ความฝันแบบเด็กๆ

ที่นี่...รายการ "เพื่อคุณภาพชีวิต"

กล่าวกันว่า ความฝันของเด็ก คือมหาสมุทรอันยิ่งใหญ่ที่พวกเขาสามารถเป็นเจ้าของได้ มหาสมุทรแห่งความฝัน เติบโตขึ้นมาพร้อมกับหัวใจดวงน้อย ที่ใฝ่ฝันจะอยากเป็น "นักสำรวจ" จะเป็น "นักผจญภัย" หรือจะเป็น "นักเดินทาง" ฯลฯ ท่องเที่ยวไปยังดินแดนไกลในโลกกว้าง เมื่อเด็กน้อยลืมตาขึ้นมาเขาก็เริ่มคิดและใฝ่ฝันที่จะเดินทางออกไปนอกบ้าน และไกลออกไปกว่านั้น แล้วในที่สุดก็ไม่มีอะไรจะสามารถเปิดกั้น "จินตนาการ" และ "ความอยากรู้อยากเห็น" ของเขาได้

อาณาจักรของเด็กๆ อาจจะมีทั้งแม่น้ำ และภูเขาที่รายล้อม กว้างไกลจากเหนือจรดใต้ไม่มีจุดสิ้นสุด มีผู้คนที่รูปร่าง ผิวพรรณ ภาษาการพูดจาและวัฒนธรรมประเพณีที่แปลกแตกต่างกันไป หมู่อาคารงดงาม ปลูกสร้างและสืบทอดมาจากบรรพบุรุษหลายชั่วอายุคน ดำเนินชีวิตอยู่ในดินแดนอันสวยงาม ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปเพียงใด สิ่งหนึ่งที่ยังคงฝังลึกอยู่ในหัวใจตลอดมาก็คือ ความฝันแบบเด็กๆ ที่เชื่อว่าทุกคนต้องมีความฝันอันบริสุทธิ์ของเด็กน้อยแฝงอยู่ในใจ เพียงแต่จะค้นพบหรือไม่ก็เท่านั้น

การชวนให้เยาวชนใส่ใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อมในแต่ละปีมีมากมาย การวาดภาพและระบายสีก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ เด็กๆจะได้ถ่ายทอดจินตนาการที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้หัวข้อ "เที่ยวไทยตามฝันร่วมกันอนุรักษ์" ใน โครงการ "น้องสุขใจชวนเที่ยวทั่วไทยไปกับเชลล์ดอน" มีรางวัลเป็นทุนการศึกษาและแพ็คเกจท่องเที่ยวพร้อมกับครอบครัว สำหรับเด็กๆ ชั้น ป.1 - ป.6 โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ เชลล์ฮัท เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ผู้ผลิตการ์ตูนแอนิเมชั่น "เชลล์ดอน..หอยกู้โลก" ที่ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกัน ส่งผ่านการเรียนรู้ และการสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชน โดยใช้ "ตัวการ์ตูน" และสื่อแอนิเมชั่นต่างๆ ให้กลุ่มเยาวชนหันมาให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวไทยในเชิงอนุรักษ์ ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม และเป็นการส่งเสริมการสร้างสัมพันธภาพภายในครอบครัว สนับสนุนการแสดงออกทางความรู้ความสามารถของเยาวชนไทย

กรรมการผู้จัดการ เชลล์ฮัท เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ กล่าวว่าผลสำเร็จของการจัดกิจกรรมโครงการฯ จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกในครอบครัว เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความรู้ ความสามารถ และเสริมสร้างจินตนาการ ทั้งยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการปลูกฝังเยาวชนไทยให้มีจิตสำนึกด้านการท่องเที่ยวอย่างรู้คุณค่า และเข้าใจถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน ทะเล ของชาวประมงกำลังประสบ ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลลดน้อยลง อย่างน่าใจหาย สาเหตุหลักก็มาจาก ความโลภมากของมนุษย์บางกลุ่มที่มุ่งเน้น แต่เพียงเรื่องความอยู่ของตนเอง ส่งผลให้สัตว์ทะเลเริ่มหายาก ธรรมชาติทางทะเลก็เสื่อมโทรม และเกิดผลกระทบในด้านร้ายมากมาย ทำให้หลายองค์กร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ต้องออกมารณรงค์ในเรื่องนี้ เพื่อปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนในทุกชุมชน

