นมัสการสถานที่ศักดิ์สิทธิ์พระปฐมเจดีย์ ย้อนเวลาสู่เมืองนครปฐมโบราณมีสุวรรณภูมิเป็นเมืองหลวง

แบ่งปันความรู้สู่สาธารณะ

ทริปกรมศิลปากรภายในวันเดียวเป็นโครงการแบ่งปันความรู้สู่สาธารณะเรื่องอู่ทองต้นทางไทย ในประวัติศาสตร์อาเซียน มี อรุณศักดิ์ กิ่งมณี นักโบราณคดีระดับชำนาญการพิเศษวิทยากร จากกรมศิลปากร พร้อมด้วยวิทยากรพิเศษในทริปนี้ อาจารย์สุจิตต์ วงษ์เทศ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ประธานหลักสูตรรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้จัดรายการวิทยุFM.92Aseanทุกวันอาทิตย์ พร้อมด้วย อาจารย์ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ นักวิชาการอิสระ อดีตอาจารย์ประจำภาคประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร บรรยายความรู้แบบจุใจด้วยการพาคณะสื่อมวลชนทั้งหมดสัมผัสสิ่งมหัศจรรย์ เข้านมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ปูชนียสถานสำคัญที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คู่บ้านคู่เมืองนครปฐม เป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนาเป็นหลักชัยของพระพุทธศาสนา พระร่วงโรจนฤทธิ์ ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ และตลาดใหญ่นครปฐม เป็นที่กล่าวขานกันว่าพระเจดีย์ได้กระทำปาฏิหาริย์อยู่เนืองๆ ทำให้พระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เกิดความศรัทธาเป็นอย่างมาก

พระปฐมเจดีย์ เป็นบุญจาริกสถาน เป็นสถานที่รู้จักของผู้ท่องเที่ยวจาริกแสวงบุญเพราะเป็นสถานที่สร้างบุญให้กับผู้ที่จาริกแสวงบุญ พระปฐมเจดีย์สร้างขึ้นมาเป็นสถานที่รวมของสถาบันชาติ สถาบันพระพุทธศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นการหลอมสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ความศักดิ์สิทธิ์ของพระปฐมเจดีย์นับเนื่องตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ส่งพระสมณทูตเข้ามา สมัยนั้นมีเจ้าปกครองเมือง สมัยพระยากง พระยาพาน ก็มีเจ้าปกครองเมืองที่จังหวัดนครปฐม มาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระเจ้าแผ่นดินหลายพระองค์เสด็จฯมายังจังหวัดนครปฐม รัชกาลที่ 4 เสด็จฯมาตั้งแต่ครั้งเป็นพระภิกษุ และต่อมาเป็นพระเจ้าแผ่นดินเสด็จฯมาบูรณะหลายครั้ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จฯมาเป็นเนืองนิตย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯมาประจำที่พระราชวังสนามจันทร์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เสด็จฯมา ในพ.ศ.2469 ได้อัญเชิญพระสรีรังคารของรัชกาลที่ 6 มาบรรจุไว้ใต้ฐานพระร่วง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เสด็จฯมาจังหวัดนครปฐมหลายครั้ง นครปฐม แปลว่า นครที่หนึ่ง หรือนครอันดับหนึ่ง มีพระปฐมเจดีย์เป็นที่หนึ่ง

ด้วยรูปลักษณะสัณฐานเป็นเจดีย์ทรงลังกา ด้วยความสูงจากพื้นดินถึงยอดมงกุฎ 120.4 เมตร ฐานโดยรอบวัดได้ 235.50 เมตร ระเบียงคดโดยรอบ562 เมตร กำแพงแก้วชั้นโดยรอบ 912 เมตร ซุ้มระฆังบนลานเจดีย์ 24 ซุ้ม ฐานเจดีย์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีชั้นลดทั้ง 4 ทิศ จากชั้นลดขึ้นไปเป็นลานเจดีย์ มีระเบียงคดล้อมรอบเป็นวงกลม องค์ระฆังปากผายคว่ำ มีช่องบัวใบเทศอยู่ระหว่างกึ่งกลางระฆังทั้ง4ทิศ ถัดจากองค์ระฆังขึ้นไป เป็นบัลลังก์เสาหาน บัวถลาหน้ากระดาน ปล้องไฉน (27 ปล้อง) ปลียอด เม็ดน้ำค้าง นพศูล และมงกุฎ

