ตะวันกลางใจ

Author: 
อุ้มสม
ประเภท: 
นิยาย

 
ตะวันกลางใจ
>>>หากดวงใจยังเต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ดวงตะวันที่สว่างไสวย่อมไม่ผุดขึ้นกลางใจ
นวนิยายโดย อุ้มสม
บทที่ ๑
แม้เวลาบ่ายคล้อยเข้าแล้วหากบรรยากาศภายใน ‘บ้านสวนคีตา’ ยังคงมีความร่มเย็นด้วยพรั่งพร้อมในพืชพันธุ์น้อยใหญ่หลายชนิด จึงทำให้เด็ก ๆ ออกมาวิ่งเล่นกันอย่างสุขสบาย
            “วู้ ยายยอดฉัตร แน่จริงตามให้ทันสิ” เด็กชายภาสกรตะโกนลั่นท้าทายเด็กหญิงยอดฉัตรซึ่งทโมนไม่แพ้กัน
                “อย่าให้ฉันจำนายได้นะภาสกร นายไม่เหลือซากแน่ !” ยอดฉัตรโมโหยิ่งนักด้วยถูกภาสกรยั่วโมโหตั้งแต่รุ่งเช้าแล้ว ในขณะที่เด็กชายผู้สุขุมซึ่งอยู่ในวัยเดียวกันกับภาสกรกลับเลือกที่จะนั่งอ่านหนังสือในบริเวณม้าหินอ่อน
                “อ้าว! คุณการุณย์ทำไมมานั่งอยู่คนเดียวล่ะคะ เจ้าตัวป่วนทั้งสองไปไหนเสียล่ะ”
                สตรีอายุราวสามสิบสี่ปีเดินออกมาบริเวณสวนและพบเพียงเด็กชายการุณย์ ทว่าไม่พบยอดฉัตรและภาสกร
“สวัสดีครับคุณน้าศศิภา...ยอดฉัตรกับภาสกรกำลังวิ่งไล่กันอย่างสนุกสนานเชียวละครับ...” น้ำเสียงกึ่งประชด “คุณน้ามีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าครับ”
“ไม่ด่วนสำหรับคุณการุณย์หรอกค่ะ แต่สำหรับเจ้าสองแสบนั่นน่ะไม่แน่ คุณยายให้มาตามไปทานของว่างค่ะ เดี๋ยวน้าขอไปตามแม่ฉัตรกับกรก่อนนะคะ เชิญคุณการุณย์ขึ้นไปก่อนเลย”
“ไม่เป็นไรครับคุณน้าเดี๋ยวผมไปตามเอง”
ว่าแล้วเด็กชายผู้สุขุมก็ลุกออกไปทันที...
JJJJJ
ภายในบ้านเรือนไทยที่ประกอบไปด้วยไม้ประดับมงคลนานาพรรณ สองยายหลานกำลังวุ่นวายกับการจัดขนมหวานเป็นของว่างให้บรรดาเด็ก ๆ ที่มาบ้านสวนคีตาในวันนี้
ผู้เป็นยายคือสตรีวัยห้าสิบแปดปี ร่างที่สูงสง่าผ่าเผยและดวงตาคมกริบบ่งบอกถึงความน่ายำเกรง มีผิวพรรณขาวผุดผ่อง ใบหน้านั้นบ่งบอกว่าในยามสาวคงงดงามน่าดู แม้จะล่วงเข้าสู่วัยชรามากเท่าไรหากคุณคีตายังคงมีสุขภาพที่แข็งแรง
“การจะทำขนมให้อร่อยและคนทานต้องประทับใจ ต้องใส่อะไรแม่นางคงรู้นะ”
“ใส่สีเยอะ ๆ ใช่ไหมคะ คุณยาย เมื่อสีมันแป๊ดก็จะอร่อย และสวยงามน่าประทับใจ...” มะนาวเด็กรับใช้วัยเดียวกับหลานสาวเอ่ยแทรกขึ้นมาจึงถูกคุณคีตาใช้ไม้กวนขนมเคาะหัว “โอ๊ย ! คุณยายตีหัวมะนาวทำไมคะ”
