ห่างไกลเบาหวานและความดันโลหิตสูง

ด้วยการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

ในโอกาสครบรอบ 71 ปี แห่งวันสถาปนา โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ศูนย์การเรียนรู้การดูแลสุขภาพภาคประชาชน ด้านการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ร่วมกับ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จัดกิจกรรม "ย้อนวันวาน วิถีทางท่านเจ้าพระยา" เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับชีวิตไทย ยาสมุนไพร การนวดไทย และการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม อันเป็นประโยชน์ในการดูแลตนเองเบื้องต้น

ภายในงานมีการให้ความรู้และคำแนะนำ ในการเลือกรับประทานอาหารสมุนไพร ที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อเป็นการลดภาวะแทรกซ้อนจากโรค อีกทั้งสาธิตการออกกำลังกายแบบไทยๆ อย่างฤาษีดัดตน รวมถึงมีกิจกรรมลดภาวะความเครียด ซึ่งเป็นการดูแลแบบองค์รวมตามวิถีไทย และที่สำคัญมีการเสวนาวิชาการ ในหัวข้อเรื่อง "ห่างไกลเบาหวานและความดันโลหิตสูง ด้วยการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม" โดย เภสัชกร ผกากรอง ขวัญข้าว และคณาจารย์จากวิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร

โดยการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมนั้น เป็นดูแลตัวเองให้แข็งแรงดีแล้ว ยังดูแลไปถึงคนรอบข้างอีกด้วย มีข้อมูลองค์การอนามัยโลก ระบุว่า การที่จะมีสุขภาพที่ดีได้นั้น ร่างกายต้องแข็งแรง จิตใจต้องเข้มแข็ง หรือจิตวิญญาณมีศีล สมาธิ และความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ดังกฎของธรรมชาติที่ว่า อะไรที่เหมือนกัน...จะไปเสริม อะไรที่ต่างกัน...ก็ไปหักร้าง ซึ่งสามารถนำกฎเกณฑ์ปรับใช้กับชีวิตได้ ตัวอย่างเมื่อเรามีรูปร่างใหญ่ การที่บริโภคอาหารหวานมัน ก็จะไปเพิ่มน้ำหนักให้แก่ร่างกาย ถ้าต้องการให้น้ำหนักลดลง จะต้องออกกำลังกายเอามวลออกไป

คนเป็นโรคเบาหวานและความดัน ต้องรู้และเข้าใจองค์ประกอบต่างๆ คือ หนึ่ง...ตนเองมีธาตุเจ้าเรือนในลักษณะใด สอง...โรคเบาหวานและความดันรักษาไม่หาย แล้วเกี่ยวเนื่องกับพฤติกรรมการบริโภค ในการรักษาด้วยยาช่วยได้เพียงครึ่ง อีกครึ่งจะต้องช่วยเหลือด้วยตัวเอง ด้วยการปรับเปลี่ยนด้านอาหาร ความเป็นอยู่ และพฤติกรรมต่างๆ สาม...ยาที่นำมารักษาเป็นยารสขม ซึ่งสุขภาพจะดีขึ้นประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ หนึ่ง...ส่วนโครงสร้างของร่างกาย หากมีโครงสร้างที่ไม่แข็งแรง จะมีอาการปวดหรือเสี่ยงต่อกระดูกหัก สอง...ส่วนของกลไกการทำงานของร่างกาย โดยมีสมองเป็นตัวควบคุมกลไกต่างๆ สาม...ส่วนของการขับถ่ายของเสีย ระหว่างการกินและการขับถ่ายนั้น จะต้องมีความสมดุลต่อกัน

