ตามรอยธรรม

ราชินีศรีสยาม

"ฉันรู้สึกว่า ชีวิตของฉันทั้งโดยส่วนตัว และในฐานะที่เป็นพระราชินี ถ้าเผื่อไม่ได้พระพุทธศาสนา ก็คงจะแข็งแรงอยู่ไม่ได้อย่างนี้"

จากพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่พระราชทานแก่นักข่าวหญิงเมื่อพ.ศ.2524 บ่งบอกถึงพระราชจริยาวัตรที่ทรงยึดมั่นในการใช้พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อยึดเหนี่ยวพระราชหฤทัยให้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี โดยทรงมีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ จากการที่พระบิดาและพระมารดา คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ กับ หม่อมหลวงบัว กิติยากร ทรงเป็นพุทธศาสนิกชนที่เคร่งครัด จึงอบรมพื้นฐานความรู้เรื่องศาสนาให้แก่พระธิดาอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ทรงมีน้ำพระทัยเคารพนอบน้อมในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ทรงบำเพ็ญกุศลทานอยู่เป็นนิตย์ ได้แก่ ทรงบาตร เก็บดอกไม้บูชาพระ สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย และยังมีน้ำพระราชหฤทัยเมตตาเอื้ออาทร เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทรงยึดมั่นในสัจจะ มีความกตัญญูกตเวทิตา อยู่ในโอวาทของครูอาจารย์และพระบิดาพระมารดาตลอดมา

เมื่อทรงเข้าสู่พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสและทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถแล้ว ได้ทรงศึกษาและปฏิบัติตามหลักธรรมในพระบวรพระพุทธศาสนามากขึ้น ทรงยกย่องเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า เป็นผู้พระราชทานความรู้แก่พระองค์ในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านพระพุทธศาสนา ทรงมีโอกาสโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทรงนมัสการและสนทนาธรรมกับพระเถรานุเถระอยู่เสมอ โดยเฉพาะพระภิกษุที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ในยามที่เสด็จแปรพระราชฐานไปทรงเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆ หากทรงมีโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมวัดวาอารามใด ก็จะมีพระราชศรัทธาถวายเงินบำรุงวัด รวมทั้งสนทนาธรรมกับพระภิกษุสงฆ์ที่วัดเหล่านั้น นอกจากนี้ยังโปรดฯให้ข้าราชบริพารจัดซื้อหนังสือธรรมะ หนังสือเกี่ยวกับพุทธประวัติ ประวัติพระอัครสาวก และพระอริยสงฆ์มาถวาย

พระอุปนิสัยที่โปรดการทำบุญและสังคมสงเคราะห์แต่ทรงพระเยาว์จึงทรงรับเป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทรงตั้งกองทุนเมตตาขึ้นโดยพระราชทานทรัพย์ริเริ่มเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรุนแรงและกระทบสถานภาพครอบครัว ทั้งยังทรงรับสถาบันแม่ชีไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ด้วยทรงมีพระราชวินิจฉัยว่าสถาบันแม่ชีไทยเป็นสถาบันของสตรีกลุ่มใหญ่ที่มุ่งรักษาศีล บำเพ็ญธรรม และช่วยทำงานให้แก่สังคมในด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเพื่อประโยชน์สุขแก่คนหมู่มาก นอกจากนี้ยังทรงรับมูลนิธิส่งเสริมพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ของสภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย ไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อเป็นการสอนศีลธรรมแก่เยาวชน

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชศรัทธาอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนาหลากหลายรูปแบบ นอกจากพระราชทานทรัพย์ยังพระราชทานเทปและหนังสือธรรมะแก่ผู้อยู่ในความทุกข์หรือเจ็บป่วย พระราชทานให้โรงเรียนนำพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ไปเผยแผ่แก่เยาวชน ทรงถวายปัจจัยแด่พระเถระชั้นผู้ใหญ่และพระเถระที่ทรงรู้จักเป็นประจำทุกเดือน ทรงอนุเคราะห์พระภิกษุสงฆ์ที่อาพาธ ทรงถวายปัจจัยเป็นค่ารักษาพยาบาลหรือพระราชทานทรัพย์แก่โรงพยาบาลเป็นทุนในการบริการ และอำนวยความสะดวกแก่พระสงฆ์ที่มารับการรักษา ตลอดจนมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดภัตตาหารไปถวายพระเถระที่อาพาธเป็นพิเศษ

