มิงกะลาบา มหาพุทธเจดีย์

วิถีไทย-วิถีอาเซียน

พม่า เป็นหนึ่งอาเซียนที่เพิ่งเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ จึงได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง จนผู้ที่เคยมีโอกาสแวะไปที่นั่นหลายครั้งในอดีตต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การไปเที่ยวพม่าในยุคเปิดประเทศของ ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ได้นำความแปลกใหม่กลายเป็นธุรกิจท่องเที่ยวที่มีราคาแพง

พม่าเปลี่ยนชื่อจาก Burma มาเป็น Myanmar ในพ.ศ.2532 เมืองหลวงปัจจุบันคือ เนปิดอ เดิมชื่อ เปียงมนา อยู่ห่างจากเมืองหลวงเก่า ย่างกุ้งไปทางเหนือราว 407 กิโลเมตร ราชธานีแห่งใหม่สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์ราชการแทนย่างกุ้ง ตั้งอยู่ตรงจุดตัดของถนนสายหลัก 2 สายที่เชื่อมระหว่างย่างกุ้งกับมัณฑะเลย์ ทั้งยังเคยเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ใช้มาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 วงในบางส่วนระบุว่า การย้ายเมืองหลวงของพม่าเป็นเหตุผลด้านฮวงจุ้ย แต่ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงเมืองหลวง

พม่าก็มีสถานะดีขึ้นเป็นลำดับจริงๆ เพราะคงไม่ง่ายนักสำหรับประเทศที่มีชาติพันธุ์ถึง 135 เผ่าพันธุ์อยู่ร่วมกัน จากประเทศที่ขับเคี่ยวกับการทำสงครามกันมาตลอดแทบจะไม่เคยมีเวลาว่าง ไทยกับพม่ากำลังจะมีโครงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจร่วมกัน ในขณะที่ความเหมือนในความแตกต่างระหว่างทั้งสองอันเป็นจุดเชื่อมโยงของการไปมาหาสู่กันเห็นจะได้แก่ การมีพระพุทธศาสนาที่เข้มแข็ง และเป็นเสมือนจุดขายของการเดินทางท่องไปในพม่า ดินแดนที่มีพระพุทธเจดีย์นับพัน คนพม่าเรียกเจดีย์ว่า พยา หาใช่ Pagoda อย่างที่ชาวต่างชาติชอบเรียกขาน เพราะสำหรับชาวพม่าพุทธเจดีย์เป็นองค์แทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นสถานที่สำหรับปฏิบัติบูชาเท่านั้น

พุทธศาสนาของพม่าอาจจะต่างไปจากคนไทยในแง่ของจิตวิญญาณ อย่างเห็นได้ชัด ภาพของพระสงฆ์ที่นั่งรถเบียดกับสุภาพสตรี หรือเณรที่วิ่งไล่เด็กผู้หญิง แม้แต่พระที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองอาจเป็นเรื่องธรรมดาๆ เพราะกฎทางสงฆ์ไม่ได้เคร่งครัด ในพม่าจึงเจนตาด้วยพระสงฆ์ที่โกนผมแต่ไม่โกนคิ้ว บิณฑบาตได้ทั้งตอนเช้าที่เป็นอาหารคาวหวาน ส่วนตอนบ่ายไปบิณฑบาตเลี่ยรายเงิน ขณะที่การเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนา พม่ากลับมีกฎกติกามารยาทเข้มงวด เต็มไปด้วยพิธีรีตอง เช่น ก่อนเข้าวัดหรือพระเจดีย์ต้องถอดรองเท้าถุงเท้าทุกครั้ง ซึ่งเป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติของชาวพม่าทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด แม้แต่สงฆ์ ชี เจ้าใหญ่นายโตหรือสามัญชน เมื่อใดที่เข้าเขตพุทธเจดีย์ วิหาร วัดวาอาราม ต้องถอดรองเท้านับตั้งแต่ผ่านธรณีประตู อันเป็นข้อห้ามสำหรับทุกคน

