ทัดเทียมสตรีอาเซียนเรื่องอยากทำที่สุดของ... สุพัฒนา อาทรไผท ประธานสภาสตรีฯ คนใหม่

นัดพบ

ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้ประธานคนใหม่ ไม่ใช่ใครอื่น เพราะแม่ศรีเรือนท่านนี้คือ สุพัฒนา อาทรไผท ซึ่งคุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะหลายต่อหลายสมาคมที่มีชื่อสุภาพสตรีผู้นี้นั่งอยู่ในตำแหน่งประธาน ล้วนเป็นที่รู้จักขององค์กรสตรี เรื่องความคุ้นชินต่องานภาคสังคมคงไม่ต้องพูดถึง จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่ออยู่ในตำแหน่งประธานสภาสตรีฯ คนที่ 24 ตามรอยพี่สาว ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวนิช (ประธานคนที่ 10) เธอย่อมเป็นที่ถูกจับตามองของเครือข่ายองค์กรสตรีทั่วประเทศ

รับตำแหน่งประธานสภาสตรีฯ มานานเท่าไหร่แล้วคะ

จำได้ว่าวันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง คือ วันที่ 27 กันยายน 2555 นับถึงวันนี้ก็เดือนกว่า

ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปมั้ยคะ

ไม่เลยค่ะ (หัวเราะ) เพราะที่ผ่านมาก็ทำงานเพื่อสังคมมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ก็ทำงานกับสภาสตรีฯบ้างแล้ว เพราะเป็นประธานสมาชิกสมทบ ซึ่งก็เป็นตัวทำงานของสภาสตรีฯ

ทำไมจึงตัดสินใจลงสมัครเป็นประธานสภาสตรีฯ

ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ตัดสินใจ เพราะคิดว่าตัวเองยังไม่พร้อมรู้เรื่องสภาสตรีฯ ยังไม่มากพอ แต่หลังจากที่ช่วยงานในฐานะประธานสมาชิกสมทบของสภาสตรีฯ มา 6 ปี ก็คิดว่าสมควรแก่เวลา แต่ถ้าหากย้อนไป ดิฉันเองคลุกคลีกับสภาสตรีฯ มาตั้งแต่เด็ก เพราะคุณแม่ (คุณหญิงยุกตเสวีวิวัฒน์ หรือถนอมศรี ยุกตะเสวี) เป็นประธานสมาชิกสมทบคนแรกของสภาสตรีฯ ท่านเข้ามาทำตั้งแต่สมัยท่านผู้หญิงละเอียด ท่านมักพาดิฉันมาเป็นนักแสดง เต้นบัลเล่ต์บ้าง เต้นระบำบ้าง เวลาที่สภาสตรีฯ มีกิจกรรม

แต่ก่อนที่จะมาเป็นประธานสภาสตรีฯ ก็ได้รับเกียรติให้เป็นนายกสมาคมศิยษ์เก่าโรงเรียนมาแตร์ฯ ตั้งแต่อายุ 35 ปี เป็นนายกสมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิกและเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นายกสมาคมสตรีเพื่อสตรี นายกสโมสรไลออนส์เบญจสิริ ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ 2523-2548 ตามด้วยนายกสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ และสมาคมประชาสัมพันธ์โรงแรม แต่โดยส่วนตัวแล้วจะไม่รับตำแหน่งที่ซ้ำซ้อนกัน เพราะเป็นคนที่อยู่ที่ไหนแล้วต้องทำเต็มที่ เฉพาะนายกสมาคมเป็นมา 10 สมาคม จึงคิดว่ามีประสบการณ์เพียงพอแล้ว

นอกจากนี้ดิฉันยังคิดว่าสภาสตรีฯ มีความสำคัญ เมื่อเรามีประสบการณ์เพียงพอทั้งวัยวุฒิ และคุณวุฒิจึงกล้าที่จะเสนอตัว เพราะถ้าเกินกว่านี้ไปก็คงจะรีไทน์ได้แล้ว รวมทั้งสามี และลูกก็ให้การสนับสนุน

