ฟื้นหัตถศิลป์... "ซิ่นลายหนีน้ำถ้วม"

เส้นไหม ใยฝ้าย ลวดลายบนผืนผ้า
ช่างภาพ: 

ซิ่นตีนจกดอยเต่าสีสวยลวดลายละม้ายตีนจกแม่แจ่ม ที่ทอดร่างอวดลายหลากหลายผืนตรงหน้าเรานี้มีชื่อว่า "ซิ่นน้ำท่วม" หรือ "ซิ่นน้ำถ้วม" ตามภาษาอักขระล้านนา เป็นซิ่นไทยยวนเชียงใหม่ของกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทะเลสาบดอยเต่าของจังหวัดเชียงใหม่ เอกลักษณ์เฉพาะของซิ่นน้ำถ้วม คือมีสีสันสดใส มีลวดลายมากถึง 500-600 ลาย อาทิ ลายอีเนี่ยว (แมลงปอ) ลายนก ลายป่าตือ ลายแมงมุม ลายหงส์คู่ การรังสรรค์ลายเกิดจินตนาการจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ใครจะคิดว่าซิ่นลายสวยเหล่านี้มีตำนานเรื่องเล่าหลายความเป็นมา เป็นความเชื่อของชาวล้านนาที่บอกกล่าวเล่าขานต่อๆกัน ส่งให้เส้นฝ้ายที่เรียงร้อยลวดลายกลายเป็นบันทึกปูมประวัติ ดึงดูดความสนใจให้ "บัญชา อุดโพธิ์" ปริญญา ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต (อาชีวศึกษา) ต้องลงมือค้นคว้าวิจัย ทำวิทยานิพนธ์ พัฒนาการผ้าทอตีนจกลาย "หนีน้ำถ้วม" กรณีศึกษากลุ่มทอผ้าตีนจกวัดบ้านไร่ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งจากการบอกเล่าและสัมภาษณ์ของเจ้าอาวาส ผู้สูงอายุ และสมาชิกกลุ่มทอผ้าสามารถสรุปผลการศึกษาตามการแบ่งช่วงระยะเวลาได้เป็น 3 ช่วง ช่วงที่ 1 สัญลักษณ์บนผืนผ้ากับความรุ่งเรืองในอดีตริมสองฝั่งปิง พ.ศ.2495 ก่อนการสร้างเขื่อนมีตำนานเก่าแก่ที่เล่าขานสืบต่อกันมาว่า กาลครั้งหนึ่งสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาถึงดินแดนแห่งนี้ ได้ทรงหยุดประทับแรมเทศนาสั่งสอนชาวบ้าน ณ สถานที่เป็นเนินเล็กๆ ตามตำนานชาวบ้านได้นำ "มะเต้า" (แตงโม) มาถวาย พระพุทธองค์จึงทรงตั้งชื่อสถานที่แห่งนี้ว่า "ดอนเต้า" "ดอน" คือเนินเล็ก ๆ "เต้า" คือ มะเต้าหรือแตงโม นานๆเข้าจึงกลายมาเป็น "ดอยเต่า" พระพุทธองค์ทรงทำนายต่อไปว่า ดินแดนแห่งนี้มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน และมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไป ผู้คนที่อยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำจะถูกรบกวน น้ำจะไหลกลับ จะมีพญานาคตัวใหญ่มาขวางกั้นลำน้ำแห่งนี้ไว้ มีสำเภาเงิน สำเภาทอง วิ่งขึ้นวิ่งลง

จากคำทำนายในตำนานสอดคล้องกับการสร้างเขื่อนภูมิพล ที่อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ในปี 2495 มีการปิดกั้นแม่น้ำปิง ทำให้เกิดเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่บริเวณเหนือเขื่อนจนถึงอำเภอฮอด ประชาชนที่มีถิ่นฐานอยู่เดิมตามสองฝั่งแม่น้ำปิง ต้องอพยพหนีน้ำท่วมเข้ามาอยู่ในบริเวณที่ดินจัดสรรของนิคมสร้างตนเองเขื่อนภูมิพล มีการสัญจรไปมาติดต่อกันโดยทางเรือ ประชากรดอยเต่าสันนิฐานว่า ตนเป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากคน 3 เผ่า คือ ลั๊ว (ลัวะ หรือ ละว้า) ตะโข่ คะฉีน ตามประวัติศาสตร์บริเวณพื้นที่เดิมเป็นที่อยู่ของคน 3 เผ่า ต่อมาคนเมืองได้ขับไล่ที่แล้วตั้งรกรากจนมาถึงปัจจุบันนี้ มีหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุด คือบ้านชั่ง บ้านมืดกา อายุประมาณ400-500 ปี ซึ่งบ้านมืดกา ตามตำนานพบว่า มีหงส์ทองที่สร้างขึ้นพร้อมกับหมู่บ้านเป็นสัญลักษณ์ของกษัตริย์ หงส์ทองคู่ตั้งอยู่บนเสากลางหมู่บ้าน สันนิษฐานว่าอาจเป็นที่มาของลวดลายที่ปรากฏอยู่บนลวดลายของผ้าทอตีนจกในปัจจุบัน

