COPA Coca-Cola Camp

โครงการเพื่อเยาวชน

เมื่อเร็วๆนี้ โค้กนำ 3 นักฟุตบอลเยาวชนไทย เปิดเผยประสบการณ์ หลังเข้าร่วมค่ายฟุตบอล เยาวชนนานาชาติ "COPA Coca-Cola Camp" ณ ประเทศบราซิล โดยเยาวชนนักเตะทั้งสาม เป็นส่วนหนึ่งในเยาวชนนับร้อย ที่มาจาก 28 ประเทศทั่วโลก

กรอบแก้ว ปันยารชุน ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สื่อสารการตลาด บริษัทโคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด ว่าการสนับสนุนในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักๆเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ให้นักฟุตบอลเยาวชนไทย ได้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง และเข้าใจถึงประโยชน์ในการออกกำลังกาย พร้อมเปิดโอกาสนักฟุตบอลเยาวชนไทย ฝึกฝนเทคนิคฟุตบอลจากต้นแบบบราซิล และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ค่ายฟุตบอลเยาวชนระดับโลกอย่างเต็มที่

ตัวแทนนักฟุตบอลไทย ได้แก่ น้องเชียร์เรอร์-อลงกต ไชยวิเศษ น้องเครป-โสมนัส ขวัญจิต และ น้องดอน-โรมาดอน มีดามี โดยมี โคปา โคคา-โคลา แคมป์ แอมบาสซาเดอร์ "เบเบโต้" อดีตนักฟุตบอลดาวเด่น และโค้ชแห่งทีมชาติบราซิล ถ่ายทอดประสบการณ์การเล่นฟุตบอล พร้อมให้การฝึกทักษะฟุตบอลแบบบราซิล กับทีมโค้ชอย่างใกล้ชิด

ตลอดระยะเวลา 5 วัน ภายในค่ายโคปา โคคา-โคลา แคมป์ 2014 ตัวแทนนักฟุตบอลเยาวชน ร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย อาทิ การฝึกซ้อมเทคนิคกีฬาฟุตบอล ภายใต้การดูแลของโค้ช และทีมงานผู้มีประสบการณ์ การแข่งขันกระชับมิตร มุ่งเน้นให้นักฟุตบอลเยาวชน มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างทั่วถึง ทั้งรู้จักทำงานเป็นทีม เคารพซึ่งกันและกัน รวมถึงได้เรียนรู้และเข้าใจคู่แข่ง กิจกรรมฟุตบอลเพื่อชุมชน ตัวแทนนักฟุตบอลเยาวชน มีโอกาสปรับปรุงสนามฟุตบอล ทำกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ และส่งเสริมการออกกำลังกายกับชุมชน ณ ศูนย์เยาวชนดอน บอสโก และ สัมผัสประสบการณ์ฟุตบอลโลกครั้งหนึ่งในชีวิต โดยชมพิธีเปิดการแข่งขัน และการแข่งขันนัดเปิดสนาม ณ สนามอารีน่า เดอ เซาท์ เปาโล อีกด้วย

น้องเชียร์เรอร์-อลงกต ไชยวิเศษ มิดฟิลด์แนวรุกคนเก่ง สมาชิกสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า "โดยส่วนตัวผมประทับใจโค้ชและทีมงาน ที่ดูแลเอาใจใส่ตัวแทนเยาวชนทุกคน อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน เพราะที่ค่ายโคปา โคคา-โคลา แคมป์ แห่งนี้ ทุกคนต่าง คือแชมป์เปี้ยน นอกจากนี้ในการฝึกซ้อมแต่ละครั้ง และการแข่งขันแต่ละแม็ตช์นั้น ยังเปิดโอกาสให้ได้เข้าใจศักยภาพของตนเอง เมื่อได้มาเรียนรู้เทคนิคและฝึกซ้อมฟุตบอลในครั้งนี้ ทำให้ผมเห็นว่า ตัวเองยังพยายามไม่มากพอ ยิ่งได้มาเห็นความมุ่งมั่นและทุ่มเทของเพื่อนเยาวชนต่างชาติแล้ว ยิ่งทำให้ผมต้องตั้งใจฝึกซ้อมให้มากขึ้น ต้องพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นในทุกๆวัน และอีกหนึ่งความประทับใจที่ผมจะไม่มีวันลืมเลย นั่นคือในการแข่งขันกระชับมิตร ซึ่งผมมีโอกาสได้ทำประตูลูกโทษให้กับทีม 'Friendship' ทำให้ทีมของผมชนะ เป็นอันดับที่ 3 สุดท้ายนี้ผมตั้งใจว่า จะแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้รับ กับเพื่อนๆที่เมืองไทยอย่างแน่นอน นอกจากนี้ความรู้สึก ในวันที่ได้ชมพิธีเปิด และชมคู่เปิดสนาม ระหว่างบราซิลและโครเอเชีย มันทำให้ผมรู้สึกขนลุก และถามตัวเองว่า ต้องทำอะไรบ้าง เพื่อไปยืนในจุดที่ได้ร้องเพลงชาติก่อนลงแข่งขัน ทั้งหมดนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงทางความคิดครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต เกี่ยวกับการเล่นฟุตบอลของผมครับ"