ทำไมคุณสุพัฒนาจึงชอบที่จะทำงานเพื่อสังคมคะ

โดยสายเลือดกระมังคะ เพราะเห็นมาตั้งแต่เด็ก เพราะทั้งคุณแม่ แล้วก็พี่สาวทั้งสองคนก็ทำงานเพื่อสังคมมาตลอด ตั้งแต่เรายังเล็กๆ เพราะคุณพ่อก็เป็นนายกสมาคมโรตารี่ ก็จับเราไปเป็นนักแสดงอีก เพราะท่านบอกว่าเป็นการฝึกเรื่องของการเข้าสังคม สร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง และก็ช่วยสังคมตามกำลัง คุณพ่อมองการณ์ไกลมากลูกสาว 3 คน อยู่ 3 โรงเรียน ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวณิช อยู่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย พี่สาวอีกคนอยู่เซนต์โยเซฟฯ ส่วนตัวดิฉันเองอยู่โรงเรียนมาแตร์เดอีฯ ท่านให้เหตุผลว่าจะได้มีเพื่อนเยอะ แล้วก็จริงเพราะเพื่อนพี่สาวก็เป็นเพื่อนเรา ตอนเด็กๆ เวลาที่คุณแม่ไปแจกของเราจะแพ็คบิสกิตใส่ถุงสมทบไปด้วยเพราะคุณแม่บอกว่าให้ช่วยตามกำลัง

สมัยเด็กๆ คุณสุพัฒนาถูกเลี้ยงดูมาอย่างไรคะ

ค่อนข้างเข้มงวดเพราะคุณแม่จะเจ้าระเบียบมาก ก่อนออกจากบ้านทุกอย่างต้องพร้อม ดูเรียบร้อย คุณแม่จะไม่ชอบเรื่องการแต่งหน้าในรถ ต้องเบ็ดเสร็จเรียบร้อยแล้วถึงจะออกมา การกระทำบางอย่างอาจจะพ้นหูพ้นตาคุณแม่ ท่านไม่เห็นแต่ตัวเราเห็น แม้กระทั่งเรื่องการแต่งตัวท่านก็จะกำชับเสมอว่าต้องไม่มากจนเกินไป แต่ก็ให้มีบ้าง เพราะฉะนั้นเวลาที่ออกงานสังคมต่างๆ คุณจะไม่เห็นดิฉันเป็นตู้เพชรเคลื่อนที่ ทั้งๆที่ดิฉันทำธุรกิจร้านเพชร คุณแม่จะเน้นเรื่องการแต่งกายให้ถูกกาลเทศะ

ในบรรดาพี่น้องที่เป็นสามใบเถาสนิทกันมั้ยคะ

สนิทกันทุกคนรวมทั้งพี่ชายอีก 2 คนด้วย มีอะไรก็จะช่วยเหลือกันอยู่ตลอดเวลา ท่านผู้หญิงสุมาลี จะแก่กว่าดิฉันมากเพราะท่านเป็นคนโต แต่เราเป็นคนสุดท้องท่านเลยเลี้ยงเราเหมือนลูก ท่านมักจะพูดกับใครๆอยู่เรื่อยว่าดิฉันเป็นลูกสาวคนเล็กของท่าน

แต่ถ้าถามว่าเมื่อมีครอบครัวแล้วชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าชีวิตตัวเองไม่ค่อยเปลี่ยนสักเท่าไหร่ ตอนเล็กๆ พอวันหยุดคุณพ่อก็จะขับรถพาไปเที่ยวต่างจังหวัด ครอบครัวเราจะอบอุ่นมาก กับลูกๆ ดิฉันเองก็เช่นกัน เวลานี้ลูกๆ แม้จะแต่งงานแล้วก็จะอยู่บ้านเดียวกันเป็นครอบครัวกัน แต่เป็นสัดส่วนนะคะ ถ้าเราคิดถึงกันก็จะเดินมาหากันอบอุ่นค่ะ

ตอนที่ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานสภาสตรีฯ ครอบครัวว่าอย่างไรบ้าง

ลูกสาวออกไปช่วยหาเสียงด้วยค่ะ (หัวเราะ) เพราะเขาเห็นว่าแม่ทำงานมานานแล้ว สมควรที่จะออกไปช่วยสังคมให้มากกว่านี้