จากหลักฐานทางธรณีวิทยา บริเวณพระปฐมเจดีย์ในสมัยทวารวดีอยู่ห่างจากฝั่งทะเลโบราณประมาณ 10 กม. เมื่อ6,000ปีก่อนเป็นเมืองท่าที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินเหมือนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีซากองค์เจดีย์ที่ถูกรื้อทำลายไปเพื่อสร้างทางรถไฟจากสถานีธนบุรีถึงนครปฐมประมาณไม่ต่ำกว่า 500 องค์เหลือองค์พระปฐมเจดีย์สูงใหญ่มากสูง 19 วา 2 ศอก (39 เมตร) ยังพบพุทธอาสน์รอยพระพุทธบาท ธรรมจักรศิลา รูปปูนปั้นรวมถึงซากห้องกุฏิพระสงฆ์วิหารอยู่โดยรอบแสดงให้เห็นว่า บริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของเมืองใหญ่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการค้าระหว่างภาคใต้และทางตะวันตกของประเทศไทยเชื่อมต่อออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

องค์พระปฐมองค์เดิมถูกทิ้งร้างมานานคาดว่าตั้งแต่ พ.ศ.1500 สันนิษฐานว่าพระเจ้าอนุรุธแห่งเมืองพุกาม ประเทศพม่ายกทัพมาตีแล้วกวาดต้อนผู้คนไปยังพม่าทำให้เมืองร้าง มีหลักฐานทางโบราณคดีพบที่เมืองพุกามมีลักษณะเดียวกับที่ขุดพบที่เมืองนครปฐม พระพิมพ์เงินเหรียญรูปสังข์ รูปปราสาท ทั้งอานันทเจดีย์ที่เมืองพุกามซี่งสร้างหลังสมัยพระเจ้าอนุรุธที่1 แบบอย่างเจดีย์วัดพระเมรุซึ่งอยู่ห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์ไม่ถึง 1 กม.

"ถ้าสังเกตไปยังด้านขวามือจะเป็นดอกบัวเยอะมาก วิธีการนำดอกไม้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถวายพระพุทธรูปหรือเจดีย์ ชาวบ้านเก็บดอกเข็มมาจัดวางให้สวยงาม เรื่องของการจัดดอกไม้บูชาองค์พระประธานนั้นเลือกดอกไม้ที่เป็นชื่อมงคลจัดวางสวยงาม" ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ วิทยากรให้ความรู้จากนั้น อรุณศักดิ์ กิ่งมณี นักโบราณคดีระดับชำนาญการพิเศษวิทยากรจากกรมศิลปากร เล่าเกร็ดประวัติศาสตร์ของพระปฐมเจดีย์ ในยุคแรกนั้นพระพุทธศาสนาเข้ามาสู่ดินแดนสุวรรณภูมิคือจังหวัดนครปฐม ยุคสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชเริ่มตั้งแต่ พ.ศ.235 พระเจ้าอโศกมหาราชส่งสมณทูตออกประกาศพระพุทธศาสนาแบ่งเป็น 9 สาย สายที่ 8มาสู่สุวรรณภูมิ คือพระโสณะอุตตระ ส่งพระมหินทร์เถระไปที่ประเทศศรีลังกา ทั้งนี้พระพุทธศาสนาในศรีลังกาและเมืองไทยอยู่ในยุคเดียวกัน เมื่อพระโสณะอุตตระมาเผยแพร่แล้วก็สร้างวัดพระพุทธบรมธาตุ ในพ.ศ.264 และสร้างองค์พระปฐมเจดีย์ ในพ.ศ.265 เป็นเจดีย์ทรงบาตรคว่ำคล้ายสัญจิเจดีย์สูง 18 วา2ศอกด้วยบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ คล้ายกับเจดีย์ที่พระเจ้าอโศกสร้างไว้ในประเทศอินเดียสมัยเดียวกัน

ยุคที่สอง เป็นยุคทวารวดีตั้งแต่ 1,000 ปี - 1,700 ปีเป็นยุคที่พระปฐมเจดีย์เกิดขึ้นในสมัยนั้นอีกยุคหนึ่ง ตำนานเล่าว่าพระยาพานได้สร้างพระปฐมเจดีย์องค์ที่ 2 สูง 42 วา 2 ศอกสูงเท่านกเขาเหินแล้วสร้างทับเจดีย์องค์เดิม บุด้วยดีบุกทั้งองค์เป็นการอนุรักษ์พระปฐมเจดีย์ไว้มิให้ผุพัง