มิได้ทรงอุปถัมภ์บำรุงเฉพาะพระพุทธศาสนาเท่านั้น หากยังทรงอุปถัมภ์บำรุงศาสนาอื่นในประเทศด้วย จากการที่ทรงมีพระราชศรัทธาว่าทุกศาสนาล้วนมีหลักธรรมที่สอนให้คนประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ดีงาม จึงมักจะเสด็จพระราชดำเนินหรือโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในงานพิธีของศาสนาต่างๆ อาทิ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2527 ได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวออกรับสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 ในโอกาสเสด็จฯไปทรงเยือนประเทศไทย ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท อย่างสมพระเกียรติ ยังความชื่นชมยินดีมาสู่คริสต์ศาสนิกชนในประเทศไทยเป็นอันมาก

คราวใดที่เสด็จแปรพระราชฐานไปเยี่ยมราษฎรในภาคใต้ ซึ่งราษฎรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามและมีขนบธรรมเนียมแตกต่างออกไปจากหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมมัสยิดที่อิหม่ามประจำมัสยิดกราบบังคมทูลเชิญเสด็จ และพระราชทานเงินบำรุงมัสยิดนั้นๆ ในเดือนรอมฎอน อันเป็นเดือนที่ชาวมุสลิมถือศีลอด ยังทรงพระกรุณาพระราชทานอินทผลัมแก่อิหม่ามในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย

จากพระราชกรณียกิจในการทำนุบำรุงศาสนาทั่วพระราชอาณาจักรโดยเฉพาะพระพุทธศาสนาที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดีของพุทธศาสนิกชนตลอดมา ทำให้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ในปี 2546 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ให้แผ่ไพศาลยิ่งขึ้น

ปัจจุบันในทุกวันธรรมสวนะหรือวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถจะทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในการบำเพ็ญพระราชกุศล สดับพระธรรมเทศนา และทรงเวียนเทียนโดยจะเสด็จพระราชดำเนินไปตามวัดวาอารามต่างๆ หมุนเวียนไป มิได้ทรงเลือกว่าจะเป็นพระอารามหลวงหรือพระอารามใหญ่ อาทิ วัดพระราม 9 วัดชนะสงคราม วัดพิชยญาติการาม วัดสามพระยา ทรงน้อมนำหลักธรรมแห่งพระพุทธศาสนามาปฏิบัติ โดยเฉพาะพรหมวิหาร 4 ที่ว่าด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา มีน้ำพระราชหฤทัยเมตตาห่วงใยบุคคลทุกระดับในทุกสาขาอาชีพ มีพระราชหฤทัยโสมนัส ความสุข ความเจริญและความสำเร็จของอาณาประชาราษฎร์และทรงส่งเสริมพระราชทานกำลังใจให้ทำความดียิ่งขึ้น รวมทั้งทรงรักษาอุเบกขาธรรมวางพระองค์เป็นกลางอย่างเคร่งครัด

เหนือสิ่งอื่นใดทรงพยายามทุกวิถีทางและทุกโอกาสที่จะทรงแนะนำให้พสกนิกรเห็นว่า ความเจริญทางด้านจิตใจเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญที่สุดไม่น้อยไปกว่าความเจริญทางวัตถุ เพราะจะช่วยให้ชีวิตมนุษย์สมบูรณ์และมีค่า ดังพระราชเสาวนีย์ที่พระราชทานแก่นักศึกษาวิชาพยาบาล เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ.2510 ความตอนหนึ่งว่า

"ความเจริญทางด้านวัตถุจำต้องควบคู่ไปกับความเจริญทางด้านจิตใจจึงจะทำให้ชีวิตมนุษย์สมบูรณ์และมีค่า บุคคลแม้จะเป็นผู้ที่ขาดความมั่นคงทางวัตถุ แต่ร่ำรวยยิ่งในด้านคุณธรรม มีความรักและห่วงใยในเพื่อนมนุษย์ จึงนับว่าเป็นผู้ที่พระพุทธศาสนายกย่องแล้วว่าเจริญแท้..."