พลังเยาวชนคนรักษ์โลก

รักเรา รักษ์โลก

ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีหลังจากเปิดรับสมัครโครงการ "ปลูกใจ...รักษ์โลก" กิจกรรมดีๆ ที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของเยาวชนให้เติบโตเป็นพลเมืองรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผ่านการทำโครงการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม (Community Project)

ในครั้งนี้ ทางมูลนิธิกองทุนไทย ร่วมกับ มูลนิธิสยามกัมมาจล และภาคีเครือข่ายสิ่งแวดล้อมจัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ "เรียนรู้ สู่การพัฒนาโครงการ" รุ่นที่ 2 ขึ้น เพื่อเสริมความรู้และทักษะในการคิดวิเคราะห์ปัญหา (Critical Thinking) การคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) และการคิดเชิงสร้างสรรค์ (Creative Thinking) เพื่อออกแบบกิจกรรมและวางแผนการทำโครงการเพื่อคลี่คลายปัญหาสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชน และให้เยาวชนสามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาทรัพยากรดิน น้ำ ป่า และมลภาวะในชุมชนของตนเองได้ในอนาคต

กรรชิต สุขใจมิตร ผู้อำนวยการมูลนิธิกองทุนไทย กล่าวว่า จากการเปิดรับสมัคร โครงการ "ปลูกใจ...รักษ์โลก" พบว่ามีเยาวชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยมีเยาวชนสนใจส่งโครงการเข้าประกวดในแต่ละครั้ง 60 - 70 โครงการ โดยคัดเลือกจาก 2 ประเด็นหลัก คือทีมทำงานมีการรวมกลุ่มในการทำงานหรือไม่ มีความสนใจมากน้อยแค่ไหน ซึ่งสามารถดูได้จากสิ่งที่เยาวชนนำเสนอผ่านการเขียน คลิปวิดีโอ และภาพถ่ายที่ส่งเข้ามา ส่วนอีกประเด็นหนึ่งจะมองปัญหาที่เยาวชนต้องการแก้ไขว่า มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนในการที่จะแก้ไข เป็นปัญหาที่เยาวชนเข้าใจชัดเจนหรือไม่

"โครงการส่วนใหญ่ที่ส่งเข้ามาจะคละกันไป เช่น เรื่องขยะ ป่าไม้ พลังงาน และน้ำ ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ของแต่ละกลุ่ม สิ่งที่เราเห็นนั้นจะเป็นในเรื่องของเอกสารเท่านั้น แต่ในช่วงที่เราจัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ จะเริ่มเห็นว่ากลุ่มไหนที่โดดเด่น หรือกลุ่มไหนที่มีการรวมกลุ่มที่ดี มีความตั้งใจ และมีความชัดเจน โดยเราจะเห็นได้ชัดก็ต่อเมื่อเขาได้เริ่มดำเนินโครงการ ในช่วงที่เขาส่งข้อมูลมารายงานเราบนเว็บไซต์ และอาจจะมีการลงไปติดตาม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งอาจทำให้โครงการต่างๆชัดเจนยิ่งขึ้น"

กิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ นี้จะเป็นการฝึกวิเคราะห์ชุมชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายผ่านการวาดรูปชุมชนที่ตนเองต้องการแก้ไข วิเคราะห์ปัญหา สาเหตุและผลกระทบที่เกิดภายในพื้นที่ จากนั้นมีการจัดตลาดนัดโครงการเพื่อนำเสนอ แลกเปลี่ยน ร่วมกันวิพากษ์ วิจารณ์และร่างแนวคิดโครงการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม จากนั้นร่วมกันเขียนข้อเสนอโครงการจากการวิเคราะห์ ออกแบบการแก้ปัญหาทีละหัวข้อ อาทิ การเขียนที่มาและความสำคัญ นำเสนอประเด็นปัญหา สาเหตุและแรงบันดาลใจในการแก้ไข

น้องเอย - อรรวินทร์ ธรรมมาลา ตัวแทน โครงการ "ปันใจ...สู่ป่า" ชมรมคนรักป่าสลักพระ เล่าถึงที่มาของโครงการว่า