ยุคที่สาม ยุคกรุงรัตนโกสินทร์เป็นยุคที่องค์ประปฐมเจดีย์เกิดขึ้นอีกยุคหนึ่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ประธานหลักสูตรรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวในประเด็นนี้ว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงผนวชเป็นเวลา 27 ปี ตั้งแต่พระชนมายุ 20-47 พระชันษา ประทับอยู่วัดราชาธิวาส ไม่ไกลจากวัดเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์ (วัดบ้านญวน) ของคริสต์ศาสนาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกัน ในการสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ได้ทุกเรื่อง ท่านสังฆราชปาเลอกัวร์เป็นพระสหายสอนภาษาลาตินถวายพระองค์ หมอหัสกิน (Caswell) ได้เป็นพระอาจารย์ถวายวิชาภาษาอังกฤษให้แด่ทูลกระหม่อมพระเจ้าฟ้ามงกุฎที่วัดบวรนิเวศฯ หมอบรัดเลย์เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยมากที่สุดในบรรดาพวกมิชชันนารีสมัยนั้นก็เพราะเป็นผู้นำวิชาหมอแผนใหม่มาเผยแพร่อย่างแพร่หลายเป็นคนแรก ผู้จัดตั้งโรงพิมพ์พิมพ์หนังสือเป็นคนแรก จัดทำหนังสือพิมพ์รายเดือนเป็นภาษาไทยเล่มแรก และทำพจนานุกรมฉบับภาษาไทยเป็นเล่มแรก

"รัชกาลที่ 4 ทรงสั่งซื้อหนังสือพิมพ์ STRAIT TIMEจากประเทศสิงคโปร์เพื่อเปิดโลกกว้าง โลกกำลังเปลี่ยนแปลง จีนไม่ใช่มหาอำนาจของโลกต่อไป รัชกาลที่ 4 ทรงยกเลิกการไปจิ้มกล้องกับเมืองจีน ทั้งนี้เพราะจีนแพ้อังกฤษในสงครามฝิ่น มีการรบพุ่งเป็นเวลา 2 ปี อังกฤษบังคับให้ทำสัญญากรุงนานกิงยกเกาะฮ่องกงให้อังกฤษ และให้เปิดเมืองท่า กวางตุ้ง เซี่ยงไฮ้ เอ้หมิ่ง ฟูเจา นิงโปให้มีการค้าโดยเสรีและให้สิทธิในการเปิดสถานกงสุลพร้อมชดใช้เบี้ยปรับสงครามจำนวนมหึมา ประเทศอเมริกา ฝรั่งเศส รัสเซีย เห็นเป็นโอกาสก็บังคับจีนทำสนธิสัญญาให้สิทธิแก่ตนบ้าง โลกแห่งความรู้ของรัชกาลที่ 4 เปลี่ยนแปลงไป ทรงพบหลักหมุดความรู้ การที่พระองค์ทรงเดินทางธุดงค์จาริกแสวงบุญไปในที่ต่างๆ ทรงปักหมุดที่นครปฐม พระองค์สร้างความสำคัญพระปฐมเจดีย์ในยุคสมัยของพระองค์" ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ กล่าว

เมื่อ พ.ศ.2374เสด็จธุดงค์มาพร้อมด้วยภิกษุ ธุดงค์มาปักกลดที่องค์พระปฐมเจดีย์ตรงนี้ หลักฐานมีศาลเจ้าพ่อปราสาททองสถานที่ปักกลดของพระจอมเกล้าที่พระองค์เป็นพระภิกษุมาที่องค์พระปฐมเจดีย์ ปักกลดธุดงค์แล้วก็ไหว้พระปฐมเจดีย์องค์ที่พระยาพานสร้างไว้สูง 42 วา 2 ศอก เท่ากับนกเขาเหิน

