ปลุกพลังเพื่อพิชิต Admission

เก็บมาฝาก

ช่วงการสอบ Admission เลื่อนออกไป เพราะมีสถานการณ์น้ำท่วมเข้ามา ก็ถือเป็นช่วงพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ดีกว่ามัวเป็นทาสของสถานการณ์ แล้วทำให้หมดพลังควบคุมชีวิต ควบคุมการกระทำ จนกระทั่งไม่ได้อ่านหนังสือเตรียมสอบกัน วันนี้ “เจตสิก” มีคำแนะนำเด็ดๆที่เห็นผลจริง โดย ครูบอมบ์–ทัตติ เพ็ชรดีชนาเดช จากโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษบอมบ์อิงริช ที่จะทำให้ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลง กับผลการเรียนแบบก้าวกระโดด เพียงแต่ต้องเชื่อว่า...เราทำได้ และทุกสิ่งที่คาดหวังไว้...ก็สำเร็จ

ตั้งเป้าหมายเพื่อความสำเร็จให้ตัวเอง

การกระทำจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีได้ เมื่อเรารู้จักเป้าหมายที่แน่ชัด ถ้าเรารู้ตัวเองว่าอยู่ตรงจุดไหน ก็จะไปสู่จุดหมายที่ถูกต้องได้ง่ายขึ้น อย่างเรามีเป้าหมายจะไปเชียงใหม่ แต่กลับยังไม่รู้เลยว่ากำลังยืนตรงไหนอยู่ แล้วจะทำการเดินทางไปได้อย่างไร หรือคงจะกำหนดจุดหมายที่จะไปได้ยาก ด้วยเรายังไม่รู้จักตัวเองเลย แล้วคงยากที่จะให้คนอื่นมารู้จักตัวเรา เพราะไม่มีใครที่จะรู้จักตัวเรา ได้ดีไปกว่าตัวเราเองแน่นอน ในการตั้งเป้าหมายได้มีวิธีง่ายๆดังนี้   

- ลองเขียนบรรยายว่า เราคือใคร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร อยากทำอะไร เริ่มตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันกันเลย เขียนออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เมื่อเขียนถึงตัวเองได้แล้ว จะทำให้เห็นทั้งความเข้มแข็งและอ่อนแอในตัวเรา
- บุคคลที่พึ่งพาอาศัยในตอนนี้ อย่างคุณพ่อคุณแม่ พี่น้อง ญาติ มิตร เขียนออกมาให้มากที่สุด และหากไม่มีชีวิตเราจะเป็นอย่างไร

สิ่งสำคัญในการตั้งเป้าหมาย คือ ไม่ว่าในอดีตจะเป็นเช่นไร เราต้องสามารถเดินได้ทุกเมื่อ และอย่ากลัวกับการตั้งเป้าหมาย ที่อาจเสี่ยงกับความล้มเหลว จงกล้าหาญที่จะตั้งเป้าหมาย เพราะมีหลักในการตั้งเป้าหมายที่ว่า ไม่ได้ตั้งเป้าหมายต่ำเกินไป และก็ไม่ได้สูงจนเกินไปด้วย ชีวิตเราจะเป็นได้เท่าที่คิดฝัน อยากเป็นอะไร...ต้องกล้าคิดและเพ่งสมาธิ จดจ่อกับสิ่งที่อยากเป็นให้เต็มที่ หลับตานึกถึงเป้าหมายสูงสุดในชีวิต อยากเห็นชีวิตตัวเองเป็นอย่างไร   

เรียนรู้ “เหตุ” และ “ผล” ในกฎเกณฑ์ของโลก

ไม่ว่าใครจะทำอะไร ทำอย่างไร ย่อมได้รับผลลัพท์ของสิ่งนั้นๆเสมอ สิ่งต่างๆที่เกิดมาขึ้นนั้น ล้วนเป็นผลจากสาเหตุต่างๆ ไม่ใช่เพียงสาเหตุเดียว หากต้องการเปลี่ยนผลลัพธ์ในชีวิต เช่น เปลี่ยนผลการเรียน เปลี่ยนบุคลิกภาพตนเอง อยากเรียนเก่งขึ้น ก็ต้องเปลี่ยนแปลงที่ต้นเหตุ ซึ่งจะทำให้สามารถเรียนเก่งขึ้น และเราพอจะควบคุมได้มากที่สุด

ขจัดข้อจำกัด ด้านความคิด...ความเชื่อ

ไม่มีใครกำหนดได้ว่า ชีวิตจะไม่ประสบความสำเร็จ ไม่มีใครกำหนดได้ว่า เราจะทำอะไรได้หรือไม่ได้ ไม่มีใครกำหนดได้ว่า จะได้ผลการเรียนเท่าใด และไม่มีใครกำหนดได้ว่า จะเป็นบุคคลสำคัญได้หรือไม่ได้ ถ้าเราไม่ยอมจำกัดกรอบตัวเองเอาไว้ ก็ไม่มีใครที่จะมากำหนดตัวเราได้ บางครั้งอาจเคยได้ยินคำพูดที่ว่า เราคงเป็นไม่ได้หรอก เราไม่ได้มีโอกาสอย่างเขา เราไม่ได้เก่งอย่างเขา เราไม่ได้โชคดีอย่างเขา นั่นเป็นความคิดที่บั่นทอนความก้าวหน้าของชีวิต ถ้าเลือกจะทำให้ชีวิตก้าวหน้า...ก็ต้องขยันเพิ่มขึ้น และผลลัพท์ย่อมคุ้มค่ากับการลงมือทำแน่นอน