ทางการแพทย์แผนไทย กล่าวว่า ร่างกายคนประกอบด้วยธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ โดยธาตุดินเป็นส่วนที่คงรูป เป็นที่อยู่ของธาตุอื่นๆในร่างกาย คือ ธาตุน้ำ ธาตุไฟ และธาตุลม เมื่อรวมกันจึงเกิดการเคลื่อนไหว หมอพื้นบ้านให้ความสำคัญธาตุลมมาก ด้วยเลือดเคลื่อนไหวไปมาเหมือนลม ดั่งที่ว่า เลือดจะไปลมจะมา จึงมียาลมหรือยาหอมบรรเทาอาการ ที่เป็นภูมิปัญญาสะสมหลายร้อยปี ตั้งแต่ครั้งสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ โดยระดับเจ้าขุนมูลนายเท่านั้น ถึงจะมียาหอมหรือยาลมไว้ใช้กัน เพราะวัตถุดิบที่นำมาทำยาหอม หากันไม่ได้ง่ายๆในเมืองไทย ทั้งดอกไม้หรือส่วนต่างๆของพืช ล้วนนำเข้ามาจากต่างประเทศ

ยาหอมเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่นำมาใช้ดูแลตัวเองอย่างปลอดภัย ด้วยมีการศึกษาวิจัยถึงคุณประโยชน์ อย่างเรื่องของการสร้างความดัน คนความดันต่ำกินยาหอม ช่วยให้ความดันสูงขึ้น ทว่าไม่สูงถึงขนาดเป็นความดันสูง ส่วนคนที่เป็นความดันสูง จะควบคุมการทำงานของหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นเป็นปกติ เลือดไหลเวียนในสมองดีขึ้น และยังช่วยปรับจิตใจได้อีกด้วย ในร่างกายประกอบด้วยธาตุเจ้าเรือนหรือตรีธาตุ หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นเรียกว่า ตรีโทษ ได้แก่ วาตะ ปิตตะ และเสมหะ โดยวาตะเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว ส่วนปิตตะเป็นการเปลี่ยนแปลง และเสมหะการขับถ่ายของเสียต่างๆ

สิ่งสำคัญของความเป็นมนุษย์ ทุกอย่างจะต้องมีความสมดุลกัน แล้วแต่ละคนก็สมดุลแตกต่างกันไป ต้องปรับให้เหมาะกับธาตุเจ้าเรือนตนเอง พร้อมมีการปรับสมดุลโครงสร้าง ด้วยการปรับเปลี่ยนเรื่องอาหาร อย่างคนที่มีโครงสร้างใหญ่ ควรบริโภคผักให้มากยิ่งขึ้น หรืออาหารที่ไม่ให้แคลอรีสูง พร้อมมีการออกกำลังกาย ส่วนความสมดุลในด้านจิตใจ ปรับได้ด้วยการสวดมนต์ไหว้พระ ด้วยทุกศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และให้กระทำแต่ความดีงาม คนมีธาตุเจ้าเรือนลักษณะวาตะ มักไม่ขับถ่ายทุกวัน สามารถใช้สมุนไพรเข้าช่วยได้

ทางการแพทย์อายุรเวช กล่าวว่า เบาหวานเกิดจากบริโภคอาหารหนัก หรืออาหารที่ย่อยได้ยาก และออกกำลังกายน้อย ทำให้เกิดการสะสมของพลังงาน หรือธาตุดิน ธาตุน้ำในร่างกายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ธาตุไฟ ธาตุลมแปรปรวน โดยในคนมีธาตุเจ้าเรือนลักษณะเสมหะ จะกินอะไรเข้าไปก็ไม่ย่อย รู้สึกเบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ง่วงเหงาหาวนอน ด้วยมีมวลในร่างกายมาก จึงทำให้การเคลื่อนไหวช้าลง ส่วนในคนมีธาตุเจ้าเรือนลักษณะปิตตะ มีอาการวิงเวียนศีรษะ นอนไม่หลับ กระหายน้ำ เนื้อตัวร้อนรุ่ม ซึ่งไม่ควรกินลูกยอหรือสมุนไพรที่มีรสร้อน เพราะจะยิ่งเพิ่มความร้อนให้แก่ร่างกาย และในคนมีธาตุเจ้าเรือนลักษณะวาตะ เป็นเบาหวานในระยะสุดท้าย มีการพัฒนาตั้งแต่อ้วนจนผอม คนที่เป็นเบาหวานสัก 10-20 ปี น้ำหนักตัวจะลดลง ซูบผอม อ่อนเพลีย ท้องผูก มีลมในลำไส้มาก นอนไม่หลับ และเป็นเหน็บชา