พระองค์ยังมีดำริอยู่ในพระทัยด้วยว่า เจดีย์นี้เป็นเจดีย์ใหญ่ ควรจะมีเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุจึงได้ทรงอธิษฐานขอพระบรมสารีริกธาตุจากเทวดา ให้มหาดเล็กชื่อนายรื่นเอาผอบไปไว้ในช่องใบโพธิ์แล้วขอพระธาตุจากเทวดา เมื่อถึงเวลากลับทรงใช้ให้นายรื่นมหาดเล็กขึ้นไปเอาผอบ ปรากฏว่าเปิดดูแล้วไม่มี ไม่มีพระธาตุ เมื่อไม่มีพระธาตุก็เอาผอบเก็บไว้ก่อน หลังจากนั้นอีก 2 เดือนพระธาตุไปปรากฏที่วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น คือขอพระธาตุที่พระปฐมเจดีย์ แต่ไปได้ที่กรุงเทพฯ มีความเชื่อว่าเทวดานำไปมอบให้ พระองค์ตั้งพระราชหฤทัยว่า ถ้าหากมีบุญวาสนาแล้วจะมาทำนุบำรุงองค์พระปฐมเจดีย์ให้ยิ่งใหญ่

เมื่อถึงปี 2394 ทรงลาผนวชเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์ที่ 4 ของพระราชจักรีวงศ์ด้วยพระทัยปรารถนาที่จะเข้ามาทำนุบำรุงองค์พระปฐมเจดีย์ให้ยิ่งใหญ่ จึงเริ่มตั้งกองทุนบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์ให้ยิ่งใหญ่ เริ่มตั้งกองทุนบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์ขึ้น พระองค์เสด็จมาก็เห็นเป็นดวง ทรงทอดพระเนตรเห็นหลายปี ปี 2396 ปี 2399 ปี 2400 ปี 2408 เห็นพระธาตุปาฏิหาริย์มาโดยลำดับในขณะที่ทรงมาบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์ให้ยิ่งใหญ่ พระองค์ได้สร้างองค์พระปฐมเจดีย์ขึ้นไปแล้วแต่ปัญหารากฐานไม่ดีนัก ในพ.ศ.2403 พระปฐมเจดีย์หักพังลงมาครั้งหนึ่ง พระองค์ทรงตั้งกองบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แล้ววางฤกษ์ไว้อย่างดี เพื่อที่จะให้พระปฐมเจดีย์มั่นคง

ความมั่นคงของรากฐานพระปฐมเจดีย์ในครั้งนี้ทรงศึกษาแบบอย่างจากนครศรีธรรมราชสร้างสถูปของลังกา บริเวณด้านล่างปักซุงจำนวนมากไว้โดยรอบ แล้วเอาโซ่รัด 4-5 รอบก่ออิฐฉาบปูนขึ้นไป มีไม้เนื้อแข็งเป็นแกนไปถึงยอดพระปฐมเจดีย์จากพื้นดินเชื่อมไปถึงยอดด้วยไม้ อยู่ได้ด้วยแกนไม้ และด้านล่างทั้งหมดมีซุงโดยรอบ รอบข้างล่างพื้นต่างๆจะไม่มีรอยแตกรอยร้าวเพราะรากฐานมีความมั่นคงด้วยการวางรากฐานมาแล้วอย่างดี ทั้งนี้รัชกาลที่ 4 ได้เสด็จมาทรงดูแลการก่อสร้างบ่อยครั้ง รัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นพระราชโอรสก็เสด็จตามไปด้วย พระองค์ก็ได้วางรากฐานไว้ วางพระระเบียงคด วางวิหารทั้ง4ทิศเพื่อให้เกิดความมั่นคง ทั้งยังได้เตรียมการที่จะยกยอดพระมงกุฎองค์พระปฐมเจดีย์ที่เรียกว่า ยอดนพศูลกับมงกุฎ นพศูลมีอยู่ 8 กิ่ง ใน 8 กิ่งนั้นหล่อในพระราชวังกรุงเทพฯ และกะไหล่ด้วยทองคำน้ำหนัก 400 บาท แต่พระองค์ยังไม่ทันที่จะยกยอดนพศูล ยอดนพศูล (หลาวฟ้า หรือสายล่อฟ้า มี 5 แฉก 9 แฉก) ด้านบนเป็นพระมหามงกุฎ พระองค์ก็เสด็จสวรรคต เมื่อ พ.ศ.2411