“ก็เธอพูดแทรกขึ้นมาทำไมล่ะ มันเสียมารยาทฉันสอนหลายครั้งแล้วนะ อีกทั้งเธอยังพูดเรื่องเพ้อเจ้อไร้สาระอีก เดี๋ยวจะโดนมิใช่น้อย” เจ้าหล่อนยังคงยิ้มหน้าเป็น ด้วยรู้ดีว่าคุณคีตาไม่ได้ต่อว่าหล่อนเพราะความเกลียดชัง
“ต้องใส่ใจด้วยใช่ไหมคะคุณยาย” หลานสาวตัวเอ่ยเอยขึ้นพร้อมได้รับคำตอบและรอยยิ้มจากผู้เป็นยาย  “ถูกแล้วล่ะ จำไว้นะแม่นางว่าการจะทำอะไรถ้าหากเกิดจากความตั้งใจที่ดี ย่อมบังเกิดผลดีแก่เราเช่นกัน”
เด็กหญิงคคนางค์ก้มลงกราบที่ตักผู้เป็นยาย “นางจะนำคำสอนของคุณยายไปปฏิบัติค่ะ” ว่าแล้วเจ้าหล่อนจึงจัดขนมให้สวยงามน่ารับประทานยิ่งขึ้นทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง อีกทั้งยังมีลูกชุบหลากสีสัน
ในขณะเดียวกันคุณคีตาก็เห็นแต่เพียงศวรรยาลูกสาวคนโตเดินเข้ามา หากแต่ไร้วี่แววของเด็กทั้งสาม
“ยอดฉัตรกับภาสกรวิ่งไล่กันอยู่ค่ะ คุณแม่ คุณการุณย์กำลังไปตาม” เมื่อพูดจบลูกสาวคนโตก็เตรียมตัวเข้าไปหลังบ้าน
“แม่หวันไม่อยู่ทานขนมกับเด็ก ๆ รึ”
“หวันขอไปตรวจตราความเรียบร้อยของบ้านเราดีกว่าค่ะ ปรานีเพิ่งหายป่วยอาจจะยังทำอะไรไม่ค่อยถูก เดี๋ยว... ‘เธอ’ มาแล้วจะเป็นเรื่องอีก”
ว่าแล้วศวรรยาก็เดินเข้าไป ด้วยรู้ดีว่า ‘เธอ’ คนนั้นอารมณ์แปรปรวนแค่ไหน หากเจอจุดที่ไม่ถูกใจหรือไม่เรียบร้อยเพียงเล็กน้อย ก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้
คุณคีตารู้สึกสงสารในชะตากรรมของศวรรยาลูกสาวคนโตยิ่งนัก ในอดีตหากศวรรยาเชื่อฟังคำของผู้เป็นแม่สักนิด หล่อนคงมีอนาคตก้าวไกล มิต้องมาขลุกอยู่ในบ้านเช่นนี้...  
JJJJJ
“มาแล้วคร้าบ” เสียงภาสกรดังมาแต่ไกล ทว่าต้องชะงักเมื่อเห็นสายตาของคุณคีตาที่เพ่งเล็งเขาอยู่ “อุ้ย ! ขอโทษครับคุณยายคีตา”
“นายนี่ทำอะไรเป็นเล่นไปหมดเลยนะกร” การุณย์ปราม
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณการุณย์ พ่อภาสยังเล็กนักส่งมาอบรมกับยายสักอาทิตย์นึง คงจะพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ” คุณคีตาเอ่ยขึ้นอย่างไม่จริงจังนัก
“แบร่ ! สมน้ำหน้า”
“เราก็อีกคนนะแม่ฉัตร เป็นผู้หญิงยิงเรือทำตัวเป็นผู้ชายไปได้” ยอดฉัตรถึงกับหน้าจ๋อยเมื่อถูกคุณคีตาต่อว่า
“เอาล่ะ ๆ ยายว่าเรามาทานขนมกันดีกว่าเดี๋ยวจะไม่อร่อย”
ทั้งยอดฉัตรและภาสกรต่างรีบวิ่งไปล้างมือด้วยความกระสันที่จะรับประทานขนมไทยฝีมือคุณยายคีตา ในขณะที่การุณย์ค่อย ๆ เดินอย่างสุภาพตามเคย อีกทั้งเขายังรู้สึกสะดุดตาหญิงสาวที่อยู่เคียงข้างคุณยายคีตายิ่งนัก !
