จากสุโขทัย สู่วัดนาคปรก และงานเปิดวิก บิ๊ก ช่อง 3

บันทึกรายปักษ์

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นับเป็นวันแห่งความสุข อีกวันหนึ่งของประชาชนชาวไทยจากทั่วประเทศ ได้ชมการถ่ายทอดสด การเสด็จพระราชดำเนินของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค ไปทรงเปิด 5 โครงการชลประทาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประชาชนชาวไทย ต่างรอรับเสด็จฯ อยู่สองริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ผู้เขียนเฝ้าฯชมพระบารมีจากการถ่ายทอดทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ปีติจนน้ำตาไหลเลยทีเดียว

และก็มีข่าวที่ชวนให้เราต้องร่วมกันสวดมนต์ถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีข่าวทรงพระประชวร และทำให้ต้องทรงงดพระราชกรณียกิจไม่กี่วันต่อมา ก็มีข่าวให้คนไทยวิตกเรื่องพระประชวรของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขอน้อมเกล้าฯ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยจงดลบันดาล ให้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงหายจากอาการพระประชวรโดยเร็ว

บันทึกรายปักษ์ครั้งนี้ มีหลากหลายเรื่องราวมาบันทึกไว้ ทั้งการไปมีส่วนร่วมในโครงการนิทานแผ่นดินที่สุโขทัย ของ ปุ้ม-พรหมพงศ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ที่เคยบันทึกไว้ตอนเริ่มโครงการ และการไปร่วมทำบุญที่วัดนาคปรกกับชาวคนบันเทิง เนื่องในงานวันเกิดของ หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์ และงานเปิดวิก บิ๊ก3

 

ผู้เขียนได้มีโอกาสติดตามทีมงานนิทานแผ่นดิน ไปสัมผัสประสบการณ์การสร้างภาพ Land Art นิเวศศิลป์ ในโครงการนิทานแผ่นดินที่จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นผลงานการคดิสร้างสรรค์ โดย อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ต้องขอขอบคุณ อพท. องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ที่เป็นเจ้าภาพในทริปนี้

ได้มีโอกาสสนทนาอย่างยาวนานกับผู้อำนวยการ อพท. พ.อ.ดร.นาฬิกอติภัค (อ่านว่า นา ริก อะ ติ ภัค) แสงสนิท ชื่อเรียกยากมากนะคะ ถึงแนวทางการทำงานในการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ต้องลงไปคลุกคลีกับชาวบ้าน ในการสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ได้ความรู้จากการไปเยือน พิพิธภัณฑ์รามคำแหง ได้ประสบการณ์การไปพิมพ์พระด้วยมือตนเอง และการทำพระให้เก่า อาทิ การนำกระเบื้องเก่าจากวัด จากกำแพงของอุทยานประวัติศาสตร์ที่มีอายุนับร้อยปี มาแกะเป็นพระเก่าหลอกลวงคนซื้อ

และได้ความรู้สึกมากกับการเห็นถึงความตั้งใจของทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจในการทำงานโครงการนิทานแผ่นดิน และก็ทำให้ได้ไปสัมผัสความงดงามของจังหวัดสุโขทัย ที่ดูทีว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากต่างชาติมากกว่านักท่องเที่ยวไทย

สุโขทัยน่าไปเยือนมากค่ะ ไปแล้วประทับใมาก บ้านเมืองยังไม่มีตึกสูง โรงแรมที่พักก็มีสไตล์ แค่ไปเยือนอุทยานประวัติศาสตร์ ได้ไปกราบอนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง ก็คุ้มเกินคุ้มแล้วค่ะ

ในวันของการร่วมแรงร่วมใจกันทำงานนั้น เราไปถึงบริเวณทุ่งนาที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานแต่เช้า มีชาวบ้าน ทั้งผู้ใหญ่ และเด็กหนุ่มสาวมากันมากมาย มีการเชิญพระสงฆ์มาร่วมสวดมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลตาม ขนบธรรมเนียมที่ดีงามของไทย