พระเจดีย์ชเวดากอง คือไฮไลต์ของพุทธเจดีย์ที่จะมีนักท่องเที่ยวแวะไปนมัสการและชมความงดงามตระการตาขององค์เจดีย์ที่มีอายุกว่า 2,500 ปีแห่งนี้ เป็นศาสนสถานที่เก่าแก่ที่สุดของพม่า ตั้งอยู่ในเมืองย่างกุ้ง นับเป็นหนึ่งในห้าของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่านับถือสูงสุด นอกจากพระเจดีย์ชเวดากองแล้ว สันนิษฐานว่าสร้างตั้งแต่สมัยอาณาจักรพุกามเรืองอำนาจ ต่อมาพระเจ้าบญาอูทรงสั่งให้บูรณะ แลพระนางฉิ่นซอปู้ทรงสร้างลานและกำแพงล้อมรอบ พระราชทานทองคำเท่าน้ำหนักของพระองค์เองจำนวน 40 กิโลกรัม นำไปตีเป็นแผ่นทองหุ้มสถูป ต่อมาแผ่นทองคำชำรุดหลุดร่วงไป พระเจ้าธรรมเซดีทรงบริจาคทองคำหนัก 4 เท่าของน้ำหนักองค์เพื่อบูรณะซ่อมแซม

ในปี 2474 เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ ทำให้ฐานบันไดทางทิศตะวันตกเสียหาย ครั้นถึง พ.ศ.2513 แผ่นดินเกิดไหวครั้งรุนแรง รัฐบาลพม่าจึงสั่งทำโครงสร้างพิเศษเสริมยอดพระเจดีย์ให้แข็งแรง ปัจจุบันทองคำที่นำมาหุ้มองค์พระเจดีย์ชเวดากองมีน้ำหนักกว่า 50 ตัน ประดับด้วยเพชร 5,548 เม็ด พลอย 2,317 เม็ด องค์ฉัตรสูง 10 เมตร ตกแต่งด้วยกระดิ่งทองคำ 1,065 ลูก กระดิ่งเงิน 420 ลูก โดยมีมรกตเม็ดใหญ่อยู่บนยอดสุด

ภายในองค์พระเจดีย์มีพระเกศาธาตุ 8 เส้นของพระพุทธเจ้า จึงมีผู้เดินทางมาจากทั่วโลกเพื่อมาประกอบกิจทางพุทธศาสนาในลักษณะต่างๆ ที่พบเห็นกันจนเจนตาคือ การกวาดลานพระเจดีย์ที่มีให้เห็นทั้งเช้าและเย็น

พระเจดีย์อีก 4 แห่งซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์ที่ชาวพม่านับถือสูงสุด ได้แก่

1. พระเจดีย์ชเวมอดอว์ อยู่ที่หงสาวดี เป็นพระเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่และสูงที่สุดของพม่า มองเห็นเด่นเป็นสง่าวาววับจับตาได้ไกลถึง 10 กิโลเมตร

2. พระเจดีย์ไจก์ถิโย หรือพระธาตุอินทร์แขวน เป็นพระเจดีย์แห่งความมหัศจรรย์มีลักษณะเป็นก้อนหินใหญ่วางแตะหน้าผาเหมือนจะกลิ้งตกลงมา แต่ยังนิ่งสงบท้าแดดท้าฝนมากว่า 2,400 ปี เชื่อกันว่าผู้ใดมานมัสการครบ 3 ครั้ง ผู้นั้นจะมีความสุขความเจริญ ขอสิ่งใดดั่งปรารถนา