"ชมรมคนรักษ์ป่าสลักพระ เกิดจากการรวมกลุ่มของเด็กค่ายที่มีความต้องการอยากที่จะฟื้นฟูผืนป่าเขาสลักพระ ให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เนื่องจากปัญหาที่เราพบจากการเข้าค่ายสิ่งแวดล้อมพบว่า ป่ามีการเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในป่าบริเวณนั้นต้องออกไปหากินในย่านชุมชนใกล้เคียง ชมรมจึงมีความคิดอยากจะเข้าไปทำโป่งเทียมเพื่อเป็นแหล่งอาหารทางเลือกให้กับสัตว์ป่าเหล่านั้น เพราะจากที่เคยลงพื้นที่ลองทำโป่งเทียมดูพบว่ามีร่องรอยของเท้าสัตว์เข้ามากินโป่งเทียมที่เราทำไว้

อีกปัญหาหนึ่งเป็นเรื่องของน้ำ เนื่องจากป่าบริเวณนี้ตั้งอยู่ติดกับชุมชน ชาวบ้านบางคนเข้ามาลักทำทางน้ำใหม่ เปลี่ยนทิศทางการเดินน้ำให้ไหลเข้าสู่หมู่บ้าน ส่วนที่เคยไหลในป่าเริ่มแห้งลง จากการเข้าค่ายพวกเราเคยร่วมกันทำฝายเพื่อชะลอการไหลของน้ำเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา พบว่าสามารถกักเก็บน้ำได้จริง ทำให้ทางชมรมเราตกลงที่จะร่วมกันทำฝายและโป่งเทียม โดยประเด็นที่เราให้ความสำคัญที่สุดคือ เรื่องของน้ำ เพราะเราเชื่อว่าถ้ามีน้ำ ป่าก็จะชุ่มชื้น เมื่อป่าชุ่มชื้นแหล่งอาหารของสัตว์ก็มีมากขึ้นตามลำดับ"

น้องแจ๊ค - ศักดา ศรีพูล กลุ่ม "เยาวชนรักษ์นกจอมทอง" จังหวัดพิษณุโลก เล่าว่า

"สำหรับการเขียนโครงการในครั้งนี้ เราต้องการที่จะอนุรักษ์เกี่ยวกับเรื่องของพันธุกรรมท้องถิ่นในอำเภอจอมทอง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชาวบ้านเห็นว่าพันธุกรรมมีประโยชน์อย่างไร ซึ่งที่มาของโครงการเยาวชนอาสาอนุรักษ์พันธุกรรมท้องถิ่นลำน้ำน่าน-แควน้อย จังหวัดพิษณุโลกนั้น ทุกๆ 2 เดือน จะมีชาวบ้านในพื้นที่ทำอาหารพื้นบ้าน โดยนำพืชพื้นถิ่นมาประกอบอาหารให้ทางชมรมทานเป็นประจำ เช่น มะม่วงกะล่อน ต้นขนุนสำมะลอ ผักกาดคอกควาย ต้นไข่เน่า เป็นต้น เราจึงเกิดความสงสัยว่าเมล็ดพันธุ์เหล่านี้หามาจากไหน จึงเกิดแนวคิดที่จะไปหาเมล็ดพันธุ์มาเก็บไว้ จนมีโครงการ 'ปลูกใจ...รักษ์โลก' เข้ามา ทางเราจึงสนใจและเขียนโครงการนำเสนอเข้ามาเพื่อที่จะได้นำทุนนี้มาต่อยอดในการที่จะเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ไม่ให้หายไปจากชุมชนจอมทอง เพราะเราเชื่อว่าหากพันธุกรรมในท้องถิ่นหายไป ตำราอาหารที่เคยทำก็ต้องปรับเปลี่ยนไปด้วย "

ด้าน น้องเกม - วิมล โพธิกมล ตัวแทนกลุ่ม "เยาวชนต้นคิด พลิกชีวิตครอบครัว" วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดชัยนาท เล่าถึงที่มาของโครงการฯว่า