เมื่อรู้ถึงอาการเบาหวานแล้ว ควรพัฒนาเรื่องอาหารและการใช้ยา โดยคนเป็นเบาหวานทุกลักษณะธาตุเจ้าเรือน ควรกินผักที่มีเส้นใย หรือปรุงให้เหมาะสมกับธาตุเจ้าเรือน เช่น คนมีธาตุเจ้าเรือนลักษณะเสมหะ ไม่ควรทานผักสด ควรนำไปลวกให้สุกเสียก่อน ตรงข้ามกับคนมีธาตุเจ้าเรือนลักษณะปิตตะ จะสามารถกินผัดสดๆได้เลย เพราะมีไฟในร่างกายอยู่แล้ว ส่วนคนมีธาตุเจ้าเรือนลักษณะวาตะ มีรูปร่างผอมแห้ง ซูบเซียว ต้องการพลังงานเล็กน้อย แต่กลับต้องการความชุ่มชื้นและความมัน จึงกินอาหารพวกผักพัด ที่ใช้น้ำมันแบบพอดีๆ

อาหารสมุนไพรที่ช่วยควบคุมเบาหวาน ได้แก่ มะระขี้นก ผักเชียงดาว ขมิ้นชัน มะขามป้อม โด ยมะระขี้นก ควรกินวันละ 7-10 ผล ด้วยการนำเมล็ดออกแล้วปั่นสดดื่ม ช่วยในเรื่องการลดน้ำตาลได้ดี ซึ่งคนที่เริ่มเป็นโรคเบาหวาน มีระดับน้ำตาลไม่เกิน 110-120 มะระขี้นกจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลอย่างดี ส่วนผักเชียงดาวผักที่ให้รสขม ก็ช่วยรักษาอาการได้เช่นกัน หรือขมิ้นชันช่วยให้เลือดสะอาดยิ่งขึ้น เลือดจะมีความหนืดที่น้อยลง และมะขามป้อมเป็นยาอายุวัฒนะ มีรสชาติครบทุกรส สามารถต้านอนุมูลอิสระ

หากให้จำเพาะเกี่ยวกับสมุนไพร ช่วยในการรักษาคนเป็นเบาหวาน ในคนมีธาตุเจ้าเรือนลักษณะเสมหะ ควรใช้ยารสขมในการลดน้ำตาล เช่น มะระขี้นก ว่านหางจระเข้ สะเดา ขมิ้นชัน หรือจะใช้สมุนไพรรสร้อนก็ได้ แต่ต้องให้ความระมัดระวัง หากเกิดความร้อนมากเกินไป จะไปเร่งการย่อยสลายของอาหาร ควรใช้สมุนไพรรักษาอย่างเหมาะสมที่สุด ส่วนคนมีธาตุเจ้าเรือนลักษณะปิตตะ ด้วยมีความร้อนในร่างกายมากอยู่แล้ว จึงควรใช้ยารสเย็นในการรักษา เช่น บัวบก รากสามสิบ ว่านหางจระเข้ และคนมีธาตุเจ้าเรือนลักษณะวาตะ ต้องได้รับการบำรุงเยอะๆ ด้วยมะขามป้อมหรือขมิ้นชัน

การออกกำลังกายสำหรับคนเป็นเบาหวาน ก็แล้วแต่ลักษณะของธาตุเจ้าเรือน อย่างคนผอมไม่ควรวิ่งให้พลังงานออกไป ส่วนคนที่อ้วนต้องเคลื่อนไหวร่างกายให้เร็ว เพื่อเป็นการขับพลังงานให้ออกไป คนเป็นเบาหวานที่นอนไม่หลับ ยาหอมสามารถช่วยได้มี 2 ชนิด คือ ยาหอมนวโกฐ และยาหอมอินทจักร โดยชงดื่มก่อนล้มตัวลงนอน และดื่มตอนตื่นเช้านั่งตัวตรง จะช่วยในการปรับสมดุลของลม นอกจากนั้นการนวดตัวและศีรษะ ช่วยให้นอนหลับดีได้เช่นกัน อีกทั้งเป็นการผ่อนคลายและลดความเครียด

