นวัตกรรมสู้ควันพิษ

รักเรา รักษ์โลก

(ต่อจากฉบับที่แล้ว )

6. Super Tree เทคโนโลยีกรองอากาศ (ภาพ 6)

เมื่อ 2 - 3 ปีที่แล้ว บริษัท Tierra Nuestra ได้เปิดตัวเทคโนโลยีกรองอากาศที่เรียกว่า Super Tree ขึ้นในเปรู การทำงานของ Super Tree อาศัยหลักการทำงานของระบบเทอร์โมไดนามิก ดูดอากาศจากภายนอกเข้ามาผ่านกระบวนการเทอร์โมไดนามิก ซึ่งจะทำให้สารพิษในอากาศไปรวมตัวกับน้ำ แล้วกลับออกมาเป็นอากาศสะอาด Super Tree หรือในภาษาสเปนว่า Super Arbol นี้สามารถกรองอากาศสะอาดได้ถึงวันละ 200,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยกรองเอาก๊าซมลพิษ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงแบคทีเรีย และเชื้อโรคต่างๆ ออกจากอากาศ

7. เครื่องร่อนพิฆาตควัน (ภาพ 7)

หลังกดดันกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและประชากรของตนเองอย่างหนัก เมื่อเร็วๆ นี้ จีนก็ประกาศมาตรการแก้ปัญหามลพิษที่ไม่มีใครคาดคิด นั่นก็คือ การใช้สารเคมีโปรยลงมาจากเครื่องร่อน โดยบริษัทของรัฐชื่อว่า Aviation Industry Corporation of China สารเคมีเหล่านี้จะไปจับตัวกับมลพิษที่ลอยอยู่ในอากาศให้ร่วงลงสู่พื้นดิน เสียดายที่ตามข่าวไม่ได้บอกว่าใช้สารอะไร ชนิดไหน และเมื่อร่วงลงมาแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่อย่างน้อยก็คงช่วยให้ชาวจีนได้สูดอากาศที่สะอาดขึ้น

8. สร้างเชื้อเพลิงจากมลพิษ (ภาพ 8)

เป็นความคิดสุดเจ๋งภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ที่คิดขึ้นโดย Chang-Yeob Lee นักศึกษาจาก Royal College of Art ลีต้องการแปลงโฉมหอคอย BT (Bloody Tower หรือหอคอยเลืด) อันเก่าแก่ในกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นหนึ่งในตึกที่สูงที่สุดของเมือง ให้เป็นเสมือนเครื่องดูดมลพิษรอบๆ บริเวณนั้นเข้ามาแปลงเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ หรือ Biofuel นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้

คอนเซ็ปต์ของโครงการนี้ก็เกี่ยวกับการคิดค้นระบบโครงสร้างของอาคารที่จะสามารถดูดมลพิษในอากาศ ด้วยกระบวนการที่เรียกว่า Synth [e] Tech [e] Cology โดยการห่อหุ้มอาคารด้านนอกด้วยไฟเบอร์คาร์บอน เหล็ก และท่อนาโนทำด้วยไททาเนียมไดออกไซด์ นอกจากเพื่อสร้างเชื้อเพลิงนำกลับมาใช้ใหม่แล้ว อาคารนี้ยังจะช่วยดูดพวกฝุ่นละอองในอากาศ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาในระบบการหายใจของชาวเมืองลอนดอนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นอีกด้วย และโครงสร้างแบบนี้สามารถนำไปใช้กับอาคารอื่นๆในกรุงลอนดอนและในเมืองอื่นๆ ได้เช่นกัน

น่าทึ่งกับความสามารถในการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ เหล่านี้ขึ้นมา แต่หากร่วมด้วยช่วยกันแก้ที่ต้นทาง นั่นคือลด ละ เลิก พฤติกรรมก่อมลพิษทั้งหลาย ก็น่าจะเป็นทางรอดที่ยั่งยืนของมวลมนุษยชาติมากกว่านะคะ