ความโดดเด่นของคุณสุพัฒนาซึ่งเหมาะสมกับตำแหน่งประธานสภาสตรีฯ

สามารถเข้าได้กับทุกคน และเป็นคนค่อนข้างจะติดดิน

มีความตั้งใจว่าจะทำงานทางด้านใดบ้างคะ

ตั้งใจว่าจะเข้าให้ถึงสตรีระดับรากหญ้า เพราะดิฉันคิดว่าคนที่สมบูรณ์พร้อมอยู่แล้วเราไม่จำเป็นต้องช่วย เขาซิสมควรที่จะมาช่วยสังคม จากการที่ได้ลงพื้นที่ในต่างจังหวัดก็มีเสียงสะท้อนกลับมาว่าเขาอยากให้สภาสตรีฯ เป็นสิ่งที่เขาสัมผัสได้ เพราะก่อนหน้านี้เขามองเราเหมือนอยู่บนยอดพิรามิด เขาเข้าไม่ถึง ดิฉันก็รับปาก

เพราะฉะนั้นนโยบายใน 6 เดือนแรกนอกจากสะสางเรื่องที่ค้างอยู่เดิม สิ่งที่เราจะต้องทำเป็นอันดับแรก คือจะออกเยี่ยมทั้ง 12 ภาคให้ครบภายใน 6 เดือน การแบ่งภาคของสภาสตรีฯ เราจะแบ่งตามกาชาด ภาคหนึ่ง คือจังหวัดที่อยู่ในเขตปริมณฑล ภาค 2...3...4...ก็จะค่อยๆ ขยับออกไป

เป้าหมายในการลงพื้นที่แต่ละครั้งละคะ

เราต้องการไปฟังเสียงสะท้อนว่าเขาต้องการอะไร อยากให้ส่วนกลางช่วยเหลือเรื่องใดบ้าง นโยบายของสภาสตรีฯ คือเราจะไม่ลงไปทำเอง แต่เราจะให้ความช่วยเหลือโดยประสานงานกับภาคีสมาชิกทั้ง 190 องค์กร ซึ่งบางแห่งเขาเข็มแข็ง และมีความชำนาญในบางเรื่อง ถ้าเราทำด้วยตัวเองคงยากที่จะทั่วถึงเราจึงขอเป็นตัวกลางทำหน้าที่ประสานงานให้

ส่วนใหญ่แล้วเขาต้องการให้เราฝึกอาชีพในครัวเรือน ไม่ใช่อุตสาหกรรมใหญ่ แต่เป็นไปตามพระราชดำรัสจของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ที่พระราชทานให้ในวันสตรีไทย 1. ให้เป็นแม่บ้านที่ดี 2. เป็นแม่ที่ดี 3. หมั่นฝึกฝนตนเอง 4. รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทย เช่น ถ้าเราสอนให้เขาทำอุตสาหกรรมในครัวเรือน เขาก็ยังทำหน้าที่เป็นแม่ที่ดีได้ เพราะยังได้อยู่กับบ้านเลี้ยงดูลูก อาจจะเกิดการชักชวนแม่บ้านด้วยกันมาทำเป็นกลุ่ม เบื้องต้นเรามองไปที่งานเล็กๆ ส่วนหนึ่งเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

นอกจากต้องการพัฒนาอาชีพ ในส่วนของการทารุณกรรม หรือการถูกคุกคามทางเพศ สภาสตรีฯ มีการดำเนินงานเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร

ดิฉันเพิ่งไปลงนามในบันทึกข้อตกลงกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เกี่ยวกับการกระทำรุนแรงทางครอบครัว ดิฉันมีแนวความคิดที่จะเปิดเป็นศูนย์รับร้องเรียน จะเริ่มต้นในเดือนธันวาคมนี้ โดยเราจะรับร้องเรียนให้คำปรึกษาแต่ยังไม่ได้ตั้งชื่อเลยว่าอย่างไร มีคนทยอยส่งเข้ามาเรื่อยๆ วิธีการคือให้โทร.เข้ามาที่สภาสตรีฯ เราจะจัดเจ้าหน้าที่ไว้เฉพาะเพื่อจดชื่อเสียงเรียงนาม เบอร์ติดต่อ เรื่องที่ต้องการขอคำปรึกษาหรือร้องเรียน หลังจากนั้นเราจะส่งต่อปัญหาไปยังคณะกรรมการของเราที่มีความรู้ความสามารถ และพร้อมที่จะให้คำปรึกษาผู้รับชอบ แต่ถ้าถึงขั้นลงไม้ลงมือขึ้นโรงขึ้นศาลกันแล้วเราจะส่งต่อให้บัณฑิตสตรีทางกฎหมาย และศาลเยาวชนและครอบครัว เป็นผู้ให้คำแนะนำต่อไป ซึ่งทั้งคู่เป็นองค์กรสมาชิกของเรา เพราะสมาชิกของเราหลายท่านเป็นผู้พิพากษาสมทบด้วย ท่านเหล่านี้ก็จะมาเป็นอาสาสมัครให้เราโดยที่ไม่ต้องส่งไปอบรมใหม่เพราะทำหน้าที่ว่าความอยู่ทุกวัน