เห็นหุ่นไล่กามากมายที่เขาขนใส่รถบรรทุกมากองไว้ข้างทางเตรียมรอให้ผู้คนมานำไปปัก หุ่นไล่กาหนึ่งตัว เปรียบได้กับหนึ่งเส้นสายลายพระพักตร์ของพระพุทธรูปที่เกิดจากการเรียงต่อกันของหุ่นไล่กา ซึ่งต้นแบบนั้นมาจากพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ ซึ่งมีนามว่า "พระอจนะ" ของวัดศรีชุม พอเสร็จพิธีสงฆ์ ผู้คนก็เริ่มขนหุ่นไล่กาลงไปในนา โดยมีการปักไม้เป็นเครื่องหมายว่า จะต้องปักหุ่นไล่กาลงไปตรงนั้น บรรยากาศสนุกสนานมาก แม้แดดจะร้อนมาก แต่ไม่มีใครถอย เพราะทุกคนรู้สึกยินดี ดีใจที่ได้มีส่วนในการงานครั้งนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้เขียนได้มีได้มีส่วนร่วมในการไปปักหุ่นไล่กาด้วย

ซึ่งภาพพระพักตร์พระพุทธรูปนี้ อาจารย์ปัญญา ใช้วิธีวาดโดยใช้แผนที่จากกูเกิลส์ และใช้ดาวเทียวคำนวณพื้นที่ในการปักหมุดลงไปสร้างลายเส้น เรียกว่า เป็นใช้เทคโนโลยีช่วยในการสร้างภาพศิลปะอันยิ่งใหญ่นี้ อาจารย์ปัญญา บอกว่า "ผมใช้เส้นสายการเขียนที่เรียบง่ายที่สุด"

พร้อมเปิดใจ ถึงการเลือกมาทำงานในท้องทุ่งนาข้าวของสุโขทัยว่า

"สุโขทัยนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเมืองสำคัญของชาติไทย กรุงสุโขทัย เป็นต้นกำเนิดของชาติไทย เกิดมาเป็นคนไทยควรจะมีโอกาสมาสักครั้งในชีวิต สุโขทัยจะทำให้เห็นถึงอดีตที่รุ่งเรืองสงบสุขและจวบจนถึงปัจจุบัน ยังมีภาพพจน์ที่ดี ถ้าเป็นเช่นนี้อยู่ไปตลอด ไม่เปลี่ยนแปลงมากไปกว่านี้ สุโขทัยจะเป็นเมืองสำคัญของโลก"

การปักหุ่นไล่การเสร็จสิ้นลงไปในเวลาไม่นาน แต่เราก็ไม่สามารถมองเห็นภาพพระพักตร์พระพุทธรูปจากพื้นดินได้ ต้องมองจากมุมสูงเท่านั้น และผู้เขียนก็ได้เห็นภาพนี้หลังจากทีมงานถ่ายภาพจากทางเฮลิคอปเตอร์ งดงามมากมาย

ติดตามชม ภาพเบื้องหลังการทำงาน ในโครงการนิทานแผ่นดินนี้ได้ทางสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส

ทุกวันอาทิตย์ เวลา 10.30-11.00 น. และนำมาออกอากาศซ้ำอีกครั้ง ทุกวันพุธ เวลา 08.00-08.30 น.

และผู้เขียนก็มีภาพมาฝากแทนคำนับพันนะคะ สำหรับโครงการนิทานแผ่นดิน

กลับมาจากสุโขทัย เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา ก็มีโอกาสได้ไปร่วมอนุโมทนาบุญในการสร้างพระพุทธนาคปรกศรีอริยเมตไตรย ที่วัดนาคปรก ย่านฝั่งธนฯ เนื่องในวันเกิดของ หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์ และคณะ

คุณหน่องนับได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลในวงการโทรทัศน์คนหนึ่ง ชื่อของ บรอดคาสต์ เทเลวิชั่น นั้น ได้สร้างสรรค์งานละครและรายการโทรทัศน์ให้ไทยทีวีสีช่อง 3 มาช้านาน เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนพ้อง

จึงไม่เป็นเรื่องแปลกที่ในวันนั้น มีผู้จัดละครชื่อดัง ดารานักแสดง ไปร่วมงานบุญกับคุณหน่องคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น คุณจิ๋ม-มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช คุณก้อย-ทาริกา ธิดาทิตย์ สรวงสุดา ชลลัมพี และเหล่าดารา มากหน้าหน้า ทั้ง ตุ๊ก-ดวงตา ตุงคะมณี โฬม รัชตะ อั๋น-วิทยา ศรีริต้า ปริศนา กล่ำพินิจ สุเชาว์ พงษ์วิไล จิรวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา รวมไปถึง เพชรี พรหมช่วย และดารานักแสดงหน้าใหม่ ที่ผู้เขียนขอสารภาพว่าจำชื่อกันไม่หวาดไหว

