ประเพณีสารทไทย เทศกาลทำบุญวันสิ้นเดือน 10

โน้ตบุ๊ค

ในระยะเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีเทศกาลตามประเพณีต่างๆหลายเทศกาลดังที่ "บันนี่" ได้นำเสนอประเพณีของจีนไปแล้วทั้งสองเรื่อง คราวนี้ถึงเวลาของไทยบ้าง "บันนี่" เชื่อว่าผู้คนยุคนี้ โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ให้ความสำคัญกับประเพณีสารทไทยน้อยมาก ทั้งที่มีความสำคัญและน่าสนใจอยู่ไม่น้อย

ลองตาม "บันนี่" ไปดูซิคะว่า สารทไทยปีนี้ตรงกับวันใด แล้วมีประเพณีทางศาสนาและวัฒนธรรมอย่างไรบ้าง

"สารท" มาจากภาษาอินเดีย แปลว่า "ฤดู" ตรงกับในภาษาอังกฤษ "Autumn" หมายถึงฤดูใบไม้ร่วง มีเฉพาะในบางเขตของโลกอย่างยุโรป จีน และอินเดียตอนเหนือเท่านั้น ช่วงนั้นเป็นระยะที่พืชพรรณธัญญาหารและผลไม้เริ่มสุกและให้พืชผลครั้งแรกในฤดู ประชาชนจึงรู้สึกยินดีและถือเป็นเทศกาลแห่งความรื่นเริง บางแห่งมีการนำพืชผลที่เก็บเกี่ยวได้ครั้งแรกที่เรียกว่า "ผลแรกได้" ไปสังเวยหรือบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ

ตามพจนานุกรมไทย "สารท" มีความหมายว่า "เทศกาลทำบุญในวันสิ้นเดือน 10 โดยนำพืชพรรณธัญญาหารแรกเก็บเกี่ยวมาปรุงเป็นข้าวทิพย์ และข้าวมธุปายาสถวายพระสงฆ์ ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10ของทุกปี" ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 15 ตุลาคม 2555

การทำบุญสารทไทยมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยรับประเพณีวันสารทมาจากศาสนาพราหมณ์ เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพชน เพราะเชื่อกันว่าญาติที่ล่วงลับไปแล้ว จะมีโอกาสได้กลับมารับส่วนบุญจากญาติพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่ และญาติจะได้รับส่วนบุญได้เต็มที่ มีโอกาสหมดหนี้กรรม ได้ไปเกิดหรือมีความสุข นอกจากนั้นยังเป็นการจรรโลงพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป และแสดงความกตัญญูต่อพระแม่โพสพ หรือผีไร่ผีนาที่ช่วยรักษาข้าวกล้าในนาให้เจริญงอกงาม

ในสมัยพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันมหาวิหารในกรุงราชคฤห์ พระเจ้าพิมพิสารผู้เสวยราชสมบัติในครั้งนั้นทูลถามพระองค์ว่า "ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระองค์มีความปริวิตกว่า มารดา บิดา และหมู่ญาติของขาพระองค์ ผู้ตายไปยังปรโลกแล้วนั้น บางคนก็ไปสู่สุคติ บางคนก็ไปสู่ทุคติ บรรดาญาติของข้าพระองค์ไปทนทุกข์เวทนาอยู่ในทุคติเช่นนั้น ข้าพระองค์จะทำการอะไรอุทิศผลไปให้ พวกญาติจึงจะได้รับผลแห่งบุญนั้นแล้วเสวยสุข ในโลกสวรรค์" เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงสดับพระดำรัสของพระเจ้าพิมพิสารแล้วทรงตรัสว่า

"การที่มหาบพิธจะทำบุญให้ทานแล้วอุทิศผลแก่มารดา บิดา และญาติทั้งหลายนั้นนับว่าเป็นผู้มีน้ำพระทัยประกอบด้วยกตัญญูกตเวทิตาคุณ ถึงพร้อมด้วยอริยทรัพย์ในบวรพุทธศาสนา หากคนทั้งหลายผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกได้พากันขวนขวาย ทำบุญ ให้ทาน รักษาศีล เจริญเมตตา ภาวนา และสดับฟังพระเทนา แล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้ดับชีพวายชนม์ไปสู่ปรโลก มีบิดามารดาเป็นต้น คนทั้งหลายนั้นจะได้รับส่วนกุศลโดยพลัน เพราะสัตว์ทั้งหลายที่ไปเสวยทุกขเวทนาอยู่ในนรกจะเป็นกี่ชาติกี่ปีก็ตาม ครั้นถึงวันสารทคือเดือน 10 ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ ถึง 15 ค่ำ นายนิรยบาลทั้งหลายจะปล่อยสัตว์นรกขึ้นมายังมนุษยโลก เพื่อจะได้รับโมทนาสาธุการ รับเอาส่วนกุศลที่ญาติของตนอุทิศไปให้ ซึ่งสามารถช่วยให้พ้นทุกข์ ได้ไปเสวยสุขในสวรรคเทวโลก"

ประเพณีปฏิบัติในวันสารทไทย ก่อนวันสารทชาวบ้านจะทำกระยาสารทและขนมอื่นๆแล้วแต่ความนิยมของแต่ละท้องถิ่น ในวันสารทชาวบ้านจะนำข้าวปลา อาหาร และกระยาสารทไปทำบุญตักบาตร และถือศีล เข้าวัด ฟังธรรม

กระยาสารท เป็นภูมิปัญญาไทยในการถนอมอาหาร ทำขึ้นในเทศกาลทำบุญวันสิ้นเดือน 10 โดยนำพืชพรรณธัญญาหารแรกเก็บเกี่ยวมาปรุง มีถั่วลิสง งาขาว ข้าวเม่า ข้าวตอก น้ำอ้อย มะพร้าว น้ำผึ้ง แบะแซ มากวนเข้าด้วยกัน การรับประทานกระยาสารทให้อร่อย ต้องรับประทานกับกล้วยไข่ โดยเฉพาะกล้วยไข่ในแผ่นดินกำแพงเพชร ทุกปีจังหวัดกำแพงเพชรจึงได้จัดงานประเพณีประจำปีในชื่อว่า "สารทไทยกล้วยไข่เมืองกำแพง" โดยมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การทำบุญตักบาตรวันสารทไทยขบวนแห่กล้วยไข่ การประกวดธิดากล้วยไข่ การประกวดกล้วยไข่ โดยในปีนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 15-24 ตุลาคม

สารทไทยมีชื่อเรียกต่างๆในแต่ละภาคดังนี้ ภาคกลางเรียกว่า "สารทไทย" ภาคเหนือเรียก "งานทานสลากภัต" หรือตานก๋วยสลาก" ภาคอีสานเรียก "ทำบุญข้าวสาก" ภาคใต้เรียก "งานบุญเดือน 10 หรือประเพณีชิงเปรต"

ไม่ว่าจะเรียกชื่อใด ก็เป็นประเพณีสารทไทยบนผืนแผ่นดินไทยเดียวกัน อร่อยกับกระยาสารทกันแล้วอย่าลืมไปทำบุญ ฟังธรรมกันด้วยนะคะ!