เมื่อถึงรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ทรงดำเนินการอันดับแรก ได้เสด็จมายกยอดนพศูลยอดพระมงกุฎกับนพศูลที่เรียกว่า สลัดได เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2413 เวลา 06.36 น. ตามหนังสือประวัติองค์พระปฐมเจดีย์ฉบับกรมศิลปากร เสด็จแล้วก็ประดับกระเบื้อง ทั้งนี้กระเบื้องที่รัชกาลที่ 5 ประดับนั้นต้องไปสั่งมาจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ก็ยังประดับไม่ค่อยเรียบร้อย เสร็จแล้วจึงมาสร้างคดระเบียงข้างล่าง คดระเบียงมี 2ชั้น คดระเบียงรอบบนจะมีวิหาร4ทิศ วิหารด้านทิศเหนือ ด้านทิศตะวันออก วิหารทิศใต้ วิหารทิศตะวันตกรวมเป็นวิหาร4ทิศ รัชกาลที่ 5ทรงให้สร้างวิหารคดด้านล่างนี้อีก เพราะพระองค์ดำริว่าผู้คนที่มาไหว้พระปฐมเจดีย์แล้วจะได้มาพักวิหารคดด้านล่าง ส่วนด้านบนนั้นพระภิกษุสงฆ์ที่มาจากทิศต่างๆจะได้พักด้านบน ขณะเดียวกันรัชกาลที่ 5 ยังได้ทรงจัดตั้งโรงเรียนประถมศึกษาแห่งแรกในจังหวัดนครปฐมขึ้นที่วัดพระปฐมเจดีย์

ในสมัยรัชกาลที่ 6 พระราชจักรีวงศ์กับองค์พระปฐมเจดีย์ทรงมีคุณูปการกับจังหวัดนครปฐมเป็นอย่างมาก พระองค์ได้เป็น สยามมกุฎราชกุมาร พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ตามเสด็จพระราชบิดา คือ รัชกาลที่ 5 มาดูแลพระปฐมเจดีย์เป็นประจำ ทรงเลื่อมสีองค์พระปฐมเจดีย์เป็นอย่างมาก ก่อนที่รัชกาลที่ 6 ทรงขึ้นครองราชย์ ใน ปี 2453 ก่อนหน้านั้นในช่วงปี 2450 ได้เสด็จมาสร้างพระราชวังสนามจันทร์ และเสด็จมาประทับอยู่ ณ พระราชวังสนามจันทร์ ในพ.ศ.2452 ได้ทอดพระเนตรเห็นพระบรมสารีริกธาตุปาฏิหาริย์ที่องค์พระปฐมเจดีย์

พระองค์ก็บันทึกรายงานกราบทูลให้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชบิดาให้ทรงทราบ รัชกาลที่ 5 จึงได้มีพระราชหัตถเลขาตอบมาว่า สิ่งที่ท่านได้เห็นนะ พ่อได้เห็นแล้ว แต่ว่าไม่กล้าพูด กลัวจะไม่เชื่อว่ามีพระธาตุปาฏิหาริย์ เพราะว่าพระธาตุมีบรรจุอยู่ทุกระดับมาตั้งแต่สมัยพระโสณะอุตตระก็มีพระธาตุบรรจุอยู่ สมัยพระยาพานก็มีพระธาตุบรรจุอยู่ สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาสร้างก็มีพระธาตุบรรจุประดิษฐานอยู่ เมื่อ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นครองราชย์แล้ว พระองค์ก็มาประทับอยู่ที่พระราชวังสนามจันทร์ แล้วพระองค์ก็ทรงทำนุบำรุงองค์พระปฐมเจดีย์อันดับแรกที่มาก็ประดับกระเบื้ององค์พระปฐมเจดีย์ เป็นกระเบื้องที่สวยงามประดับไว้ตั้งแต่สมัยที่พระองค์เสด็จทรงครองราชย์แล้วมาเปลี่ยนแปลงอีกครั้งเมื่อ พ.ศ.2517-2524 เนื่องจากชำรุดทรุดโทรมลงไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภกก็ได้ถวายการทะนุบำรุงบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์ให้เจริญรุ่งเรืองให้สวยงามดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