"เนื่องจากพื้นที่ในวิทยาลัยพยาบาลมีพื้นที่ว่างค่อนข้างมาก เราจึงทำการปรับปรุงพื้นที่บริเวณนั้นให้เป็นพื้นที่สำหรับปลูกพืชผักสวนครัว ซึ่งผลที่ได้ออกมา คือพืชผักไม่เจริญเติบโต สาเหตุพบว่าพื้นที่บริเวณนี้เคยมีการเผาขยะบนหน้าดิน มีการนำเศษวัสดุก่อสร้างไปทิ้งไว้บริเวณนี้ เราจึงเกิดแนวคิดอยากที่จะฟื้นฟูดินบริเวณนี้ให้สามารถกลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง หากพวกเราสามารถแก้ปัญหาเรื่องดินจากในวิทยาลัยของเราได้แล้ว เราคิดต่อไปว่าอยากจะนำความรู้ที่ได้ลงสู่ชุมชนด้วย เพราะชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร และมีการใช้สารเคมีร่วมด้วย ชาวบ้านอาศัยอยู่ริมแม่น้ำสองฝั่ง ปลูกผักริมแม่น้ำ พอน้ำไหลสารเคมีเหล่านั้นก็ไหลลงสู่แม่น้ำ ส่งผลเสียทั้งแม่น้ำละดิน"

น้องเกมยังบอกต่ออีกว่า " จากการเข้าค่ายในครั้งนี้ช่วยในเรื่องของการชี้แนวทางว่าควรจะทำไปในทิศทางไหน ภายในระยะเวลา 8 เดือน จะสามารถทำอะไรได้บ้างและสามารถทำได้จริงหรือไม่ เพราะที่เราเขียนมานั้นเป็นการเขียนตั้งแต่ต้นไปจนถึงผลลัพธ์ แต่เราไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่าเราจะทำกี่เดือน แต่จากการเข้าค่ายในครั้งนี้ช่วยเราในเรื่องของการลำดับขั้นตอนของการทำงานว่าขั้นต้นเราควรทำอย่างไร แล้วจะไปถึงผลสำเร็จนั้นจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ เหมือนเป็นการปูพื้นฐานให้กับเราในการที่จะต่อยอดโครงการนี้ต่อไป"

สำหรับ น้องพี - พีระพงศ์ ดวงดี ตัวแทนโครงการ "เยาวชนรักษ์คลองลำพู" เผยว่า ที่มาของโครงการนี้ว่า

"สืบเนื่องมาจากว่า เราอยากให้คลองบางลำพูของเรานั้นกลับมาสะอาดใส ปราศจากขยะ ประกอบกับเคยมีทางผู้ใหญ่กลุ่มรักคลองลำพูเขาเคยทำมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว เราจึงอยากที่จะสานต่อโครงการนี้ให้ต่อเนื่องและยั่งยืน โดยเป้าหมายของเรา คืออยากทำค่ายเรื่องการรักแม่น้ำลำคลอง เป็นค่ายเกี่ยวกับเยาวชนโดยดึงให้เด็กในย่านบางลำพูมาร่วมกันทำกิจกรรม และอาจจะมีการตั้งกลุ่มดูแลรักษาคลองลำพู และอาจจะตั้งเป็นธนาคารขยะซึ่งก็เป็นเรื่องที่คิดที่จะทำต่อไปในอนาคต

สำหรับกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ในครั้งนี้สิ่งที่เราได้คือ เรื่องของการวิเคราะห์ปัญหาให้ตรงประเด็นมากขึ้น เพราะตอนแรกที่เขียนเข้ามาทางเราก็ไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการเขียนโครงการมากนัก แต่เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมตรงนี้ทำให้เราชัดเจนในเรื่องของหลักการการเขียนโครงการมากขึ้น"

จากการได้พูดคุยกับตัวแทนทั้ง 4 โครงการนี้นับเป็นการส่งสัญญาณให้รับรู้ได้ว่า ยังมีเยาวชนอีกหลายกลุ่ม จากทั่วทุกภูมิภาคที่มีความตระหนักในความเปลี่ยนแปลง และปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชนที่ตนเองอาศัยอยู่ และมีความตั้งใจที่อยากมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูให้สิ่งแวดล้อมกลับมามีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น ในขณะเดียวกัน การทำโครงการเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมก็เป็นยุทธศาสตร์ที่จะพัฒนาทักษะเยาวชนคนรุ่นใหม่ในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น หากเราสามารถสนับสนุนให้เยาวชนที่รู้สึกร่วมต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชนหรือบ้านของตนเอง และมีทักษะที่จะจัดการกับปัญหานั้นได้ ก็จะเป็นการสร้างคนรุ่นใหม่ที่เป็นพลังของสังคม และชุมชนต่อไป