ลายผ้าโบราณ...สืบทอดผ่าน "ครูภูมิปัญญา"

เส้นไหม ใยฝ้าย ลวดลายบนผืนผ้า
ช่างภาพ: 

ภูมิปัญญาสิ่งทอพื้นบ้านของชุมชนบ้านดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นผ้าทอที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งเป็นลวดลายมรดกที่สืบทอดต่อเนื่องกันมายาวนาน ทั้งด้านสีโครงสร้างของผ้า และลวดลาย อย่างเช่น ผ้าทอตีนจกลายหนีน้ำถ้วม ลวดลายที่พบแบ่งเป็น2 ประเภท คือ ลายหลัก เป็นลายขนาดใหญ่ มีหน้าที่ใช้เป็นส่วนที่จกอยู่ตรงกลางของลวดลาย มักเป็นลายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน มี 9 ลายดังต่อไปนี้ ลายโกมนกหงส์ ลายโกมนกไล่ ลายโกมนกเป็ด โกมหัวกุด ลายโกมกระแจ๋ ลายโกมขอเบ็ด ลายเขี้ยวหมาหน้อย ลายขอผักกูด ลายดอกบัวคำ ลายประกอบเป็นลายขนาดเล็ก มักถูกจัดตำแหน่งให้อยู่สองข้างของลายหลักข้างละเท่าๆกัน มีอยู่ 18 ลาย ดังต่อไปนี้ ลายก่ำปุ๊ง ลายห้องนก ลายเฮือสะเปาคำ ลายสายฟ้าหล้วง ลายเครือนกไล่ ลายกาบสัก ลายกุดก่ำเบ้อ ลายอี้เนี้ยซอนทราย ลายจั๋นหลวง ลายจั๋นกลีบ ลายสร้อยนกดอกหมาก ลายขันเกิ่ง ลายขันเงี้ยง ลายขันดอก ลายน้ำต้น ลายเขี้ยวหมาหลวง ลายกาบหน่อ ลายเกล็ดงูเหลือม และยังมีวิธีเรียกลายย่อยๆลงไปตามส่วนของลวดลาย เช่น ชนิดที่ 1 ลายโกม (โคม) ลายขัน ชนิดที่ 2 ลายเครือ ลายกูด ชนิดที่ 3 ลายแบบผสม ลวดลายในผืนผ้า มักเรียกตามจินตนาการของช่างผู้ทอ เช่น ลวดลายจากธรรมชาติพฤกษาและลวดลายจากสัตว์

องค์ประกอบของผ้าทอตีนจกลายหนีน้ำถ้วม ส่วนที่ 2 คือ หางสะเปา ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะ คือนิยมใช้เส้นฝ้ายสีเหลืองสลับดำมากกว่า ใช้เส้นฝ้ายสีดำสลับขาว เส้นหางสะเปาจะสั้นมักมีสีเดียวไม่นิยมสลับสีเหมือนแหล่งอื่น ช่วงสะเปาจะมีความกว้าง ส่วนตีนซิ่น เป็นส่วนที่อยู่ล่างสุดของผืน ผ้าทอตีนจกนิยมใช้ฝ้ายสีแดงทอทอลายขัดสลับธรรมดา ไม่นิยมที่จะใช้สีอื่นนอกจากสีแดงในการทอตีนซิ่น

วัสดุที่ใช้ในผ้าทอตีนจกในอดีตถึงปัจจุบัน ประกอบด้วย เส้นฝ้าย (ฝ้ายพ่าย) เส้นไหม เส้นไหมพรม เส้นไหมญี่ปุ่น (ไหมว้อง) ปัจจุบันนิยมใช้เส้นด้ายที่มาทอผ้าตีนจก ประกอบด้วย เส้นฝ้าย เส้นไหมประดิษฐ์ (ฝ้ายเก๋ว) และเส้นไหม ผ้าทอตีนจกนิยมใช้สีที่มีโครงสีฉูดฉาด อย่างเช่น สีเหลือง สีแดง สีขาว สีเขียว สีน้ำเงิน และสีม่วง จกลวดลายบนพื้นสีดำ หรือสีน้ำตาลมะเกลือเข้ม ทำให้ลวดลายที่ปรากฏบนผืนผ้ามีความโดดเด่น สีในอดีตได้มาจากธรรมชาติส่วนต่างๆของต้นไม้ ปัจจุบันใช้เป็นสีเคมีที่มีการย้อมมาพร้อมกับเส้นด้าย จากอดีตถึงปัจจุบันใช้กี่ทอมือ(กี่พื้นเมือง) ภายในกลุ่มทอผ้ามีผู้ชายที่สามารถทอตีนจกได้ ซึ่งอดีตถือว่าการทอผ้าตีนจกเป็นเรื่องของผู้หญิงเท่านั้น

กลุ่มทอผ้าวัดบ้านไร่ จัดตั้งกลุ่มขึ้นมาด้วยงบประมาณของ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอดอยเต่า จัดโครงการเรียนรู้หลักสูตรระยะสั้นขึ้นมา ซึ่งมีการจัดตั้งกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติขึ้นมา แต่ไม่ประสบผลสำเร็จจึงเปลี่ยนมาเป็นการทอผ้าตีนจก มีจำนวนสมาชิกกลุ่ม 20 คน มีเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่เป็นองค์อุปถัมภ์ โดยใช้พื้นที่ภายในวัดบ้านไร่เป็นสถานที่จัดตั้งกลุ่มและโรงทอ ในการรวบรวมลายผ้าตีนจกเก่าที่ยังคงหลงเหลือในชุมชนหรือจากหนังสือ โดยมีสมาชิกภายในกลุ่มเป็นผู้รวบรวมแล้วนำมาเขียนลงสมุดกราฟ เพื่อใช้เป็นแบบในการทอจกลายของกลุ่ม

ข้อมูลวิทยานิพนธ์ พัฒนาการผ้าทอตีนจกลาย "หนีน้ำถ้วม" กรณีศึกษากลุ่มทอผ้าตีนจกวัดบ้านไร่ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ของ "บัญชา อุดโพธิ์" ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (อาชีวศึกษา) นั้น ได้ให้กลุ่มทอผ้าใช้ประโยชน์ในการศึกษา สร้างผลดีทางด้านอาชีพ และรายได้ ทำให้เกิดความสัมพันธ์ของคนในชุมชน สร้างหลักสูตรผ้าทอตีนจก บรรจุเป็นหลักสูตรท้องถิ่น ให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้มีความรู้และฝึกทักษะจากผู้สูงอายุ เพิ่มคุณค่าผู้สูงอายุได้มีบทบาทสำคัญ เป็นครูภูมิปัญญา...ทำให้คุณค่าของผ้าทอลวดลายดั้งเดิมในท้องถิ่นของตน คงคุณค่าถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นตลอดไป