"หอยในท้องทะเลแต่ละชนิดในทะเลมีคุณค่า ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ สัตว์ที่เชื่องช้าและอ่อนแอ แต่เป็นสัตว์ที่มีในการชีวิตผจญภัย น่าเรียนรู้และติดตาม ต้องการให้ผู้ชมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ได้มองเห็นความมหัศจรรย์ของหอยทะเล ต่อไปที่ผู้คนที่เดินทางไปท่องเที่ยวจะได้เลิกเก็บเปลือกหอย และฉุกคิดว่าสัตว์ตัวน้อยๆ หรือหอยทะเลเหล่านี้ มีความน่ารักและชี้วัดถึงคุณภาพของสิ่งแวดล้อมได้เพียงใด"

"เชลล์ดอนฯ" ซีซั่นส์ 4 เป็น ชุดการ์ตูนแอนิเมชั่น ที่มีความสวยงาม และความสนุกสนานบันเทิง พร้อมให้สาระความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตสัตว์ในท้องทะเล หอยชนิดต่างๆ ผ่านเรื่องราวของมิตรภาพ ดนตรี กีฬา การทำงานเป็นทีม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการผจญภัย ฯลฯ นำเสนอด้วยความบันเทิงที่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ สวยงาม ซึ่งสามารถดูได้ทั้งครอบครัว

แต่ละตอนจะกล่าวถึง การผจญภัยของ "หอยพระอาทิตย์หนุ่มน้อย" ที่ชื่อ เชลล์ดอน (Shelldon) ที่ต้องเผชิญกับปัญหาในชีวิตประจำวัน ไปพร้อมๆกับเพื่อนสนิท คือ เฮอร์แมน (Herman) และ คอนนี่ (Connie) ที่พวกเขาทั้ง 3 ต้องเข้าไปเกี่ยวพันในเหตุการณ์ที่จะนำไปสู่การผจญภัยอันน่าตื่นเต้น

เรื่องราวจะเกิดขึ้นใน ชุมชนแนวปะการัง ที่มีชื่อว่าเชลล์แลนด์ ตั้งอยู่แนวน้ำตื้น นอกเกาะอันดามัน โดยหอยชนิดต่างๆ ถูกสร้างขึ้นมาเป็นตัวการ์ตูนที่มีชีวิตชีวา บุคลิกลักษณะหลากหลาย มีความเหมือน และแตกต่างกัน มีความรู้สึก ความคิด รู้จักเจ็บปวด และความสนุกสนานเช่นเดียวกับมนุษย์ มีสังคม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของตนเอง

การดำเนินเรื่องสอดแทรกการเรียนรู้ที่จะเจริญเติบโต การดำเนินชีวิตร่วมกับผู้อื่น และการเอาตัวรอดในสภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลก ทุกคนมีคุณสมบัติของความดีอย่างแท้จริงอยู่ในตัวเอง และทุกๆคนในชุมชนสามารถทำสิ่งที่ดีและยิ่งใหญ่ต่อเพื่อนมนุษย์ได้เสมอ

เชลล์ดอน ตัวเอกของเรื่องเป็น หอยพระอาทิตย์ (Shelldon - Yoka Star Shell) ครอบครัวอาศัยอยู่ใน Shell Land ด้วยความขี้อายและสงบเสงี่ยม จึงพยายามจะหลีกเลี่ยงปัญหา แต่ปัญหามักจะวิ่งเข้ามาหาเขาเสมอ จึงทำให้ได้ค้นพบความสามารถและกล้าหาญ ที่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองมีอยู่ เมื่อเจอกับบททดสอบ ทำให้เขากลายเป็นหัวหน้ากลุ่มโดยปริยาย ต้องฝ่าฟันการผจญภัยครั้งแล้วครั้งเล่า ในช่วงเวลาที่ไม่ได้ไปโรงเรียน เขามักจะอยู่ช่วยงานที่ Charming Clam Inn ซึ่งเป็นโรงแรมของครอบครัวของเขา

