"ซาบีนี่แค้มป์" ตอน " กีฬาเป็นยาวิเศษ...เย้!"

โลกสุขสันต์
ช่างภาพ: 

เพื่อส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ด้วยการเรียนรู้ชนิดกีฬา และการออกกำลังกายที่พัฒนาความแข็งแรงทางด้านร่างกายและเสริมสร้างพัฒนาการด้านจิตใจ อารมณ์ สติปัญญา และสังคม "ชุดชั้นในเด็กซาบีนี่" เอาใจคุณหนู จัดแคมป์เรียนรู้สำหรับเด็กผู้หญิงที่ป๊อบที่สุด อันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง ในโครงการ "ซาบีนี่แคมป์" รุ่น 7 ซาบีนี่ สปอร์ต เลิฟเว่อร์ - Sabinie Sport Lover ตอน "กีฬาเป็นยาวิเศษ...เย้!" ชวนน้องๆ หนูๆ อายุระหว่าง 6-12 ปี จำนวน 110 คน ร่วมสนุกกับในรูปแบบ One Day Camp ณ เดอะ ไพน์ รีสอร์ท จ.ปทุมธานี อมรเทพ อสีปัญญา ผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ บริษัทซาบีน่า จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชุดชั้นในสำหรับเด็ก "ซาบีนี่" กล่าวว่า

"...โครงการซาบีนี่แคมป์ในครั้งนี้ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 7 เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด SQ (Sport Quotient)เป็นกิจกรรมที่ทางซาบีนี่ได้สร้างสรรค์ขึ้นในรูปแบบ One Day Camp เพื่อเป็นการส่งเสริมให้น้องๆ เยาวชนได้เรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆ จากการเล่นกีฬาและการออกกำลังกาย ช่วยเพิ่มทักษะทางสติปัญญาในการแก้ปัญหาต่างๆ รวมถึงการรู้รักสามัคคีและการผูกมิตรกับผู้อื่นได้อีกด้วย พร้อมกันนี้ยังได้รับเกียรติจาก แพทย์หญิงดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอาจารย์ประจำสถาบันแห่งชาติเพื่อพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล มาให้ความรู้เกี่ยวกับ "SQ (Sport Quotient) กีฬาสร้างลูกฉลาด" กับคุณพ่อ คุณแม่ยุคใหม่ พร้อมกิจกรรมสนุกๆในรูปแบบฐานเกมส์ต่างๆ นอกจากจะได้ออกกำลังกายและสร้างความสามัคคีภายในกลุ่มแล้ว ยังได้ฝึกพัฒนาสมองกับการแก้โจทย์ปัญหาในแต่ละฐานอีกด้วย

...เริ่มจาก ฐานธนูหัวใจ ที่ให้น้องๆ ฝึกทักษะด้านคณิตศาสตร์ เช่น การกะระยะ ทิศทาง จำนวน รวมทั้งได้บริหารกล้ามเนื้อมัดเล็ก ช่วยฝึกการทำงานระหว่างสายตาและมือที่ต้องเล็งลูกธนูยิงให้ตรงเป้า ฐานที่ 2 วอลเล่ย์ลั้นลา เน้นฝึกสมาธิและความอดทนพยายาม รวมถึงปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีม ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ภารกิจรับส่งลูกโป่งใส่น้ำสำเร็จลุล่วง ฐานที่ 3 บาสเกต ดึ๋ง ดึ๋ง ฝึกการคิดแก้ปัญหาอุปสรรคที่เจอระหว่างทางที่วิ่งไปชูตบาส เช่น การวิ่งซิกแซก ชุดที่สวมใส่ และการช่วยเหลือกันภายในทีม ฐานที่ 4 ฮูลาฮูปหรรษา น้องๆจะได้ออกกำลัง ฝึกความยืดหยุ่นของร่างกาย ในการส่งต่อห่วงฮูลาฮูปให้เร็วที่สุด เป็นฐานที่จะช่วยส่งเสริมความสามัคคี การทำงานเป็นทีม และการคิดวางแผน และฐานว่ายน้ำตะลุมบอล เป็นการฝึกทักษะการเคลื่อนไหวของร่างกายให้ว่องไว เพื่อว่ายน้ำตะลุมบอลตามที่กติกากำหนด น้องๆ จะต้องช่วยเหลือกันในทีม มีน้ำใจนักกีฬาและรู้จักให้อภัยกัน เมื่อเพื่อนหรืออีกฝ่ายแย่งบอลไม่ได้ โดยทุกฐาน นอกจากช่วยส่งเสริมพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย และจิตใจแล้ว น้องๆ ยังสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน การอยู่ร่วมกันในสังคม ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยหล่อหลอม และปลูกฝังเด็กๆวัยใสในวันนี้ ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต ..."

อาจารย์แพทย์หญิงดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอาจารย์ประจำสถาบันแห่งชาติเพื่อพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล แนะเคล็ดไม่ลับเกี่ยวกับ "SQ (Sport Quotient) กีฬาสร้างลูกฉลาด" ให้กับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ว่า

"...ความสามารถทางด้านกีฬา หรือความสามารถในด้านการเคลื่อนไหวของร่างกาย (Bodily-kinesthetic intelligence) ถือเป็นความสามารถของมนุษย์ 1 ใน 8 ด้าน มีที่มาจากทฤษฎีพหุปัญญา (heory of multiple intelligences) ของ Professor Howard Gardner แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้คิดขึ้น ในปี 1983 ในช่วงวัยเด็กเป็นวัยที่ต้องการออกกำลังกายและการเคลื่อนไหวอิสระอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำไปสู่การเจริญเติบโตของร่างกาย ความแข็งแรงทนทาน และความยืดหยุ่นของกระดูกและกล้ามเนื้อ วิทยาการความรู้ทางการแพทย์ในปัจจุบันพบว่าพัฒนาการที่สมบูรณ์ของเด็กทุกคนเกิดขึ้นได้จากการที่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองให้ความสำคัญกับการเลี้ยงดูที่มุ่งเน้นพัฒนา 3 ด้านหลักอย่างสมดุลย์ดำเนินไปพร้อมๆกัน นั่นคือพัฒนาการด้านร่างกาย ด้านอารมณ์สังคม และด้านสติปัญญา โดยจะมุ่งเน้นให้ความสำคัญแต่เพียงด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้เพราะนั่นจะเป็นการขัดขวางการเจริญเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติของเด็ก...

...โดยมีผลงานวิจัยจากต่างประเทศทั้งในเอเชีย ยุโร ปและอเมริกาพบว่าเด็กกลุ่มที่เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายเป็นประจำในปริมาณที่พอเหมาะ ประมาณวันละ 60 นาที มีผลเรียนดีกว่าเด็กที่ไม่ออกกำลังกายหรือไม่เล่นกีฬา นอกจากนี้การเลือกชนิดกีฬาหรือท่าทางในการออกกำลังกายก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความใส่ใจและดูแลอย่างใกล้ชิด โดยควรให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายในปริมาณเหมาะสมเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ควรวอร์มอัพและคูลดาวน์ทุกครั้งที่เล่นกีฬา โดยการทำท่ากายบริหารที่ช่วยเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนและหลังการเล่นกีฬา ทั้งยังช่วยฝึกทักษะทางด้านสมองให้มีสมาธิมากยิ่งขึ้น เพิ่มความแม่นยำ ฝึกการจดจำ ความทนทานและความกระตือรือร้น...

...การเลือกชนิดกีฬาตามวัย อาทิ เด็กวัย 6-10 ปี ควรเลือกชนิดกีฬาที่ทำให้เด็กได้ออกกำลัง เคลื่อนไหวอวัยวะของร่างกายอย่างสนุกสนาน ผ่อนคลาย เช่น เต้นแอโรบิก วิ่งจ็อกกิ้ง วิ่งเร็ว กิจกรรมปีนป่าย บัลเล่ต์ หรือว่ายน้ำ เป็นต้น ส่วนเด็กที่เริ่มโตขึ้นในวัย10-12 ปีสามารถฝึกให้เล่นกีฬาที่ยากขึ้นมาเล็กน้อย กีฬาที่เน้นความแม่นยำ ความคล่องแคล่วว่องไว มีการใช้งานของสายตาและมือมากขึ้น ฝึกการทรงตัว การหลบหลีก และฝึกความสามัคคีในการเล่นกีฬาแบบเป็นทีมได้มากขึ้น เช่น กีฬาแชร์บอล บาสเกตบอล วอลเล่ย์บอล ปิงปอง ขี่จักรยาน โดยเล่นแบบไม่หักโหมนัก เด็กในวัยนี้ควรออกกำลังกายวันละ 1 ชั่วโมง และควรมีการแบ่งการออกกำลังกายออกเป็น 30 นาที พักอย่างน้อย 5 นาที ในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่อากาศไม่ร้อน แสงแดดไม่แรงจนเกินไป..."

น้อง "ว่านน้ำ" ชนมน สมคิด อายุ 7 ปี หนูน้อยที่เข้าร่วมซาบีนี่แคมป์ในครั้งนี้ กล่าวว่า ...รู้สึกดีใจมากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมซาบีนี่แคมป์ หนูชอบกีฬายิงธนูมากที่สุดค่ะ เพราะนอกจากจะสอนให้หนูรู้สึกสนุกกับการออกกำลังกาย ฝึกสมาธิและความแม่นยำแล้ว ยังทำให้หนูได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ รู้จักความสามัคคีและการผูกมิตรกับผู้อื่น ผ่านกิจกรรมสนุกๆมากมายในวันนี้ค่ะ

น้อง "บัว" นลินลดา ทัพภวิมล อายุ 9 ปี ตัวแทนหนูน้อยที่เข้าร่วมซาบีนี่แคมป์ในครั้งนี้ กล่าวว่า ปกติหนูชอบเล่นกีฬาวอลเล่ย์บอล และแบดมินตันค่ะ วันนี้หนูได้มาร่วมกิจกรรมซาบีนี่แคมป์เลยรู้สึกสนุกมาก ได้ออกกำลังกายกับเพื่อนๆ และยังได้เรียนรู้คุณประโยชน์จากการออกกำลังกาย ที่ช่วยทักษะทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและจิตใจ และช่วยเพิ่มทักษะทางสติปัญญาในการแก้ปัญหาต่างๆ อีกด้วยค่ะ...ซ้อมๆกันไว้นะคะน้องๆ เผื่อวันข้างหน้า อาจคว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่งในกีฬาโอลิมปิกก็เป็นได้ ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึงค่ะ