คนเป็นเบาหวานควรตระหนักว่า จะต้องเป็นหมอให้แก่ตัวเอง ต้องรู้จักสังเกตอาการต่างๆ ซึ่งมีอาการฝ่ามือฝ่าเท้าร้อน หากได้รับการดูแลที่เหมาะสม อาการดังกล่าวจะหายไปได้ รวมถึงอาการเหน็ดชาอีกด้วย ซึ่งทานข้าวกล้องช่วยอาการได้อย่างดี ทั้งยังช่วยควบคุมน้ำตาลและให้วิตามินต่างๆ ส่วนสมุนไพรที่ลดน้ำตาลในเลือด ได้แก่ ชะพลู คนโบราณใส่ชะพลูในอาหารที่มีน้ำตาลหวานๆ หรืออบเชยก็ลดน้ำตาลในเลือดได้ สำหรับกำแพงสิบชั้นนั้น ไม่ได้ช่วยแค่คุมการเผาผลาญพลังงาน ยังช่วยแก้ปวดเมื่อยและเป็นยาอายุวัฒนะ

สำหรับคนเป็นโรคความดัน จะไม่ทราบถึงอาการได้เลย หากไม่ได้วัดด้วยเครื่องวัดความดัน ในทางการแพทย์แผนไทย มีแต่การเทียบเคียงกับโรคความดัน โดยยาที่ใช้ในการบำรุงหัวใจ จะไปช่วยบำรุงสมองได้ด้วย ด้วยหัวใจหากเปรียบเป็นปั๊มน้ำ ที่คอยปั๊มเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกาย ผ่านทางหลอดเลือดเสมือนสายยาง หากทั้งคู่ทำงานไม่สอดคล้องกัน จะเป็นสาเหตุของความดันโลหิต อาการที่พัฒนาเป็นความดันมี 2 ลักษณะ คือ หนึ่ง คนที่เครียดง่าย อารมณ์ฉุนเฉียว โมโหไม่พอใจ ซึ่งเป็นลักษณะของคนมีธาตุเจ้าเรือนปิตตะ สองพวกที่มีธาตุเจ้าเรือนลักษณะวาตะ จะเป็นคนที่คิดมาก คิดเยอะเกินไป

อาการของคนเป็นความดัน ได้แก่ หน้าแดง หัวใจเต้นเร็ว ความร้อนในร่างกายสูง ปวดหัวยามเจอแสงแดด บางครั้งมีเลือดกำเดาไหล สมุนไพรใช้รักษาเป็นรสขมและรสจืด ได้แก่ ว่านหางจระเข้ บัวบก มะขามแขก ซึ่งเหมาะกับคนมีธาตุเจ้าเรือนปิตตะ ส่วนคนมีธาตุเจ้าเรือนลักษณะวาตะ บางวันความดันปกติ บางวันความดันสูง สมุนไพรใช้รักษาเป็นรสสุขุม อย่างพวกยาหอมชนิดต่างๆ หรือกระเทียม จันทร์ บัวบก และคนมีธาตุเจ้าเรือนลักษณะเสมหะ มีอาการความดันสูงสม่ำเสมอ อ้วน บวมน้ำ พัฒนาจากมีไขมันในเลือดสูงมาก่อน สมุนไพรใช้รักษาเป็นรสร้อน จะช่วยลดไขมันและมวลในร่างกาย ได้แก่ หอม กระเทียม พริก อีกทั้งควรลดนม เนย ไขมัน และที่สำคัญควรรักษาอย่างต่อเนื่อง

หากท่านใดสนใจเข้าเยี่ยมชม ศูนย์การเรียนรู้การดูแลสุขภาพภาคประชาชน ด้านการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร เชิญได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตกฤษ์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลความรู้เรื่องสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย ณ มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยภูเบศร หรือโทรศัพท์ 0-3721-1289 ได้เลยค่ะ