เราได้มีการประสานงานกับองค์กรสตรีอื่นๆ บ้างมั้ยคะ

ตอนนี้ยังค่ะ แต่หลังจากที่เราไปลงนามในบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับการทำรุณแรงต่อสตรีกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กับหลายองค์กร เช่น มูลนิธิปวีณา ก็ยินดีให้ความช่วยเหลือ และพร้อมที่จะร่วมมือด้วยกับศูนย์ที่เราจะเปิด

ในฐานะประธานสภาสตรีฯ มีมุมมองว่าผู้หญิงเราควรพัฒนาทางด้านใดบ้าง โดยเฉพาะเพื่อการความเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน

ต้องอิงกับ 4 ประการตามที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงพระราชทาน รวมทั้งต้องทำให้ตัวเองทันสมัยอยู่เสมอ ยังคงรักษาความเป็นไทย หมั่นเรียนรู้ อย่างน้อยต้องรู้ว่าประชาคมอาเซียนคืออะไร เรากำลังจะจัดการบรรยายอยู่เรื่อยๆ ได้คุยกับคุณหญิงลักษณา จันทร อดีตอธิบดีกรมอาเซียน ทาบทามไว้แล้วว่าจะให้มาช่วยบรรยายให้ฟัง ตอนที่เราไปหาเสียงในต่างจังหวัดเราก็มีการบรรยาย "เรื่องการเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน" โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงของประเทศ ซึ่งผู้หญิงเรามีส่วนอย่างยิ่งยวด เช่น เรื่องของสุขภาพ เรื่องโรคติดต่ดร้ายแรง การดูแลความสะอาดของบ้านเรือนให้ถูกสุขลักษณะ ซึ่งผู้หญิงเราสามารถช่วยได้ โดยที่ไม่ต้องออกไปรบ

ถ้าพูดถึงความตื่นตัวของสตรีในต่างจังหวัดต่อประชาคมอาเซียน

ส่วนใหญ่ตื่นตัวนะคะ โดยเฉพาะข้อมูลพื้นฐาน ซึ่งเราก็ให้ความรู้ไปพอสมควร แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องภาษาทางสภาสตรีฯ ได้ประชาสัมพันธ์ออกไปว่า ถ้าใครต้องการมีความรู้เรื่องภาษาก็ยินดีที่จะส่งวิทยากรไปสอนให้ เพราะตอนนี้ดิฉันเป็นที่ปรึกษาให้กับสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษอยู่ด้วยเท่าที่คุยกันเขาก็ยินดีที่จะส่งอาสาสมัครมาให้ อาจจะขอจากบริติชคอลซิลด้วย จากสถานทูตอังกฤษ หรือจากมหาวิทยาลัยเนชั่นเขาก็ยินดีที่จะจัดครอสให้เป็นกรณีพิเศษ

คนที่ต้องการความก้าวหน้าเขาก็คงอยากมาเรียน เพราะสมัยนี้ภาษาจำเป็นมากคนที่สวนที่เราจ้างมายังสามารถพูดภาษาอังกฤษได้เลย ต่อไปในอนาคตอาชีพที่เราจะสามารถเคลื่อนย้ายไปทำงานในประเทศกลุ่มประชาคมอาเซียน เช่น วิศวกร ทันตแพทย์ แพทย์ พยาบาล นักวิจัย นักบัญชี สถาปนิก แต่ถ้าเราจะไปแล้วภาษาสู้เขาไม่ได้เขาก็ต้องเลือกชาติอื่น

ในบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกัน สตรีชาวฟิลิปปินส์เรียนต่อระดับปริญญาตรีสูงสุด รองลงมาคือประเทศไทย ถ้าพูดถึงสิทธิสตรีไม่น่าเชื่อว่าสภาสตรีฯของประเทศพม่าจะโดดเด่นมาก เพราะเขาเข้าไปมีบทบาทอยู่ในทุกองค์กรของประเทศ เขาให้เกียรติสตรีมาก

คุณสุพัฒนาคิดว่าทันต่อเวลามั้ยคะ เพราะปี 2558 นี้เราก็จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ

ดิฉันคิดว่าก็ยังดีกว่าไม่ทำเลย เพราะก่อนนี้เราก็ไม่ได้ตื่นตัวอะไรกันมากสักเท่าไหร่ รู้แต่ว่ากีฬาซีเกมส์ถูกจัดขึ้นโดยกลุ่มประเทศอาเซียน นอกเหนือไปจากนี้เราก็ไม่รู้แล้ว

ประชาคมอาเชียนจะช่วยให้ผู้หญิงเราพัฒนาขึ้นอย่างไรบ้าง

เป็นเรื่องที่เราพยายามกันอยู่เพราะเวลานี้ผู้หญิงไทยเราก็เป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วน จะเห็นได้จากกระทรวงพาณิชย์ เกือบทุกกรมกองผู้หญิงอยู่ในระดับผู้บริหารแทบทั้งหมด มีถามกันเล่นๆว่า กระทรวงพาณิชย์ผู้ชายหายไปไหนหมด ข้อได้เปรียบของผู้หญิงเราคือเรื่องความละเอียดอ่อน กิริยามรรยาทอ่อนหวาน ขณะเดียวกันเราก็มีความเข้มแข็งอยู่ในที ผู้หญิงไทยมีเสน่ห์นะคะ

คุณสุพัฒนาคิดว่าผู้หญิงไทยมีความโดดเด่นเรื่องใดบ้าง

คิดว่าน่าจะเป็นความสุภาพอ่อนโยนมากกว่าชาติอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องเสน่ห์ปลายจวัก ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นอาชีพได้อย่างกว้างขวาง เพราะอาหารไทยเป็นที่นิยมของต่างชาติเกือบทั่วโลก

แต่โครงการที่อยากจะฟื้นฟูขึ้นมาคือ "โครงการเคหะศิลป์" ซึ่งเดิมที่สภาสตรีฯ เคยทำ แต่ก็ได้ยกเลิกไป เพราะสมัยที่ตามคุณแม่ไปสภาสตรีฯ ยังมีงานนี้อยู่ แล้วก็จะตื่นเต้นมากเพราะต้องทำงานฝีมือไปขายในงาน เอาเป็นว่าใครทำอะไรเป็นก็จะนำเข้าไปขายในงาน คิดว่าจะรื้อฟื้นขึ้นมาแล้วก็จะรับงานฝีมือจากกลุ่มแม่บ้านทั่วประเทศมาขาย แต่ต้องบอกว่าไม่ใช่งานโอท็อปนะคะ ทางกระทรวงมหาดไทยเขาก็จะร่วมด้วย ทุกอย่างจะทำในปีหน้า

แต่เรื่องที่จะต้องทำอย่างเร่งด่วนคือ การร่วมกับมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ผ่าตัดหัวใจ 225 รายทั่วประเทศ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถามว่าทำไมจึงเป็นตัวเลข 225 เกิดจากการนำเอาพระชนมพรรษาของในหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ มารวมกันกลายเป็นตัวเลขมงคล 225 ขณะเดียวกันเราก็จะต้องเตรียมงานวันเด็กปีนี้ เราใช้ชื่องานว่า "เด็กไทยรักพระเจ้าอยู่หัว" ปีนี้จัดเป็นปีที่ 7 แล้ว มีการมอบทุนการศึกษาเด็กพิการทุกปี ก็ตั้งใจว่าจะพยายามใช้เวลา 3 ปีนี้ให้เกิดกับสภาสตรีฯ ให้มากที่สุด

