ข้าวห่อใบบัว

อาหารตาม (พ่อ) สั่ง

แรกสุด "ตะหลิว" กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะเขียนเรื่องข้าวอบสับปะรด หรือโอวนีแปะก๊วยดี ตะหลิวเลยสุ่มไปตลาดในเมือง (ตะหลิวไม่ได้อยู่บางกอกจ๊ะ) โดยหวังว่าถ้าเจอเผือกเชื่อมก็จะเขียนเรื่อง "โอวนีแปะก๊วย" ถ้าเจอสับปะรดเป็นลูกๆ (และต้องถูกใจด้วย) ก็จะเขียนเรื่องข้าวอบสับปะรด

แต่สิ่งที่ตะหลิวคิดไม่ถึงทั้งที่อยากเขียนเรื่องนี้ใจแทบขาด อีกทั้งเป็นรายการอาหารเมนูเด็ดอันดับต้นๆ ของคุณพ่อก็คือ "ข้าวห่อใบบัว" นี่เอง ทั้งนี้เพราะใบบัวนั้นหายาก แม้ลำบากออกเรือไป ค้นหาจากแดนไกล ใช้น้ำแข็งเปลืองน้ำมันอย่างไร ก็อาจหาซื้อไม่ได้

แล้วก็เหมือนฟ้าปรานี คืออยู่ดีๆก็เห็นใบบัวสวยๆ มาพร้อมกับร้านดอกไม้ซะงั้น ตะหลิวก็เลยไม่ปล่อยให้ใบบัวกองนั้นหลุดมือ โดยลงมือขนใส่ท้ายรถนำกลับบ้านมาทำข้าวห่อใบบัวสูตรคุณพ่อของตะหลิวให้คุณผู้อ่านได้ทัศนากันในฉบับนี้

แน่นอนว่าอันดับแรก เราต้องเตรียมเครื่องปรุงกันก่อน (สูตรนี้ทำได้ 6 ห่อ)

สูตรอาหาร

  • ใบบัว 6 ใบ ถ้าซ้อน 2 ก็ 12 ใบ
  • ข้าวสวย 8-10 ทัพพี
  • เม็ดบัวดิบ หรือแปะก๊วย กระป๋อง 2 ขีด
  • เกาลัดต้มสุก 2 ขีด
  • กุ้งแห้ง 1 ขีด
  • กระเทียม 10 กลีบ
  • รากผักชี 7-10 ราก
  • กุนเชียง 3 เส้น
  • หมูเนื้อแดง 1/2 กิโล
  • ซีอิ๊วดำ 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • ผงพะโล้ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่เค็มดิบ 6 ฟอง
  • น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืชสำหรับผัด 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันสำหรับทอด
  • ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทย ตามชอบ
  • น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ

เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาดูขั้นตอนกันเลยดีกว่า

1. อันดับแรกให้ตรวจดูข้าวก่อนว่าเหมาะกับทำข้าวห่อใบบัวหรือไม่ คือข้าวที่เหมาะจะทำข้าวห่อใบบัวนั้นต้องร่วนๆ ออกไปทางแข็งนิดๆ และไม่ต้องห่วงว่าข้าวห่อใบบัวจะแข็ง เพราะสุดท้ายเราต้องนำไปนึ่งไอน้ำ ถ้าใช้ข้าวแฉะ ตอนท้ายอาจกลายเป็นข้าวเปียกไป

2. ต่อมาต้องจัดการใบบัว โดยให้นำไปต้มในน้ำเดือด กะว่าใบบัวสุกแล้วให้น้ำมาล้างด้วยน้ำเย็นทันทีจนสะอาด แล้วจับผึ่งไว้ให้แห้ง

3. ตั้งน้ำมันสำหรับทอด พอร้อนแล้วให้เริ่มทอดเม็ดบัวก่อน แล้วเอามาตั้ง เสด็จน้ำมันไว้ แต่ถ้าใช้แปะก๊วยแทน ก็ไม่ต้องเอาแปะก๊วยมาทอดนะจ๊ะ ผ่านขั้นตอนนี้ไปได้เลย

4. พอทอดเม็ดบัวเสร็จ ก็จัดการทอดกุ้งแห้งต่อ เสร็จแล้วก็ผึ่งให้เสด็จน้ำมันเช่นกัน

5. ของทอดชิ้นสุดท้าย คือกุนเชียง ให้ทอดลงไปทั้งเส้นเลย มันจะปริ แตกบ้างก็ช่างมัน แล้วก็เอาเสด็จน้ำมันไว้เช่นกัน

