงขึ้น ครอบคลุมอาการให้มากขึ้น

คุณหมอมีคำแนะนำสำหรับผู้ที่ยังไม่ป่วยอย่างไรบ้าง

หมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายเสียแต่เนิ่นๆ หนังสือที่ผมเขียนสามารถใช้เป็นแนวทางในเรื่องดูแลรักษาสุขภาพได้เป็นอย่างดี อย่างน้อยๆ ผมอยากให้คนทั่วไปดูแลตัวเองก่อนที่จะป่วย ซึ่งจะเป็นวิธีการรักษาที่ดีที่สุด สำคัญคือต้องดูแลเรื่องอาหารการกินให้ถูกวิธี รวมทั้งเรื่องของการพักผ่อนจำนวนชั่วโมงครบอย่างเดียวไม่พอ ต้องนอนให้ถูกต้องเวลาด้วย คือเข้านอนก่อนสี่ทุ่มครึ่ง รวมทั้งต้องดูคุณภาพของการนอนด้วยว่าเป็นอย่างไร

คนที่อายุยืนส่วนใหญ่จะใช้สมุนไพรเป็นองค์ประกอบของชีวิต แต่...ย้ำว่าต้องใช้อย่างถูกวิธี และใช้เป็น ถ้าใช้ผิดก็อาจจะไม่ได้ผล และอาจจะมีโทษตามมา เพราะฉะนั้นการใช้สมุนไพรที่ถูกต้อง คืออย่าไปใช้ตัวเดียว (ชนิดเดียว) ต้องใช้ร่วมกับตัวอื่นเพื่อเสริมฤทธิ์กัน วิธีที่ถูกต้อง คือใช้เป็นตำรับแล้วกินต่อเนื่องตามธาตุของตัวเองด้วยครับ

สุขภาพที่ดีขึ้นของคนไข้ คือแรงบันดาลใจในการรักษา ตลอดจนพยายามพัฒนายาสมุนไพรจีน เพื่อให้ครอบคลุมโรคมากยิ่งขึ้น คือบทสรุปของการสนทนา แต่คุณหมอแบงค์ก็ไม่ลืมที่จะย้ำว่า ทั้งแพทย์แผนไทย แผนจีน หรือแผนปัจจุบัน ล้วนมีข้อดี แต่ขึ้นอยู่กับว่านำมาใช้รักษาถูกต้องกับโรคหรือไม่