ช่วงที่ 2 อพยพหนีน้ำท่วมที่มาของชื่อผ้าทอตีนจกลาย หนีน้ำถ้วม ผ้าทอตีนจกมีการทอมาตั้งแต่ชุมชนเดิมริมสองฝั่งปิง คุณยายแก้วลา พรมเทศ ผู้สืบทอดผ้าทอตีนจกผืนเก่ามรดกจากบรรพบุรุษเล่าว่า " ...บ้านอี่แม่อยู่บ้านแอ่นริมปิง หันเพิ่นทอตีนจกกันมาตั้งแต่เปนละอ่อน แม่ของแม่อุ้ยเพิ่นทอตีนจกช่าง เพิ่นทอเก่งทอเก็บไว้ได้เปนกระสอบ ใส่บะแป้ก่อแจกลูกแจกหลานนุ่ง?" หมายความว่าสมัยก่อนแม่อุ้ยอาศัยอยู่บ้านแอ่นริมแม่น้ำปิง เห็นการทอผ้าตีนจกมาตั้งแต่เป็นเด็ก แม่ของแม่อุ้ยนั้นทอตีนจกเป็นสามารถ ทอได้มากเป็นกระสอบ จนนุ่งไม่หมดก็แจกให้ลูกหลานนุ่ง ผ้าทอตีนจกในสมัยอดีตเป็นของมีค่าเปรียบเทียบได้กับทองคำ ผู้ที่นิยมสวมใส่มักเป็นผู้ที่มีฐานะอดีตราคาผ้าทอตีนจกมีราคาตั้งแต่ 100-500 บาท หากเทียบกับค่าจ้างรายวันชาวบ้าน ได้รับวันละ 8 บาท ผ้าทอกับผู้ที่มีรายได้น้อยจึงไม่สามารถซื้อหามานุ่งได้ ถือว่าเป็นสิ่งของไม่จำเป็น ในปี 2506-2507 หลังจากการก่อสร้างเขื่อนภูมิพลแล้วเสร็จ น้ำปิงที่ปิดกั้นได้เอ่อท่วมตั้งแต่อำเภอสามเงา จังหวัดตากเรื่อยขึ้นมาถึงพื้นที่ริมสองฝั่งปิงในเขตดอยเต่า ประกอบด้วยหมู่บ้าน 21 หมู่บ้าน มีพื้นที่ถึง 54 ตารางกิโลเมตร น้ำได้เอ่อท่วมพื้นที่ทำกินรวมถึงบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของราษฎร์ ทำให้ต้องอพยพหนีน้ำท่วมมาอยู่ในที่ที่ทางการได้จัดสรรไว้ ผ้าทอตีนจกในสมัยนั้นมีคุณค่าเปรียบเช่นทองคำ เป็นสิ่งผู้อพยพย้ายถิ่นนำติดตัวมา จึงเรียกขานว่าผ้าทอตีนจกลายหนีน้ำถ้วม มาจนถึงปัจจุบัน

ระยะเวลาช่วงที่ 3 เป็นช่วงที่ลวดลายผ้าตีนจกลายหนีน้ำถ้วม ได้ถูกใช้เป็นหลักฐานที่แสดงถึงมรดกทางหัตถกรรมของบรรพบุรุษในอดีตมีการใช้ผ้าทอตีนจกลายหนีน้ำถ้วม ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ งานประเพณี งานบุญงานรื่นเริง และประเพณีที่เกี่ยวกับความตาย โดยสวมใส่ให้กับผู้ตายแล้วนำศพไปเผา ปัจจุบันยังมีการใช้ผ้าทอตีนจกในงานประเพณี งานบุญ และงานรื่นเริงอยู่ แต่การใส่ผ้าทอตีนจกให้ผู้ตายน้อยลง เพราะผ้าทอตีนจกเก่ามีราคาแพงเป็นสิ่งที่หายาก และมีคุณค่าเพื่อการสะสม

ทั้งนี้ บัญชา อุดโพธิ์ ยังได้เสนอแนะถึงการพัฒนาผ้าทอตีนจกลายหนีน้ำถ้วมว่า ควรพัฒนาด้านคุณภาพการทอ ลวดลาย การใช้สี ด้านการรักษาเอกลักษณ์ลวดลายผ้าทอตีนจกลายหนีน้ำถ้วม การประชาสัมพันธ์ และการสืบทอดให้แก่เยาวชนรุ่นต่อไป ซึ่งคอลัมน์เส้นไหมใยฝ้ายจะนำมาเสนอคุณผู้อ่านในฉบับต่อไปค่ะ