น้องเครป-โสมนัส ขวัญจิต กองหลังเล็กพริกขี้หนู สมาชิกสโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กล่าวว่า "การมาค่ายฟุตบอลกับโค้กในครั้งนี้ ทำให้ผมได้เปิดมุมมอง และได้สัมผัสประสบการณ์ที่เกินความคาดหมายหลายอย่าง ซึ่งได้เห็นเทคนิคการเล่นฟุตบอลที่หลากหลายของเพื่อนเยาวชนต่างชาติ จากการได้มาเรียนรู้และฝึกซ้อมที่นี่ ทำให้เห็นเลยว่า คนเอเชียอย่างเรา มีปัญหาด้านสรีระ แต่โค้ชก็สอนผมว่า อย่าให้อะไรก็ตามมาเป็นอุปสรรค หยุดยั้งเราได้ นอกจากนี้โค้ชยังสอนให้รู้จักนำเทคนิคต่างๆ มาประยุกต์ใช้กับการเล่นฟุตบอล ผ่านกิจกรรมเสริม เช่น การเล่น 'Foot Volleyball' ที่ช่วยฝึกทักษะการนำส่วนต่างๆของร่างกายมาใช้ โดยเฉพาะส่วนเท้า และการฝึก 'Capoeira' เป็นศิลปะการป้องกันตัวแบบบราซิล โดยผสมผสานระหว่างการเต้นรำ แอโรบิค และดนตรีที่เร้าใจ เรียกได้ว่า...การจะเป็นนักฟุตบอล ที่ประสบความสำเร็จได้นั้น จะต้องมีหูตาที่กว้างไกลจริงๆ นอกจากนี้ผมยังได้เห็นความมุ่งมั่นของเพื่อนๆต่างชาติ แล้วก็ต้องกลับมามองและพัฒนาตัวเอง รวมถึงการฝึกฝนและการไม่ย่อท้อ และที่ผมชอบมากอีกอย่างหนึ่ง ก็คือการได้เพื่อนใหม่ๆ ผมได้เรียนรู้รูปแบบการเล่นฟุตบอลของประเทศต่างๆครับ"

และปิดท้ายด้วย น้องดอน-นายโรมาดอน มีดามี ผู้รักษาประตูมือกาว สมาชิกทีมฟุตบอลโรงเรียนจากยะลา กล่าวว่า "ในชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่า จะมีโอกาสได้มาบราซิล ประเทศที่ผู้คนหายใจเข้าออกเป็นฟุตบอลอย่างแท้จริง รวมถึงได้เป็นส่วนหนึ่ง ของผู้คนกว่าหกหมื่นคน ที่มาชมการแข่งขันฟุตบอลโลก และได้กระทบไหล่นักฟุตบอลดังระดับโลก อย่าง 'โค้ชเบเบโต้' 'กาก้า' หรือ 'เนย์มาร์' ผมสังเกตว่า นักฟุตบอลดังเหล่านี้ มีคุณสมบัติเหมือนกันอย่างหนึ่งคือ ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน พวกเขาจะมีสมาธิและตั้งใจฟิตซ้อมร่างกาย ก่อนลงสนามแข่งขันเสมอ นอกจากนี้ผมยังได้ประทับใจ ที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน ทำให้เห็นว่าฟุตบอล ไม่ใช่กีฬาเพื่อการแข่งขันอย่างเดียว แต่ฟุตบอลทำประโยชน์ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนได้ ค่ายแห่งนี้สอนให้รู้ว่า ยิ่งเราแบ่งปันและเปิดใจกว้าง เราจะยิ่งได้รับสิ่งดีๆ ตอบแทนกลับมา โดยเฉพาะมิตรภาพ อันมีค่าจากเพื่อนต่างชาติ และเพื่อนชาวไทยด้วยกัน ที่ผมจะไม่มีวันลืม"

"โคปา โคคา-โคลา แคมป์ 2014" ณ ประเทศบราซิล ของตัวแทนนักฟุตบอลเยาวชนไทย ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ซึ่งมีโอกาสได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ รวมถึงได้เผยแพร่วัฒนธรรมไทย ให้นานาชาติได้รู้จัก แม้ว่าตัวแทนเยาวชน จะมาจากต่างชาติต่างภาษา แต่ทุกคนมีหัวใจดวงเดียว และพูดภาษาเดียวกัน นั่นคือ ภาษาฟุตบอล