เฮอร์แมน เป็น ปูเสฉวน (Herman - Hermit Crab) เพื่อนสนิทที่สุดของเชลล์ดอน มีความอยากรู้ที่เกี่ยวกับธรรมชาติ มีความเข้มแข็ง ไม่เกรงกลัวใคร ชอบคิดนอกกรอบ มักแก้ปัญหาด้วยวิธีการสุ่มเสี่ยง แต่ด้วยความช่างคิด และรู้จักปรับตัว มีความจริงใจ ก็พอจะชดเชยข้อเสียที่เขามีได้

คอนนี่ เป็น หอยเบี้ย (Connie-Cowry Shell) ที่ฉลาด ร่าเริง เรียนเก่ง ทำงานอยู่ที่ Charming Clam Inn เพื่อแลกกับการพักอาศัยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พ่อแม่เป็นมหาเศรษฐี ปรารถนามิตรภาพที่แท้จริงมากกว่า โดยพยายามที่จะขจัดภาพลักษณ์ "เจ้าหญิง" ออกไป และเลี้ยงตัวเองด้วยการทำงานหลังเลิกเรียน ด้วยบุคลิกที่จริงจังและติดดิน จึงเป็นคนเดียวในกลุ่มเพื่อนทั้ง 3 ที่ช่างคิด และพูดจาอย่างมีเหตุผล

ด็อกเต้อร์เชลล์ เป็น หอยทากทะเล (Dr. Shell - Lister's River Snail) เป็นนักประดิษฐ์ที่ชาญฉลาด แต่มักทำอะไรประมาทเลินเล่อ ประดิษฐ์สิ่งของเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคม มีความใกล้ชิดกับเชลล์ดอน และ เฮอร์แมน เพราะทั้งคู่ชื่นชมผลงานประดิษฐ์ของเขานั่นเอง

มิสซิสพริม เป็น กุ้งคริสตัลสีแดง (Mrs. Prim - Crystal Red Shrimp) อดีตนางงามโลก บาดาล เป็นเจ้าของร้านเสริมสวย มีบุคลิกที่สง่างาม ความสวยงาม กิริยามารยาท เธอสร้างภาพให้คนอื่นมองว่า เธอเป็นคนถือเนื้อถือตัว แต่จริงๆแล้วเธอใจดีและอบอุ่น

คลิก กับ แคล็ก เป็น หอยมือแมว (Click & Clack - Fluted Giant Clam) คู่แฝดเป็นเด็กอยากรู้อยากเห็น ทำแต่เรื่องซุกซน ใช้วิธีการร้องไห้และประจบ เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการและได้เปรียบคนอื่นๆ

แคร็บบี้ (Crabby-Crab) เป็น ปูเจ้าตัวปัญหา เจ้าของร้านหนังสือ เป็นพวกขี้กลัว หวาดระแวง และมักทำให้มิสซิสพริมหงุดหวิด ชาวเมืองก็ยอมรับตัวตนของแคร็บบี้ มิตรภาพระหว่างคุณป๋าแคลมและแคร็บบี้ เปรียบได้กับมิตรภาพระหว่างเชลล์ดอน และ เฮอร์แมน ในเวอร์ชั่นผู้ใหญ่

เชลล์ดอนยังยึดแนวทางเดิมที่ชัดเจน คือการรู้จักตัวเอง การเป็นผู้ให้ และการลดภาวะโลกร้อน สมัยนี้คนเราหันมาใส่ใจธรรมชาติกันมากขึ้น มีการรณรงค์และเริ่มอนุรักษ์ธรรมชาติกันมากขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เชลล์ดอนจะเป็นสื่อกลางกับเด็กๆ ปลูกฝังความรักและความเข้าใจที่มีต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยและทั่วโลก

จากอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ทำให้ประชากรหันมาให้ความสนใจช่วยกันดูแลรักษาสภาพแวดล้อมมากขึ้น ผู้ประกอบการธุรกิจด้านการท่องเที่ยวต้องหันมาเอาใจใส่ปรับปรุงวิธีการผลิตสินค้า หรือบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

หลายหน่วยงานตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างการรับรู้ และกระตุ้นให้เกิดการดูแลรักษาทรัพยากรการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จึงได้เกิดการกำหนดกลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในมิติของการเรียนรู้ โดยจัดทำ แผนดำเนินงานเพื่อปลูกฝังเยาวชนให้มีความรู้ ความเข้าใจ มีจิตสำนึกการเป็นเจ้าบ้านที่ดี มีความรักและหวงแหนในวัฒนธรรม ประเพณี และทรัพยากรการท่องเที่ยวในท้องถิ่นของตน อันจะเป็นกำลังที่สำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต

พันเอก ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. กล่าวไว้ว่า การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ก็คือ การท่องเที่ยววิถีชีวิตที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น วิถีชีวิตการอยู่อาศัย การประกอบอาชีพ อาหารการกิน ศิลปหัตถกรรม และอื่นๆ ที่จะสะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของชุมชน ผู้คนเจ้าของพื้นที่ ผ่านการพูดคุยสนทนาและผ่านกิจกรรมทดลองปฏิบัติต่างๆ เช่น การทดลองทำอาหาร การทำศิลปหัตถกรรม ฯลฯ

นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งมีความสนใจในวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของคนไทยผ่านประสบการณ์ตรง เรียกว่าเป็นเวทีการเรียนรู้แบบมีชีวิต การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จึงจำเป็นต้องมีการสร้างสมดุลของชุมชนใน 3 ส่วน คือ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

"การมุ่งเน้นรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพื่อสร้างรายได้ในระยะสั้นที่มากจนเกินไป อาจทำให้เกิดการละเลยต่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การดูแลสภาพความเป็นอยู่ และทำให้เสน่ห์ของชุมชนหายไป กลายเป็นการทำลายแหล่งท่องเที่ยวไปโดยที่ไม่ทันรู้ตัว..."

แต่หากจะอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือศิลปวัฒนธรรมมากจนเกินไป ไม่มีการปรับตัวเพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวเลย ก็อาจจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ชุมชนขาดรายได้ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงทั้งสามส่วน เพื่อให้ชุมชนมีความสมดุล และสามารถพัฒนาเป็นแห่งแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน

องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก UNESCO) ได้ให้นิยามของการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ว่า เป็นการท่องเที่ยวที่มีจุดประสงค์สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาชุมชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการดำเนินชีวิตของของชุมชน โดยจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวอย่างกลมกลืนและสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีต่างๆในชุมชน การเรียนรู้ และการทดลอง เพื่อให้ได้มาซึ่งประสบการณ์จากสิ่งที่มีอยู่จริง

การท่องเที่ยวสร้างสรรค์ นับได้ว่าเป็นการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เมื่ออ้างอิงจากความหมายของการท่องเที่ยวในรูปแบบที่มีมาก่อน แต่เดิมการท่องเที่ยวมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อ เป็นการใช้เวลาในการพักผ่อนหย่อนใจ แสวงหาความสุขและความเพลิดเพลินที่ได้รับจากการท่องเที่ยวในสถานที่นั้นๆ

การจัดการการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสมจะเอื้อประโยชน์ต่อการอนุรักษ์อย่างชัดเจน และเป็นกระบวนการสำคัญในการ ก่อเกิดจิตสำนึกร่วมกันในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศในชุมชน ทั้งจากการร่วมคิดร่วมทำ สร้างกระบวนการกลุ่ม สามารถขยายผลไปในพื้นที่ข้างเคียงและพื้นที่อื่นๆได้

แหล่งท่องเที่ยวและชุมชนจะเป็นแหล่งเรียนรู้ของสังคม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่าย จนกลายเป็นพลังในการสร้างฐานความรู้สำหรับการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า "การท่องเที่ยวสร้างสรรค์มีรากฐานจากชุมชนสร้างสรรค์ และต้องใช้ทุนทางสังคมต่างๆ เพื่อสร้างการท่องเที่ยวสร้างสรรค์"

เด็กๆ คือความหวังของผู้ใหญ่ในปัจจุบันที่จะขอฝากอนาคตไว้กับ "หัวใจ สมอง และสองมือ" อาจจะยังเล็กๆอยู่ในวันนี้ สะสมพลังความฝันแบบเด็กๆ มีความรักความผูกต่อสิ่งแวดล้อม เหมือนกับ "เชลล์ดอน" หอยตัวเล็กๆ ที่กล้าหาญกล้าจะกอบกู้โลกจากภัยสิ่งแวดล้อมกันนะคะ