ตอนที่กำลังปั่นต้นฉบับอยู่นี่ เป็นช่วงที่ภาพยนตร์เรื่อง เจมส์ บอนด์ 007 ตอน "พลิกรหัสพิฆาตพยัคฆ์ร้าย (Skyfall)" กำลังฉายอยู่พอดี

ในภาคนี้ถือเป็นภาคสุดท้ายของ "ป้าเอ็ม" ที่เป็นหัวหน้าของ เจมส์ บอนด์ 007 เค้า

ส่วนป้าเอ็มจะเลิกจากภารกิจการเป็นหัวหน้าอย่างไร ต้องดูครับ ซึ่งใครที่ได้ดูจากในโรงมาแล้วก็คงได้คำตอบเป็นที่เรียบร้อย ส่วนใครรอลุ้นจากหนังแผ่น ก็รอกันต่อไปนะครับ

ที่ผมอยากเล่าเกี่ยวกับป้าเอ็มคนนี้ คือชีวิตจริงของป้าเอ็มครับ เพราะชื่อจริงของป้าเอ็มคนนี้ คือ Judi Dench มีฐานะเป็นถึง "คุณหญิง" เชียวนะครับ ชื่อเต็มๆ คือ Dame Judith Olivia Dench (ตำแหน่ง Dame ก็ประมาณคุณหญิงที่ได้รับสายสะพายบ้านเรานี่เอง) อายุอานามในหนังนั้น น่าจะเกือบ 60 ปีเห็นจะได้ แต่ตัวจริงนี่อายุ 78 แล้วครับ

ข่าวแว่วมาว่าเมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมานี่เอง คุณหญิง Judi มีปัญหาเกี่ยวดวงตา คือตาข้างหนึ่งแห้ง อีกข้างหนึ่งเปียก (เป็นโรคของคนชราครับ) ทำให้มีปัญหาในการใช้สายตาในการอ่านสคริปต์

อาจเพราะเหตุนี้ หรือไม่ก็อายุมากแล้ว คุณหญิง Judi เลยตัดสินใจออกจากวงการแสดงเป็นการถาวร ก็เลยเป็นเหตุให้ เจมส์ บอนด์ 007 จะไม่มีป้าเอ็มคนเดิมอีกต่อไป

M แรกผ่านไปทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับไอทีเลยแม้แต่น้อย เอาเป็นว่าผมอยากเล่าก็แล้วกันเนอะคุณผู้อ่าน

Multiply เป็น M ที่ 2 ที่เราต้องจากลา

มัลติพลายนี่ เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่บรรดาช่างภาพทั้งมือใหม่และมือเก่าต่างชื่นชอบกันมาก เพราะสามารถใส่รูป เก็บคลิป และอะไรต่อมิอะไรได้มากมาย เช่น

เก็บรูปภาพใส่ได้ไม่จำกัด ด้วยเหตุนี้เอง บรรดาช่างภาพน้อยใหญ่ทั้งหลาย ถึงได้เอางานตัวเองมาเก็บไว้ในนี้ พอมีลูกค้าสนใจอยากเห็นผลงานที่ผ่านมาว่าถ่ายรูปได้สวยขนาดไหน ช่างภาพก็เพียงส่งชื่อในมัลติพลายให้ พอลูกค้าไปเปิดดูถ้าถูกใจจะได้จ้างให้ถ่ายรูปได้เลย

ใส่วิดีโอ ใครที่ถ่ายวิดีโอเก็บไว้ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกแบบฟรี หรือเสียค่ารายปี ก็ตามสามารถอัพโหลดวิดีโอขึ้นไปเก็บบนมัลติพลายได้ โดยสมาชิกฟรีเก็บได้ไม่เกิน 10 นาทีต่อคลิป ส่วนสมาชิกจ่ายเงินเก็บได้ไม่เกิน 20 นาทีต่อคลิป ถ้าไม่อยากอัพโหลด แต่อยากไปหยิบของคนอื่นมาเก็บไว้ที่หน้ามัลติพลายของเราก็สามารถทำได้ เช่น จะดึงคลิปจาก You Tube มาแสดงที่มัลติพลายของเรา ก็สามารถทำได้แบบง่ายมาก

ใส่เพลง บางคนอาจไม่ชอบคลิป ก็สามารถไปหาเพลงมาอัพโหลดเพื่อเอามาเก็บไว้ในมัลติพลายได้ โดยสามารถอัพโหลดได้ครั้งละไม่เกิน 10 เพลง ซึ่งรายการนี้คงเป็นที่ถูกใจใครหลายคนมากเกินไป พักหลังมัลติพลายเลยลดลงให้เหลือแค่ครั้งละ 5 ไฟล์ แล้วก็ลดลงมาอีกเป็น 3 ไฟล์ในครั้งหลังสุด