อยากจะบอกว่า ผู้จัดของช่อง 3 แต่ละท่านเป็นมือวางอันดับหนึ่งเรื่องทำบุญทั้งสิ้น เพิ่งประจักษ์กับสายตาตอนที่ไปร่วมทำบุญนี่แหละ เพราะแต่ละคนสวดมนต์กันแบบเสียงดังฟังชัด อย่าง พี่ก้อย-ทาริกา มีคนบอกว่า เวลาไปอินเดียแต่ละครั้งนี้ คนที่ไปด้วยไม่ต้องห่วง จัดเต็ม ทั้งเครื่องบูชา ข้าวของเผื่อแผ่ถึงคนรอบข้าง แบบขนกันเป็นหลายกระเป๋าเลยทีเดียว

ก็ขอร่วมอวยพร ร่วมอนุโมทนาบุญกับคุณหน่อง ไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ส่วนอีกงาน เปิดวิกบิ๊ก 3 ไม่ได้ไปงานช่อง 3 มานานมาก ได้มีโอกาสไปร่วมงานครั้งล่าสุด ที่โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล ราชประสงค์

งานนี้ นอกจากช่อง 3 จะเปิดละครที่จะออกอากาศในครึ่งปีหลังนี้แล้ว ยังเป็นการประกาศศักดาการเป็นผู้นำทางด้านข่าว รับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ASEAN Economic Community (AEC) ของประเทศไทยด้วย ผู้เขียนให้ความสนใจกับเรื่องข่าวสารมากกว่าละคร เพราะทุกวันนี้ ข้อมูลข่าวสารเป็นเรื่องจำเป็น ในการดำรงชีพให้อยู่รอดปลอดภัย

คณะผู้บริหารของช่อง 3 นำทีมเปิดตัวครอบครัวข่าว ก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 ด้วยแนวคิด "ก้าวสู่ความเป็นสากล ซึ่งจะมีการออกอากาศในแบบ 2 ภาษา จะมีการพัฒนาเพื่อการก้าวสู่ความเป็นสากล ผ่าน 4 โครงการหลัก คือ โครงการที่ 1 Asia Connect ซึ่งได้เริ่มมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน โดยทางครอบครัวข่าวได้มีการแลกเปลี่ยนข่าวสารกับประเทศในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทั้งนี้เพื่อต้องการให้ทั้งคนไทยและคนอาเซียนได้รู้จักซึ่งกันและกัน ผ่านเนื้อหาสาระของข่าวสารต่างๆ เหล่านั้น

นอกจากนี้ยังมีโครงการ Tour Asia ซึ่งรับผิดชอบโดย คุณชิบ จิตนิยม ร่วมกับ อรชุน รินทรวิฑูรย์ และ แคลร์ ปัจฉิมานนท์ โดยเปิดโอกาสให้ผู้นำท้องถิ่น ตัวแทนเกษตรกร ตัวแทนจากสาขาวิชาชีพต่างๆ ร่วมคณะไปศึกษาและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับตัวแทนทุกภาคส่วนในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งหวังว่าโครงการนี้ ซึ่งเกิดขึ้นด้วยความร่วมมือจากสถานีข่าวในเอเซีย 6 ประเทศ 7 สถานี ด้วยการนำเสนอข่าวที่ครอบคลุมในทุกด้าน เพื่อให้ผู้ชมได้ติดตามสถานการณ์ความเป็นไปของภูมิภาคอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

โครงการที่ 2 ครอบครัวอาเซียน ภายใต้การรับผิดชอบของ บัญชา ชุมชัยเวทย์ รายการจอโลกเศรษฐกิจ ที่ได้ร่วมกับสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ คัดนักศึกษาจากคณะต่างๆ จากทุกมหาวิทยาลัยในเครือข่าย ไปฝึกงานจริงในภาคสนามของประเทศในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พร้อมร่วมศึกษาปัญหาต่างๆ ของแต่ละประเทศในทุกด้าน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสำหรับมนุษย์พันธุ์ใหม่ รุ่นแรกที่เข้าสู่ตลาดแรงงาน ในปี 2558

โครงการที่ 3 New young blood นักข่าวเลือดใหม่ของครอบครัวข่าว 9 คน ซึ่งคัดเลือกมาจากคนรุ่นใหม่ ที่สามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาอังกฤษ จีน บาฮาซา โดยทั้ง 9 คนจะถูกส่งไปประจำในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรายงานข่าวและความเคลื่อนไหวให้คนไทย ได้รู้จักประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็จะได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้นเช่นกัน โดยผ่านการสื่อสารของสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆที่ได้ตกลงให้ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับรายการ Asia Connect