ส่วนการปรับปรุงวิหารพระร่วง เมื่อครั้งที่ทรงเป็นสมเด็จพระยุพราชได้เสด็จประพาสมณฑลภาคเหนือ พบเศียรของพระพุทธรูปที่จังหวัดสุโขทัย เมืองศรีสัชนาลัย เห็นว่าลักษณะที่สวยงามจึงได้นำมาประกอบให้เป็นองค์แล้วนำมาประดิษฐานที่วิหารด้านทิศเหนือขององค์พระปฐมเจดีย์ มีการเปลี่ยนแปลงวิหารใหม่ให้เป็นวิหารโถงทำให้องค์พระปฐมเจดีย์มีศักดิ์ศรีเป็นอย่างมาก ที่สำคัญคือพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์มาประดิษฐานที่จังหวัดนครปฐม เพราะอาศัยบารมีพระบรมเดชานุภาพของพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นจึงได้มีการเปลี่ยนแปลงวิหารหลวงให้ด้านในเป็นโถงจะได้เป็นสถานที่ไหว้พระปฐมเจดีย์และไหว้พระบรมสารีริกธาตุ มีการเขียนภาพจิตรกรรมไว้ที่ฝาผนังสวยงามมาก ด้านหนึ่งเขียนภาพต้นโพธิ์ไว้ด้านหนึ่งเขียนภาพเทวดานักพรต เขียนพระปฐมเจดีย์ 3ภาพไว้ ภาพเจดีย์ สัญจิเจดีย์ เจดีย์ทรงพระปรางค์ และพระปฐมเจดีย์ที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ส่วนบริเวณด้านนอกเป็นโถงน้อยกว่า

บริเวณรอบกำแพงด้านล่างแต่เดิมนั้นเป็นคดระเบียงรอบ พระองค์ทรงให้เปลี่ยนเป็นกำแพงแก้วสวยงามมีประตูปิดเปิดทั้ง4ทิศ ต่อมาในพ.ศ.2466 เมื่อประดิษฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ พระราชทานนามว่า พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ ธรรมโมภาส มหาวชิราวุธราช ปูชนียบพิตร สถิตอยู่ด้านทิศเหนือขององค์พระปฐมเจดีย์ และพระร่วงโรจนฤทธิ์ ประดิษฐานเสร็จ ในพ.ศ.2458 มาถึงปัจจุบันเป็นเวลา 99 ปี

ต่อมา ในพ.ศ.2465 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้อาราธนาพระนิกรมมุนี จากวัดเบญจมบพิตร ให้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ พระนิกรมมุนีรูปนี้เป็นสหชาติกับ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เกิดวันเดียวกัน เมื่อพระนิกรมมุนีได้เป็นเจ้าอาวาสแล้ว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มาประทับที่สนามจันทร์และได้เสด็จมาสนทนาธรรมกับเจ้าอาวาสเป็นประจำ ทั้งยังได้ตั้งชื่อ โรงเรียนวัดพระปฐมเจดีย์ โรงเรียนประถมพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงตั้งชื่อว่า โรงเรียนมหินทราศึกษาคาร

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดพระปฐมเจดีย์มี พระพุทธนรเชษฐ์ เศวตอัศมมัยมุนี ศรีทวารวดี ปูชนียบพิตร หรือ หลวงพ่อพระศิลาขาว (พระประธานพร) ประดิษฐาน ณ มณฑลลานชันลดด้านทิศใต้ องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นพระพุทธรูปที่ควรเคารพสักการบูชาเป็นอย่างยิ่ง บางครั้งเรียก หลวงพ่อพันปี มีอายุมากกว่า 1,140 ปี มีเทวาอารักษ์ปกปักรักษาผู้ที่มาเคารพสักการบูชาเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ให้มากขึ้นไปอีก ผู้ศรัทธาบูชาด้วยธูปเทียนดอกไม้ของหอมพร้อมด้วยกายวาจาใจ ตั้งจิตอธิษฐานเฉพาะหน้าด้วยศรัทธาอันมั่นคง ปฏิบัติหน้าที่ถวายเป็นพุทธบูชาทั้งชาตินี้และชาติหน้า ปรารถนาความสุขเทอญ หลวงพ่อพระศิลาขาว (องค์จำลอง) หล่อด้วยโลหะเพื่อให้บรรดาพุทธศาสนิกชนได้สักการะปิดทอง พระธรรมปริยัติเวที เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ได้จัดสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ.2540 สูงขนาดบุคคลธรรมดา

(เอกสารประกอบการเขียน เอกสารพระเกียรติประวัติของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระราชจักรีวงศ์กับองค์พระปฐมเจดีย์ โดย พระเทพปริยัติมุนี เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ , เอกสารกรมศิลปากร)

โปรดอ่านต่อฉบับหน้า