6 คาถา เรียกพลังคิดสร้างสรรค์

อยู่ดีมีสุข

มีคนจำนวนมากที่ดำเนินชีวิตโดยใช้สมองอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้เพราะเอาความคิดของตัวเองไปสับสนปนเปกับความคิดของคนอื่น และคิดไปว่า ความพยายามที่จะคิดนั่นแหละ คือ "การสร้างสรรค์"

การคิดสร้างสรรค์ เป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะก่อให้เกิดความคิดดีๆ เป็นสิ่งเดียวที่สามารถจะนำคุณออกจากการหลับใหลในความคิด ทั้งที่คุณยังมีชีวิตอยู่ และช่วยให้คุณกลายเป็นคนที่มีสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆได้มากขึ้น

แล้วอะไรล่ะที่จะช่วยให้คุณมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น? ความคิดดีๆ มาจากไหน? บางคนบอกว่าความคิดดีๆ มักเกิดขึ้นในขณะเข้าห้องน้ำ แต่บางทีอาจจะเป็นความเข้าใจผิด อาจมีอะไรมากกว่านั้น

ว่ากันว่า สมองทุกส่วนของเรานั้นทำงานเหมือนซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งเราสามารถใส่โปรแกรมเสริมความคิดสร้างสรรค์ได้ด้วยตัวเองค่ะ เพียงแต่ใครจะหารหัสผ่านเจอเท่านั้น แต่ตอนนี้ หากใครอยากเคาะสนิม เรียกพลังความคิดสร้างสรรค์ให้บังเกิด "ข้าวหอม" มีคาถามาฝากค่ะ ถ้าหมั่นท่องไว้เสมอๆ รับรองสมองฉับไว ไม่ขึ้นสนิมแน่นอน...

คาถาบทที่ 1 ปลดปล่อยสัญชาตญาณให้โลดแล่น

เมื่อใดที่เกิดความรู้สึกอ่อนล้า วิตกกังวล หรือโกรธขึ้ง ให้เวลาตัวเองได้พักผ่อน นอนหลับให้พอ กินและดื่ม อย่าปฏิเสธตัวเองกับความพอใจเล็กๆน้อยๆในชีวิต

นี่เป็นวิธีเดียวที่จะกระตุ้น "สมองส่วนสัญชาตญาณ" ซึ่งอยู่ด้านหลังของศีรษะ และเป็นส่วนที่ควบคุมพฤติกรรมของมนุษย์ที่เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ ถ้าคุณปล่อยให้มันหลับใหล การใช้ประโยชน์จากแหล่งกำเนิดความคิดสร้างสรรค์ของคุณก็จะสูญเปล่าไปด้วย

คาถาบทที่ 2 ให้อาหารสมองด้วยปัญหา

ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า ทำทุกอย่างให้เป็นปัญหานะคะ เราทุกคนย่อมต้องเคยคิดวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆในชีวิต เพียงแต่เราไม่ได้ฝึกคิดเชิงวิเคราะห์กันให้บ่อยๆเท่านั้น

โดยทั่วไป คนเรามีแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยง หรือละเลยสิ่งที่ต้องใช้ความคิด แต่รู้ไหมว่า การพยายามวิเคราะห์ที่จะวิเคราะห์ แม้แต่กับเรื่องไม่สำคัญในชีวิตนั้น เป็นโอกาสที่คุณจะได้ฝึกใช้สมองซีกซ้ายให้บ่อยขึ้น

คาถาบทที่ 3 เลิกเก็บกดอารมณ์ความรู้สึก

ความเศร้าและความโกรธ คือความรู้สึกตามธรรมชาติ เช่นเดียวกับความสุข อารมณ์ความรู้สึกเหล่านี้ล้วนแต่มีผลต่อการกระตุ้นสมอง การเก็บกดอารมณ์ความรู้สึกบ่อยๆ ย่อมทำให้เกิดความเครียดสะสม ทำให้สมองคิดอะไรดีๆ ไม่ออก

อารมณ์ดีสร้างได้ด้วยการดูหนังที่เกี่ยวกับอารมณ์ ความรู้สึก อ่านหนังสือไร้สาระ แต่จบแบบมีความสุข ฟังเพลงที่ชอบ

คาถาบทที่ 4 ฝึกใช้ "มือขยัน"

คนส่วนมากมีความคิดที่ประสานกับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ถ้าใครไม่สังเกตก็คงไม่รู้ แต่คนที่มีความคิดสร้างสรรค์อยู่ในตัวมักจะมีการแสดงท่าทางและลูกเล่นที่น่าประทับใจ คนที่มีความคิดสร้างสรรค์จะสามารถใช้มืออธิบายสิ่งที่ได้พบเห็น

การทำอะไรโดยใช้มือบ่อยๆ นับเป็นการบริหารสมอง ซึ่งรวมถึง การขีดๆ เขียนๆ การวาดภาพ แม้แต่การทำอาหาร หรือจัดโต๊ะ

คาถาบทที่ 5 ดูการ์ตูน เล่นดนตรี

การ์ตูนของวอลท์ดิสนี่ย์ใช้ได้แม้กับการฝึกสมองซีกขวา การดูตัวการ์ตูนถูกทับจนแบนแต๊ดแต๋แล้วยังลุกขึ้นมาได้อีกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือการได้เห็นภาพแรงโน้มถ่วงที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง จะช่วยกระตุ้นสมอง และทำให้สมองต้องวิเคราะห์เหตุผลอยู่ตลอดเวลา

ส่วนดนตรีนั้น คนส่วนใหญ่อาจจะชอบฟังกันอยู่แล้ว แต่ถ้าต้องการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ก็ต้องลองหัดเล่นดนตรีด้วย ซึ่งสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยเล่นเครื่องดนตรีชนิดใดมาก่อน ลองเริ่มด้วยเปียโน กีตาร์ หรือกลอง

การเล่นดนตรี นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายแล้ว การที่เราได้ลองค้นหาและคิดท่วงทำนองใหม่ๆ ยังเป็นการฝึกใช้สมองซีกขวา ซึ่งเป็นบ่อเกิดของความคิดฝันทั้งมวล

คาถาบทที่ 6 เลิกบริโภคอาหารขยะ

หยุดบริโภคน้ำตาล อาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุง เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และบุหรี่ การลดบริโภคอาหารดังกล่าว ไม่เพียงส่งผลดีต่อสุขภาพเท่านั้น แต่ยังจะทำให้คุณรู้สึกแข็งแรง กระปรี้กระเปร่าขึ้น เมื่อไหร่ที่คุณเริ่มลด ละ เลิก อาหารจังก์ฟู้ดทั้งหลาย และหันมารับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ คุณจะรู้สึกได้ทันทีถึงความสดชื่นของร่างกาย สมองปลอดโปร่ง และเมื่อนั้นความคิดที่จะนำไปสู่แรงบันดาลใจใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นได้ไม่ยากเลย