3. พระเจดีย์ชเวซิกอง เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุกาม พุทธศาสนิกชนนิยมมากราบไหว้บูชาอย่างเนืองแน่นมิขาดสาย เป็นเจดีย์ที่มีตำนานเล่าขานว่า ช้างเผือกของพระเจ้าอโนรธาได้เสี่ยงทายหาสถานที่สร้างเจดีย์โดยอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานบนหลังช้างเผือก แล้วมาหยุด ณ ที่แห่งนี้ ชเวสิกองแปลว่า เจดีย์ทองบนผืนทราย เจดีย์องค์นี้ถือเป็นต้นตำรับของเจดีย์องค์อื่นๆในพม่าเลยทีเดียว

4. พระเจดีย์ชเวซานดอว์ มักเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวไปเฝ้าชมพระอาทิตย์ตกดิน เพราะสวยงามราวภาพวาด ดินแดนแห่งพุกาม ซึ่งถือเป็นราชธานีแห่งแรกของพม่า มีการสร้างเจดีย์เพื่อเป็นพุทธบูชาถึง 4,446 องค์ โดยมีพระเจ้าอโนรธาทรงรับพุทธศาสนานิกายเถรวาทจากมอญเข้ามาสู่แผ่นดินและสถาปนาเป็นศาสนาประจำชาติ ดินแดนแห่งนี้จึงได้รับการขนานนามว่า ดินแดนเจดีย์สี่พันองค์ แม้อาณาจักรพุกามจะล่มสลายไป แต่ยอดเจดีย์ยังคงเด่นตระหง่านเป็นประจักษ์พยานแห่งความร่มเย็น

นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งพุทธเจดีย์แล้ว วิถีชีวิตของชาวพม่ายังบ่งบอกถึงการมีพระพุทธศาสนาสอดแทรกอยู่ในเทศกาลสำคัญๆตลอดทั้งปี อาทิ เดือนมีนาคม จะมีประเพณีก่อกองทราย ณ พระเจดีย์ชเวดากอง เดือนเมษายน เทศกาลวันขึ้นปีใหม่ของพม่า มีการจัดงานตั้งแต่ 13-17 เมษายน ถือเป็นวันแห่งความมงคล มีการจัดงานบุญกุศลยิ่งใหญ่ทุกพระเจดีย์และพระอารามจะเนืองแน่นไปด้วยผู้คนตลอดทั้งวัน เดือนพฤษภาคม มีเทศกาลรดน้ำต้นโพธิ์ในวันวิสาขบูชา

เดือนกรกฎาคม มีเทศกาลวันธรรมจักร พระสงฆ์จำพรรษา สาวพม่าจะร่วมกันออกหาดอกไม้นานาพันธุ์ เรียกรวมๆว่า ดอกเข้าพรรษาเพื่อนำมาบูชาควบคู่กับการถวายจีวรและเทียนพรรษา โดยเฉพาะตลอดเดือนตุลาคม จะมีงานบุญติดต่อกันหลายงาน เช่น เทศกาลวันอภิธรรม (5-8 ตุลา ) เทศกาลพระเจดีย์ไจก์ถิโย (6-14 ตุลา ) งานฉลองเจดีย์เจาตอจีที่เมืองมัณฑะเลย์ (9-18 ตุลา ) เทศกาลพระเจดีย์ชเวสิกอง (28-31 ตุลา )

แม้ปัจจุบันพม่าจะผ่อนคลายความเข้มงวดต่อชาวต่างชาติที่พากันหลั่งไหลเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศ แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ ควรหลีกเลี่ยงการวิจารณ์ทางการเมืองในพม่า เพราะทางการยังถือว่าเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องของประชาชน หลีกเลี่ยงการถ่ายรูปทหาร บริเวณที่มีป้ายห้ามถ่ายรูป จุดยุทธศาสตร์ ระวังระบบการจราจรที่รถวิ่งสลับกับบ้านเราทำให้สับสนได้ และสุดท้ายระวังนักล้วงกระเป๋าที่แฝงอยู่ตามวัด วิหารและ พระเจดีย์ ไม่ต่างไปจากเองท่องเที่ยวตามมุมต่างๆของโลก