หากอยากเรียนหมอ...จะดีไหม ถามตัวเองก่อน ถ้าดีที่สุดๆแล้ว ก็เดินตามเส้นทางนั้นได้เลย อย่าหยุดยั้ง อย่าลังเล หรือหากอยากเรียนวิศวะ อยากเรียนรัฐศาสตร์ ก็ต้องเริ่มอ่านหนังสือ เริ่มลงมือฝึกฝนตนเอง เพราะ...ไม่มีความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ทางใด ที่ไม่ต้องแลกกับความเหนื่อยล้าและความยากลำบาก กุญแจสำคัญของความสำเร็จ คือ การลงมือทำอย่างต่อเนื่อง เมื่อเจออุปสรรคใดๆก็ให้ปรึกษาผู้รู้

หลีกเลี่ยงความคิดที่บั่นทอนกำลังใจ

อุปสรรคสำคัญที่สุดในการลงมือทำความสำเร็จ อย่างแรกที่ควรหันกลับมามอง คือ ความคิดที่บั่นทอนกำลังใจ อันมาจากทั้งตนเอง คนรอบข้าง และสื่อต่างๆ อย่างอยากจะสอบเข้าหมอ กลับมัวคิดว่า ยากเกินไป จะมีแรงพอไหม หรืออยากเรียนเลขเก่งๆดันไปคิดว่า สมองอย่างเราไม่มีทางจะเก่งเลขได้ ทุกอย่างอยู่ที่คิดไปเองทั้งนั้น เพราะความกังวล ความกลัว...นี่ล่ะ ที่ฉุดรั้งชีวิตไม่ให้ไปไหนต่อไหนได้ จงเชื่อมั่น ศรัทธา ในสิ่งที่กระทำและเป้าหมายของตนเอง

จัดสรรค์เวลา จัดลำดับความสำคัญ

รายงานเยอะแยะ อ่านหนังสือไม่ทัน แค่เวลาเรียนก็มากพอแล้ว ยังต้องเรียนพิเศษเสาร์–อาทิตย์อีก อยากมีเวลามากขึ้นกว่านี้ คำพูดต่างๆเหล่านี้ หยุดบ่น...หยุดโทษสิ่งต่างๆรอบตัว ลองหันมาบริหารจัดการตัวเองว่า จะทำอย่างไร...ให้โอกาสสอบติดเป็นไปได้มากที่สุด ลองจัดลำดับความสำคัญ ด้วยการลองดูเวลาที่ใช้ในแต่ละวัน ยกตัวอย่างมา 2 วัน ในอาทิตย์ที่ผ่านมาขอเป็นวันธรรมดากับวันหยุดว่า เราทำอะไรบ้างในแต่ละชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ 06.00 นาฬิกา ไปจนจบที่ 24.00 นาฬิกา การจัดลำดับความสำคัญเป็น จะช่วยให้เราเริ่มใช้เวลาเป็น

ถ้ามีเป้าหมาย คือ การสอบเข้าคณะอักษรศาสตร์ให้ได้ สิ่งสำคัญที่ต้องทำ คือ อ่านหนังสือวิชาที่ต้องใช้สอบ 1–2 ชั่วโมงต่อวัน หรือติวเพิ่มในวิชาที่ต้องสอบ นอกจากนั้นยังมีสิ่งอื่นๆที่สำคัญรองลงมา เช่น การทำรายงานส่ง เพื่อให้ได้เกรดที่ดีๆ ตั้งใจเรียนในห้องเรียน ไปโรงเรียนให้ทัน ดูแลร่างกายให้แข็งแรง เลี่ยงสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น ดูการ์ตูน ดูทีวี เล่นเฟสบุ๊ค ดูข่าวนานเกินไป แชทคุยกับเพื่อน นอนกลางวัน นอนเกินวันละ 8 ชั่วโมง ไปช้อปปิ้ง และอีกสารพัดอย่างที่ไม่เกี่ยวกับการสอบ คนส่วนมากที่สอบเข้ากันไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่ฉลาด ไม่เก่ง หัวไม่ไว แต่เป็นเพราะ...ไม่รู้จักจัดลำดับความสำคัญในชีวิตต่างหาก

ทุกคนมีศักยภาพเท่าเทียมกัน ในการสรรค์สร้างความสำเร็จให้ชีวิต หากหมั่นปลุกพลังในตัวเองสม่ำเสมอ แล้วจะรู้ว่า เราก็เป็นสุดยอดคนหนึ่งได้เหมือนกันครับ