กรณีสตรีในภาคใต้ สภาสตรีฯ เข้าไปมีส่วนอย่างไรบ้าง

ดิฉันเองอยู่อีกชมรมหนึ่ง คือชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน ในนามของสมาคมนักเรียนเก่าในพระบรมราชินูปถัมภ์ สิ่งที่ทำได้มากที่สุดคือการให้กำลังใจทหารและครอบครัว ไปเยี่ยมเยียนเขาบ้าง สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณสร้างหมู่บ้านเพื่อช่วยเหลือหญิงม่ายที่ต้องดูแลลูกเพียงลำพัง

ใน 12 ภาคของสภาสตรีฯ คิดว่าภาคไหนน่าห่วงใยมากที่สุด

ในความคิดของดิฉันถ้าเป็นเรื่องของความปลอดภัยคงจะเป็น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าเรื่องความลำบากก็คงเป็นภาคอีสาน แต่ต้องบอกว่าเราไม่มีกองทุนสนับสนุนเพราะเราต้องหาเงินใช้เอง

คิดไว้หรือยังคะถ้ารีไทน์ตัวเองแล้วจะทำอะไร

เท่าที่คิดไว้อีก 3 ปีก็คงวางมือแล้วค่ะ แต่ไม่ทราบจะสำเร็จหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาตั้งเป้าไว้ว่าจะผ่อนลงตั้งแต่อายุ 60 ปี แต่ก็ยังติดพันเรื่อยมา อย่าพูดว่าเลิกเลยเอาเป็นว่าลดน้อยลงก็แล้วกัน เพราะมันอยู่ในสายเลือดไปเสียแล้ว

แต่ถ้าถามว่าอยากทำอะไร คงต้องตอบว่ามีเรื่องให้ทำมากมาย เพราะดิฉันชอบเย็บเสื้อ ชอบทำงานฝีมือทุกชนิด อย่างชุดที่จะใส่ในวันนี้ผ้าซิ่นก็เย็บเอง ส่วนเสื้อนั้นซื้อเพราะจักรรัตน์เขาปักสวย แต่ธรรมดาจะเย็บเอง

เพราะเราเรียนการเรือนมาทำเป็นทุกอย่างตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า แม้กระทั่งเรื่องแต่งหน้าทำผม ไม่รู้ว่าขี้เกียจหรือขยันนะคะ เพราะเป็นคนที่ไม่ชอบไปลองเสื้อที่ร้าน ครั้งแรกเราต้องซื้อผ้าไปให้เขาตัด พอตัดเสร็จแล้วก็ต้องไปลองถ้าไม่ต้องแก้ก็รับกลับมาได้เลย แต่ถ้าต้องแก้ก็ต้องไปเป็นครั้งที่ 3 แล้วสมัยนี้เสียเวลามากเราการจราจรบ้านเราติดมาก

แต่ดิฉันชอบตัดเย็บเสื้อผ้าใส่เองมาตั้งแต่สมัยสาวๆแล้ว แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมีเวลา สมัยก่อนเสื้อฟอร์มลูกสาว เสื้อซาฟีรีสามี เสื้อของท่านผู้หญิงสุมาลี ดิฉันก็เย็บให้ แล้วก็จะแต่งตัวให้คุณแม่ด้วยทั้งทำผมแต่งหน้า ตอนนี้ทำให้จนถึงหลาน

คุณสุพัฒนาเป็นคนเดียวในบ้านที่เรียนทางด้านการเรือน

ใช่ค่ะ เพราะชอบมาตั้งแต่เด็กๆ คุณแม่กะจะไม่ให้ทำงานอยากให้เป็นแม่บ้านแม่เรือนอยู่กับบ้าน เพราะคุณแม่จะมีงานเลี้ยงที่บ้านอยู่เนืองๆ เราก็ต้องดูแลทั้งเรื่องการจัดดอกไม้ เรื่องโต๊ะอาหาร แม้กระทั่งม่านบังตาที่บ้านก็ลงมือเย็บเองหมด