6. จัดการหมูเนื้อแดงต่อ โดยให้ขยำกับซีอิ๊วดำ และผงพะโล้ จากนั้นนำเข้าเตาอบ ใครไม่มีเตาอบก็ให้ใส่ลงหม้อเล็กทั้งก้อนเลย แล้วปิดฝาตั้งไฟอ่อนๆ เติมน้ำมันงาลงไป แล้วคอยพลิกเนื้อหมูในหม้อด้วยนะจ๊ะ จนเนื้อหมูสุกทั่ว แล้วก็ตักใส่จานตั้งไว้ให้เย็น

7. ต่อด้วยกระบวนการผัด โดยให้เริ่มด้วยการตั้งกระทะสำหรับผัดด้วยไฟกลาง

8. ระหว่างรอกระทะ ก็นำรากผักชีกับกระเทียมมาตำ (ด้วยครก) หรือทุบ แล้วสับ (ด้วยมีดกับเขียง) ให้ละเอียด

9. พอกระทะร้อน ก็ให้ใส่กระเทียมกับรากผักชีที่จัดการจนละเอียดแล้วลงไปคั่วจนเหลือง

10. จากนั้นก็ใส่ข้าวสวยพร้อมกุ้งแห้ง และเม็ดบัว (หรือแปะก๊วย) ที่ทอดแล้วลงไปผัดต่อ

11. ใส่ซอสปรุงรส พริกไทย น้ำตาล ชิมรสชาติดู ปรับแต่งรสตามชอบ

12. เรายังไม่จบเรื่อผัดข้าว เพราะสุดท้ายเราต้องใส่น้ำมันงา โดยโรยให้ทั่ว แล้วผัดให้น้ำมันงาคลุกเคล้าเข้ากันดี แล้วให้ตักใส่ภาชนะพักไว้

13. ทีนี้ก็กลับไปที่ของทอดจ๊ะ โดยให้นำกุนเชียงมาหั่นสไลด์เฉียงเป็นแว่นๆ เตรียมไว้

14. ส่วนหมูอบก็ให้สไลด์เป็นแผ่นๆ ให้หนาประมาณเนื้อหมูของข้าวหมูแดงน่ะ

15. เกือบเสร็จแล้วอีกนิดเดียว ทีนี้ให้นำใบบัวมากางออก โดยหงายทางด้านใบด้านบนให้เหมือนกับตอนใบบัวชูช่ออยู่ในน้ำ อย่าได้เอาด้านก้านบัวขึ้นมาเชียว

16. นำไข่แดงของไข่เค็มใส่เข้าไปตรงกลาง (ไข่แดงไข่เค็มมันจะแข็ง ไม่ต้องกลัวเละ)

17. นำกุนเชียง หมูอบสไลด์ เกาลัดต้ม มาวางเรียงรอบๆไข่แดง

18. สุดท้ายตักข้าวผัดโปะลงไปด้านบน แล้วห่อทบข้าวเบาๆมือ ระวังใบบัวแตก (ถ้ากลัวแตกให้ห่อ 2 ชั้น)

19. นำห่อใบบัวใส่ลงในซึ้ง หรือหม้ออบไอน้ำ นำไปนึ่งต่อประมาณ 1/2 ชั่วโมง

เพียงเท่านี้เราก็จะได้ข้าวห่อใบบัวแสนอร่อยเอาไว้รับประทานแล้วจ้ะ

ทีแรกตะหลิวนึกว่าจะนิดเดียวนะนี่ เพราะตอนทำก็มัวเพลิน แถมติดขัดตรงไหนก็โทร.คุยกับคุณพ่อที่เป็นผู้เขียนสูตรให้ แต่ตะหลิวอดคิดในใจว่า นี่มันสูตรอาหารหรือลายแทงกันแน่ เพราะต้องอ่านตั้งหลายรอบกว่าจะเข้าใจ เนื่องจากเวลาคุณพ่อเขียนสูตรจะบอกแค่ว่าใส่อะไรบ้าง ส่วนใส่แค่ไหนนั้น มันอยู่ที่การชิมรสชาติ OMG งวดนี้อร่อยได้เพราะการสื่อสารนะนี่