โครงการที่ 4 Backpack reporter เป็นการนำเทคโนโลยี 3G และ ดาวเทียม มาใช้ในการรายงานข่าวจากทุกสถานที่ โดยไม่จำเป็นต้องขนเครื่องมือขนาดใหญ่ เช่น รถถ่ายทอดไปยังสถานที่รายงานข่าว แต่สามารถทำได้เพียงเครื่องมือที่บรรจุอยู่ในกระเป๋า Backpack เท่านั้นและที่จะเห็นอย่างเป็นรูปธรรมในเร็วๆนี้ คือการรายงานการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่กรุงลอนดอน ในเดือนสิงหาคมนี้ และในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในปลายปีนี้ ผู้ชมจะได้ชม สรยุทธ สุทัศนจินดา และ กิตติ สิงหาปัด รายงานข่าวและความเคลื่อนไหวที่แปลกใหม่ไปจากเดิม

ก็ต้องรอดูว่า จะถูกใจผู้ชมเพียงใด

ส่วน ครอบครัวละคร ในครึ่งปีหลังนี้ก็มีให้ชมกันอย่างหลากรส ไม่ว่าจะเป็นแนวโรแมนติคแฟนตาซี -ดาราม่าลึกลับ - พีเรียด หรือแม้กระทั่งแอ็คชั่น ที่จะทำให้แฟนๆช่อง 3 ต้องจ้องอยู่ที่หน้าจอด้วยละครทั้ง 14 เรื่อง อาทิ สื่อรักสัมผัสหัวใจ - กี่เพ้า - มณีสวาท - รักเกิดในตลาดสด - รักคุณเท่าฟ้า รากบุญ - แรงปรารถนา - ดาวเรือง - แรงเงา - เหนือเมฆ 2 - หงส์สะบัดลาย - ปัญญาชนก้นครัว -บ่วงบาป - มณีแดนสรวง พร้อมดาราที่พาเหรดมาร่วมงานกันอย่าง แอน ทองประสม ศรีริต้า เจนเซ่น ราศรี บาเลนซิเอก้า - ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ - เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ - อารยา เอฮาเกต - เข็มอัปสร สิริสุขะ - คิมเบอรี่ แอน เทียมศิริ - อเล็กซ์ เรนเดลล์ - ทฤษฎี สหวงษ์ - สรวิชญ์ สุบุญ - ภูภูมิ พงศ์ภาณุ - เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ - รวิชญ์ เทิดวงส์ - ธัญญาเรศ รามณรงค์ และอีกมากหน้าที่จำชื่อไม่ได้

นอกจากนี้ ก็ยังมีการเปิดรายการใหม่อีก 5 รายการ คือการ์ตูนเชลล์ดอน หอยกู้โลก - แก๊งกระจิ๊ด คิดได้ใจ - ขวัญใจไทยแลนด์ - The voice - มองโลกแบบวิกรม

พูดถึงรายการใหม่ อย่างรายการขวัญใจไทยแลนด์ ผู้เขียนได้เจอ น้องแพม-ลลิตา กตเวทิคุณ ผู้บริหาร ออเคสตร้า เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ มาเปิดรายการเรียลิตี้ สายพันธุ์ไทย เพื่อการค้นหาดารานักร้อง นักแสดง เพื่อป้อนให้กับช่อง 3

น้องแพมบอกว่า ...นี่คือเวทีวัด AURA ความดัง ก็จริงอยู่นะคะ บางคนร้องเพลงดีมาก แต่ไม่ดัง เพราะไม่มีออร่านั่นเอง รางวัลล่อใจไม่น้อยนะ เพราะมีเงินสด และของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท และตำแหน่ง THAILAND'S MOST FAMOUS โดยมีพิธีกรอย่าง ก้อง-ปิยะ เศวตพิกุล น้องแพม-ลลิตา ร่วมด้วย เหล่าคอมเม้นต์ชื่อดังที่เวียนกันมาร่วมรายการ

ออกอากาศทุกเย็นวันเสาร์ เวลา 15.30 - 17.00 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เริ่มวัดราศีความดังพร้อมกันทั่วประเทศ 18 สิงหาคม 2555