การทำงานฝีมือช่วยเรื่องสมาธิได้ดีมาก ช่วยให้เราเป็นคนใจเย็น เพราะเด็กๆ ความที่เป็นลูกคนเล็กก็เอาแต่ใจพอสมควร แต่พอไปเรียนการเรือนใจเย็นลงมาก โดยเฉพาะตอนเย็บผ้าจะชอบมากเพราะได้ทั้งสมาธิได้ทั้งงาน เมื่อก่อนเย็บเช้าเย็นต้องเสร็จ เชื่อมั้ยคะว่าถ้ามีใครเอาไหมพรหมที่ยุ่งๆ มาให้แก้แล้วม้วนใหม่ทำได้นะคะ มาแมร์ที่โรงเรียนสอนให้เพราะครั้งหนึ่งเคยทำยุ่งแล้วบอกกับมาแมร์ว่าจะทิ้งแล้ว มาแมร์บอกว่าไม่ต้องทิ้งประเดี๋ยวจะช่วยคลายปมให้ พอวันรุ่งขึ้นมาแมร์ม้วนไหมกลุ่มนั้นมาคืนอย่างสวยงามเหมือนไม่เคยยุ่งมาก่อน เพราะฉะนั้นคนสนิทจึงบอกว่าถ้าพี่โกรธใครแสดงว่าคนนั้นต้องแย่มาก ก่อนจะโกรธใครจะนิ่งไว้ก่อน

จะเป็นคนสองบุคลิก เพราะดิฉันเองก็เป็นนักกีฬาด้วย ตอนสมัยเรียนจะเล่นเน็ตบอล เป็นนักกรีฑา สมัยนั้นแข่งกับ ดร.วีณา เชิดบุญชาติ ซึ่งเคยเรียนอยู่เซนต์โยเซฟฯแข่งกันไปแข่งกันมาจนเป็นเพื่อนกัน นี่ก็ชวนมาเป็นรองประธานสภาสตรีฯ จะได้ช่วยงานกัน

คุณสุพัฒนารู้สึกอย่างไรที่ได้รับความไว้วางใจให้รับตำแหน่งประธานสภาสตรีฯ

ภาคภูมิใจค่ะที่หลายๆคนให้ความไว้วางใจเรา เพราะจากการเข้าประชุมกับ 190 องค์กรที่เรามีอยู่ มาร่วม 187 องค์กร ก็ตั้งใจว่าจะทำให้ดีที่สุด เพราะไม่ว่าจะรับตำแหน่งที่ไหนก็จะสร้างเกียรติประวัติให้กับองค์กรนั้นๆให้ถึงที่สุด

ฝากให้กำลังใจไปถึงผู้หญิงทุกคนด้วยนะคะ ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จก็จะอยู่ที่นั่น อย่าท้อถอย คนเราไม่จำเป็นต้องรวยเป็นมหาเศรษฐีจึงจะมีความสุข แต่ขึ้นอยู่กับว่าเรานิยามระดับความสุขของเราไว้ที่ตรงไหน เราเป็นแม่บ้าน เป็นคนธรรมดา เราก็มีความสุขได้ตามอัตภาพ ดิฉันไม่ใช่มหาเศรษฐี แต่ก็สามารถมีความสุข และช่วยเหลือคนอื่นได้ มีมากช่วยมาก มีน้อยช่วยน้อย เอ็นดูเขาเอ็นเราขาดก็ไม่ใช่ บางคนช่วยเรื่องความรู้ บางคนช่วยเรื่องเงินทอง

ดิฉันโชคดีที่มีทีมงานดี เอ่ยปากเรื่องอะไรก็ช่วยกัน ตรงนี้คือส่วนหนึ่งของกำลังใจในการทำงาน ทุกวันตอนนี้มีอย่างน้อย 1 คนที่อยากเข้ามาช่วยงานเรา

ฟังจากบทสัมภาษณ์แล้วเชื่อว่าสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ สมัยของ สุพัฒนา อาทรไผท น่าจะมีโครงการดีๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะผลงานที่ฝากไว้กับสมาคมต่างๆ การันตีความสามารถของเธอได้เป็นอย่างดี ยิ่งได้ทีมงานที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันด้วยแล้ว โครงการต่างๆ ของสภาสตรีฯ ซึ่งพุ่งเป้าไปที่สตรีระดับรากหญ้าขึ้นไปจนถึงระดับคงเกิดมรรคผลให้เป็นที่ประจักษ์