พระธาตุแสนไห

สถานสักการะคู่บ้านคู่เมืองของเวียงแหง
ชีวิตกับการเดินทาง
ช่างภาพ: 

พระบรมธาตุแสนไห ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจคนในอำเภอเวียงแหง และเป็นพระบรมธาตุคู่บ้านคู่เมืองของอำเภอเวียงแหง เชื่อกันว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล

จากประวัติความเป็นมาของพระบรมธาตุแสนไห บอกว่า ในสมัยพุทธกาล พระพุทธองค์พร้อมด้วยพระอานนท์องค์อุปัฏฐาก เสด็จสุวรรณภูมิเพื่อจาริกและสั่งสอนโปรดสรรพสัตว์ ผ่านนิคมชนบทธานีใหญ่น้อยเรื่อยๆจนบรรลุถึงเมืองเมืองหนึ่ง มีผู้คนจำนวนมากเหมาะแก่การเผยแพร่พระธรรมพระพุทธองค์ได้ประทับยืนอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ ลูกหนึ่ง และได้ทรงทัศนาภูมิประเทศอันรื่นรมย์ สวยสด งดงามวิจิตรการด้วยธรรมชาติ เป็นสถานที่วิเวก วังเวง เหมาะแก่การบำเพ็ญสมณธรรม จวบคือเพลานั้นเป็นสายัณห์กาล ดวงทินกรกำลังจะลับเหลี่ยมภูเขา พระพุทธองค์ก็ตัดสินพระทัยประทับแรม ณ ที่แห่งนั้น พอวันรุ่งขึ้นวันใหม่ ชาวกะเหรี่ยง (ปะกาเกอญอ) ได้นำข้าวปลาโภชนาอาหารพร้อมกับแตงโมลูกหนึ่งไปถวายพระพุทธองค์ พระอานนท์ได้นำแตงโมลูกนั้นไปผ่าเป็นซีกๆและได้ทิ้งเปลือกลงลอยในลำธารแห่งนั้นว่า "แม่น้ำแตง" จนถึงทุกวันนี้ เมื่อพระอานนท์นำแตงไปถวายพร้อมโภชนาอาหาร พระพุทธองค์ก็ได้เสวย ขณะที่กำลังเสวยอยู่นั้น พระทนต์ (เขี้ยว) ได้กะเทาะออก กะเทาะออกภาษาท้องถิ่นเรียกว่า "แหง" พระพุทธองค์ได้มอบพระทนต์ที่กะเทาะออกนั้นให้อุบาสก อุบาสิกาชาวกะเหรี่ยง เพื่อเป็นทาน (ทานเขี้ยวแหง) ต่อมาเมืองนี้จึงได้ชื่อว่า "เมืองแหง"

พระพุทธองค์ได้ให้พระอานนท์ ที่กะเทาะนั้นบรรจุก่อเป็นสถูปไว้บนยอดเขาแห่งนั้น (ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุแสนไห ในปัจจุบัน) จากนั้นพระพุทธองค์ กับพระอานนท์ได้เสด็จจาริกต่อไป ตอนกลางคืนพระบรมธาตุเกิดปาฏิหาริย์ขึ้น โดยมีรัศมีแผ่สว่างไสวทั่วบริเวณนั้น ชาวกะเหรี่ยงได้นำความนั้นไปกราบทูลพระยาเจตบุตรเจ้าเมืองพระยาเจ้าเมือง ได้ทราบก็เกิดปีติเป็นล้นพ้น จึงได้พาบริวาร ทหารไปนมัสการกราบไหว้สักการะบูชา และตั้งจิตอธิษฐานขอชมอภินิหารอีกครั้ง

พอตก ตอนกลางคืนพระบรมธาตุก็เกิดปาฏิหาริย์เช่นเดิม โดยมีรัศมีรุ่งโรจน์สว่างไสว เป็นเวลาพอประมาณแล้วก็ลงสู่ที่เดิม เมื่อพระยาเจตบุตรเห็นเป็นเช่นนั้นก็เกิดศรัทธาเลื่อมใสอย่างมากจึงประกาศให้ประชาชนในเมืองนั้น ให้สามัคคีร่วมใจกันก่อสร้างพระบรมธาตุขึ้น มีกำแพงล้อมรอบพระบรมธาตุ ในตำนานได้เล่าสืบๆกันมาว่า ภายใต้เขาที่ประดิษฐานพระบรมธาตุมีถ้ำ ภายในถ้ำมีทรัพย์สมบัติอันมีค่านานาประการ นับประมาณมูลค่าได้ถึงแสนไห จึงได้ชื่อว่า พระบรมธาตุแสนไห

ต่อมา ในพ.ศ.2457 พ่อเมืองแหง (พ่อเหง ซาววา) ร่วมกับชาวบ้านได้บูรณะพระบรมธาตุแสนไหขึ้นใหม่ เป็นศิลปะแบบไทยใหญ่ มีฐาน 8 เหลี่ยม วัดโดยรอบ 48 เมตร ความสูงจากพื้นถึงยอดฉัตร 21 เมตร ถือเป็นประติมากรรมผสมระหว่างพม่าและล้านนาไทย

ซึ่งการก่อสร้างทับพระธาตุเดิมที่มีขนาดเล็ก สันนิษฐานว่าที่นี่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยกทัพไปยังเมืองอังวะของพม่าเมื่อ พ.ศ.2147 เสด็จไปทางเมืองห้างหลวง ซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นเมืองแหงในปัจจุบัน และพระองค์เสด็จมาพักทัพที่พระบรมธาตุแห่งนี้ และสร้างบ่อน้ำใช้ส่วนพระองค์ และบ่อน้ำช้างศึก ตรงบริเวณด้านหน้าเนินเขาที่ประดิษฐ์พระบรมธาตุ

พระบรมธาตุแสนไห จึงเป็นพระบรมธาตุที่ศักดิ์สิทธิ์ มีความสำคัญเป็นที่พึ่งทางใจของชาวอำเภอเวียงแหง และมีการจัดงานประจำปีขึ้น 4 ครั้ง ด้วยกัน งานที่สำคัญที่สุดคือ งานสงฆ์น้ำพระบรมธาตุ ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เหนือ ของทุกปี วันมาฆบูชา จัดขึ้นในวัน 15 ค่ำ เดือน 5 เหนือ วันวิสาขบูชา หรือ วันเพ็ญ เดือน 8 และงานสรงน้ำพระธาตุ ในวันสงกรานต์ (13 เมษายน) ของทุกปี

(ข้อมูลประกอบ : โรงเรียนเวียงแหงปริยัติศึกษา อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย)