"รอยเท้าน้ำ"

เรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจ
รักเรา รักษ์โลก

เราทุกคนมี "Water Footprint" หรือ "รอยเท้าน้ำ" ซึ่งหมายถึง ปริมาณของน้ำสะอาดที่เราใช้ในแต่ละวัน รวมถึงน้ำที่ใช้ในการผลิตสินค้าและบริการต่างๆด้วย แต่เน้นที่อย่างแรกเป็นหลัก เนื่องจากการใช้น้ำในครัวเรือนสามารถติดตามผลได้ง่ายกว่า โดยดูจากบิลล์ค่าน้ำในแต่ละเดือนนั่นเอง

โดยทั่วไป เรามักจะคิดถึงการใช้น้ำในลักษณะที่ว่า เราใช้เวลาอาบน้ำนานแค่ไหน เปิดน้ำรอตอนถูสบู่ แปรงฟัน ล้างจานบ่อยแค่ไหน เปิดสปริงเกิ้ลรดน้ำต้นไม้หรือลืมปิดนานแค่ไหน แต่อย่าลืมว่า ยังมีรอยเท้าน้ำที่สำคัญจากสินค้าและบริการนอกบ้านอีก ซึ่ง Water Footprint ที่ใช้ในการผลิตสินค้าต่างๆ นั้นมีทั้งปริมาณน้ำที่ใช้โดยตรงและโดยอ้อม ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนคือ Blue Water Footprint และ Green Water Footprint ซึ่งหมายถึงปริมาณน้ำที่ใช้ (Water Consumption) และ Gray Water Footprint ซึ่งหมายถึงปริมาณน้ำเสีย (Water Pollution)

Water Footprint มีหน่วยวัดเป็นลูกบาศก์เมตร / ตัน โดย Water Footprint ในพืชคำนวณจากปริมาณน้ำที่พืชใช้ ปริมาณผลผลิตของพืชนั้นๆ ส่วน Water Footprint ในสัตว์คิดจากปริมาณน้ำทั้งหมดที่ใช้ไปในการผลิตและให้อาหารสัตว์ น้ำดื่มของสัตว์ และน้ำที่ใช้ในกิจกรรมการเลี้ยงสัตว์อื่นๆ เช่น น้ำที่ใช้ทำความสะอาดคอกสัตว์ น้ำที่ใช้ในการระบายความร้อน เป็นต้น ส่วน Water Footprint ในผลิตภัณฑ์จากพืชและสัตว์ เป็นผลรวมของ Water Footprint ที่ใช้ในการผลิตตั้งแต่เริ่มกระบวนการจนกระทั่งสิ้นสุดออกมาเป็นผลิตภัณฑ์นั้นๆ

เอาเรื่องใกล้ตัวเรามากที่สุด ก็ต้องเป็นเรื่องของสินค้าประเภทอาหาร ที่เรารับประทานอยู่ทุกวันๆ ซึ่งไม่ใช่แค่น้ำที่เราใช้ในการหุงต้ม ชงกาแฟ ลวกไข่ ล้างผัก เท่านั้น แต่ยังมีน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตอาหารเหล่านี้ก่อนที่จะมาถึงมือเราในปริมาณมากมายมหาศาลกว่าที่เราคิดอีกด้วย ลองมาดูกันค่ะว่า สินค้าบริโภคที่เราซื้อกันเป็นประจำนั้น ต้องใช้น้ำในการผลิตมากขนาดไหน...

เครื่องดื่ม

•    นม 1 แกลลอน (3.8 ลิตร) ใช้น้ำ 880 แกลลอน (3,331 ลิตร)
•    ไวน์ 1 แกลลอน ใช้น้ำ 1,008 แกลลอน (4,586 ลิตร)
•    กาแฟ 1 แกลลอน ใช้น้ำ 880 แกลลอน...ถ้าทุกคนในโลกดื่มกาแฟ 1 ถ้วยทุกๆเช้า จะต้องใช้น้ำมากถึง 32 ล้านล้านแกลลอน (120 พันล้านลูกบาศก์เมตร) ต่อปี
•    ชา 1 แกลลอน ใช้น้ำ 128 แกลลอน (582 ลิตร)
•    น้ำส้มคั้น 1 แก้ว ใช้น้ำ 53 แกลลอน (241 ลิตร)
•    ข้าว
•    ข้าว 0.5 กิโลกรัม ใช้น้ำในการผลิต 449 แกลลอน (2,042 ลิตร)
•    ข้าวโพด 0.5 กิโลกรัม ใช้น้ำ 108 แกลลอน (491 ลิตร)
•    ข้าวสาลี 0.5 กิโลกรัม ใช้น้ำ 132 แกลลอน (600 ลิตร)...การผลิตข้าวสาลี ต้องใช้น้ำมากถึง 12 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำที่ใช้ในการผลิตพืชผลทางการเกษตรทั้งหมดบนโลกนี้
•    เนื้อ
•    เนื้อวัว 0.5 กิโลกรัม ใช้น้ำ 1,799 แกลลอน (8,185 ลิตร)
•    เนื้อหมู 0.5 กิโลกรัม ใช้น้ำ 576 แกลลอน (2,620 ลิตร)
•    เนื้อไก่ 0.5 กิโลกรัม ใช้น้ำ 468 แกลลอน (2,129 ลิตร)
•    เนื้อแกะ 0.5 กิโลกรัม ใช้น้ำ 127 แกลลอน (577 ลิตร)
•    อื่นๆ
•    ไข่ 2 ฟอง ใช้น้ำ 72 แกลลอน (272 ลิตร)
•    ช็อกโกเลต 1 ปอนด์ ใช้น้ำ 3,170 แกลลอน (14,423 ลิตร)

อาหารเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถจะหยุดซื้อได้ แต่เรายังมีทางเลือกอื่น ที่จะลดการบริโภคอาหารที่ต้องใช้น้ำเป็นจำนวนมากๆในการผลิต เป็นต้นว่า เปลี่ยนมาบริโภคอาหารมังสวิรัติให้มากขึ้น ลดเนื้อสัตว์ให้น้อยลง หรือเปลี่ยนจากเนื้อสัตว์ใหญ่มาเป็นอาหารทะเล ลดเนื้อสัตว์ หันมาบริโภคอาหารโปรตีนจากเต้าหู้และถั่วเหลือง ดื่มน้ำถั่วเหลืองแทนนมวัว ลด ชา กาแฟ หันมาดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น รับประทานผลไม้สดแทนน้ำผลไม้สำเร็จรูป

น้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่หลายคนไม่เชื่อว่าจะมีวันขาดแคลน แต่ ณ วันนี้ ในบางประเทศที่อยู่คนละซีกโลกกับเรา ประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำกันแล้ว ถึงขนาดที่หาน้ำดื่มสะอาดได้ยาก จนบางทีต้องยอมดื่มน้ำที่ปนเปื้อนสิ่งสกปรกอย่างไม่มีทางเลือก แม้ผลสุดท้ายพวกเขาเหล่านั้นอาจต้องเสียชีวิตด้วยความป่วยไข้จากการได้รับเชื้อโรคร้ายก็ตาม ดังนั้น ใครที่นึกภาพไม่ออกขอให้เชื่อเถอะค่ะว่า ในอนาคต ประชากรทุกคนบนโลกใบนี้ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.7 พันล้านคน ย่อมได้รับผลกระทบจากภาวะขาดแคลนน้ำอย่างทั่วถึงกัน ดังนั้น ในวันนี้ ขณะที่เรายังมีน้ำสะอาดให้ดื่มอยู่ทุกวัน พึงระลึกไว้เสมอว่า เราไม่มีสิทธิที่จะใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือย หรือทิ้งๆขว้างๆอีกต่อไปแล้ว เพราะทรัพยากรน้ำเป็นสิ่งมีค่าที่สุดที่เราจะต้องใช้อย่างรู้คุณค่าและอย่างคุ้มค่าที่สุด...น้ำคือชีวิต หากวันใดไม่มีน้ำ แน่นอนว่าจะไม่มีใครบนโลกใบนี้สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้แม้สักคนเดียว

วันนี้ ในบางประเทศที่อยู่คนละซีกโลกกับเรา ประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำกันแล้ว ถึงขนาดที่หาน้ำดื่มสะอาดได้ยาก จนบางทีต้องยอมดื่มน้ำที่ปนเปื้อนสิ่งสกปรกอย่างไม่มีทางเลือก แม้ผลสุดท้ายพวกเขาเหล่านั้นอาจต้องเสียชีวิตด้วยความป่วยไข้จากการได้รับเชื้อโรคร้ายก็ตาม ดังนั้น ใครที่นึกภาพไม่ออกขอให้เชื่อเถอะค่ะว่า ในอนาคต ประชากรทุกคนบนโลกใบนี้ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.7 พันล้านคน ย่อมได้รับผลกระทบจากภาวะขาดแคลนน้ำอย่างทั่วถึงกัน ดังนั้นในวันนี้ ขณะที่เรายังมีน้ำสะอาดให้ดื่มอยู่ทุกวัน พึงระลึกไว้เสมอว่า เราไม่มีสิทธิที่จะใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือย หรือทิ้งๆขว้างๆอีกต่อไปแล้ว เพราะทรัพยากรน้ำเป็นสิ่งมีค่าที่สุดที่เราจะต้องใช้อย่างรู้คุณค่าและอย่างคุ้มค่าที่สุด...น้ำคือชีวิต หากวันใดไม่มีน้ำ แน่นอนว่าจะไม่มีใครบนโลกใบนี้สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้แม้สักคนเดียว