กำหนดนัดหมาย โดยการใช้ปฏิทิน ซึ่งปฏิทินนี้เราสามารถส่งไปให้ใครที่เราต้องการก็ได้ หรือจะใช้ปฏิทินร่วมกับใครก็ยังไหว

Web Blog สำหรับบล็อกนี่ถือว่าเป็นจุดน่าสนใจของบรรดาบล็อกเกอร์ทั้งหลายเป็นอย่างมาก เพราะนอกจะสามารถใส่รูปเข้าไปในบล็อก โดยเลือกจุดวางรูปได้เองแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถกำหนด ขนาด ชนิด และสีของฟอนต์ที่อยู่ในบล็อกได้อีกด้วย

มัลติพลายเปิดตัวครั้งแรก เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ.2004 ที่รัฐฟลอลิดา สหรัฐอเมริกาโน่น จนกระทั้งต้นค.ศ.2012 ก็ย้ายมาอยู่ที่อินโดนีเซีย จากนั้นก็ประกาศว่าจะหยุดให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ในเดือนธันวาคม 2555

ผมเองก็เป็นสมาชิกมัลติพลาย ทั้งแบบฟรี และเสียตังค์ บอกตรงๆครับ ผมเสียดายมาก รูปอะไรสวยๆ งามๆ ถ่ายเก็บไว้ตั้งมากมาย ตอนนี้เอาออกมาเก็บไว้ในเครื่องหมดแล้วเพื่อรอหาเว็บสังคมออนไลน์แบบที่ถูกใจแห่งใหม่ แต่ยังหาไม่เจอซักที เอาไว้หาได้เมื่อไหร่จะมาแจ้งคุณผู้อ่านนะครับ

Messenger เป็น M ตัวที่ 3 ที่ต้องร่ำลากัน

ถ้าบอกแค่โปรแกรม Messenger อย่างเดียว หลายท่านอาจสับสน ทั้งนี้เพราะโปรแกรมตัวนี้มีของค่ายอื่นด้วย แถมของ Microsoft เองก็เปลี่ยนชื่อมาตั้งหลายครั้ง

โดยครั้งแรกที่เปิดตัว ในปี 1999 ในชื่อ "MSN Messenger"

พอปี 2001 ก็เปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า ".NET Messenger"

ปลายปี 2005 เปลี่ยนชื่ออีกเป็น "Windows Live Messenger"

แต่ไม่ว่าจะชื่ออะไรก็ตาม หน้าที่หลักของโปรแกรมตัวนี้คือการ Chat ครับ ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่นิยมชมชอบของวัยรุ่นและวัยล่วงอยู่ช่วงนึง จนกลายเป็นวลีติดปากของใครหลายๆคนว่า "เอาไว้เอ็มคุยกัน" ซึ่งก็เป็นที่รู้กันว่า จะแช็ตผ่าน MSN นั่นเอง ทั้งนี้เพราะ MSN นั้นสามารถทำงานได้หลากหลายระบบปฏิบัติการมาก ตั้งแต่ Windows XP, Windows Vista, Windows 7, Windows Mobile, Windows Phone, Windows CE, Xbox 360, Blackberry OS, iOS, Java ME, S60 on Symbian OS 9.x และ Zune HD (นี่ยังไม่รวม Windows 8 นะครับ แต่ผมแอบรวมไปแล้วล่ะ)

ดังนั้น หมายความว่าไม่ว่าใครจะใช้เครื่องอะไร iPhone iPad มือถือ หรือ Blackberry ก็สามารถแช็ตคุยกันได้หมด

แต่อย่างที่เคยมีคนว่าไว้ "กาลเวลากลืนกินทุกสรรพสิ่ง แม้แต่ตัวเอง" การถือกำเนิดของโปรแกรมคุยผ่านเน็ตที่ชื่อ Skype ก็ทำให้ไปเบียด MSN Messenger จนตกขอบเวทีไปในที่สุด

เพราะไตรมาสแรกของ พ.ศ.2556 ทาง Microsoft ก็ตัดสินใจยกเลิกการให้บริการ Windows Live Messenger แล้วให้เปลี่ยนมาใช้ Skype แทน โดยบัญชีผู้ใช้เดิมที่อยู่ใน Windows Live Messenger สามารถโอนมารวมอยู่ใน Skype ได้

อันนี้ผมก็ว่าน่าเสียดายเช่นกัน เพราะการแช็ตกันผ่านหน้าต่าง Messenger ถึงจะได้ไม่ทันใจ แต่ผมว่ามันก็ให้อารมณ์อบอุ่นไปอีกแบบนึงนะครับ