“คุณการุณย์คงจะยังไม่รู้จักแม่นางสินะ พ่อภาสกรมาที่นี่จนชินเลยรู้จักกันดีแล้วล่ะ คคนางค์หลานยายเองจ้ะ ลูกของแม่หวัน” คุณคีตาแนะนำให้การุณย์รู้จักคคนางค์
การุณย์มองคคนางค์ด้วยแววตาฉงน ก็เจ้าหล่อนเล่นนั่งพับเพียบทานขนมราวกับเบญจกัลยาณี เป็นภาพที่การุณย์ไม่ยักคิดว่าจะได้เห็นที่นี่...ต่างจังหวัดที่มักมีแต่เด็กอย่างยอดฉัตร
“ถ้าพี่การุณย์ได้รู้จักกับนางคงจะคุยกันถูกคอเชียวล่ะค่ะ” ยอดฉัตรเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นบ้าง ทำให้การุณย์แปลกใจยิ่งกว่าเดิม คุณคีตาจึงเล่าให้เขาหายข้องใจในตัวหลานสาวของท่านเสียที
“แม่คคนางค์เขาไม่ชอบเล่นอะไรพิลึกกึกกือเหมือนแม่ฉัตรหลอกค่ะคุณการุณย์ เธอชอบมาคลุกคลีอยู่กับยาย บางทีก็เข้าครัวบ้าง บางทีก็เข้าไปอ่านหนังสือในห้อง เป็นหนอนหนังสือพอกับคุณการุณย์เชียวล่ะ”
ผู้ถูกกล่าวถึงยิ้มอย่างเยือกเย็นมีดูมีเสน่ห์ยิ่งนัก และรอยยิ้มเช่นนี้ก็เป็นเอกลักษณ์ของคคนางค์ตั้งแต่ยังวัยเยาว์ รอยยิ้มที่คนรอบข้างเดาไม่ออก...ว่าเธอรู้สึกอย่างไร
“สวัสดีค่ะ...คุณการุณย์”
คคนางค์ไหว้การุณย์ตามคำของผู้เป็นยาย ทำเอาผู้ถูกไหว้ถึงกับรับไหว้ไม่ทัน
“ไม่ต้องเรียกคุณเรียกเคิณหรอกครับน้องนาง คุณยายด้วยครับ ผมขอล่ะอย่าเรียกผมว่าคุณเลยมันดูห่างเหินยังไงไม่รู้ ทั้ง ๆ ที่ครอบครัวเราก็สนิทกัน เพียงแค่ผมไม่ค่อยได้มาเยี่ยมคุณยายนัก ถ้าคุณยายไม่รังเกียจขอให้เรียกผมว่าการุณย์ก็พอครับ”
รอยยิ้มของชายหนุ่มทำเอาหัวใจคนแก่กระชุ่มกระชวยยิ่งนัก
“ใครจะไปรังเกียจคุณ...ง่า...พ่อการุณย์กันล่ะ พ่อเป็นถึงบุตรชายของคุณกีรติ ที่ย่าเรียกพ่อว่าคุณด้วยกลัวว่าพ่อจะถือตัว งั้นต่อไปนี้ยายไม่เกรงใจแล้วล่ะนะ” คุณคีตาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
การุณย์นั้นเป็นบุตรชายของคุณกีรติ เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้ร่ำรวยและมีชื่อเสียงทั่วเมืองไทย และมารดารฐาผู้เป็นแม่ของการุณย์ก็เป็นมิตรสหายกับคุณคีตา ทั้งสองครอบครัวจึงติดต่อและช่วยเหลือเกื้อกูลกันตลอดมา จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ก่อนคุณคีตาได้รับโทรศัพท์จากรฐา
‘สวัสดีค่ะคุณน้าคีตา รฐามีเรื่องต้องรบกวนคุณน้าเสียหน่อย คือว่า...การุณย์ลูกชายของรฐากำลังจะไปเรียนต่อที่อังกฤษแล้วค่ะ ระหว่างนี้รฐาขอให้การุณย์ไปพักที่บ้านคุณน้าคีตาสักอาทิตย์นึง คือว่าการุณย์มีเรื่องกับคุณกีรตินิดหน่อยค่ะ’
คุณคีตามั่นใจว่าการุณย์ต้องไม่มีเรื่องเพียง ‘นิดหน่อย’ กับผู้เป็นพ่อดังที่รฐาว่าเป็นแน่ หากคุณคีตาก็รับปากไปด้วยความเต็มใจและไม่ได้ถามอะไรไปมากกว่านั้น ด้วยอุปนิสัยของคุณคีตาที่ไม่ชอบซักไซ้ใครหากรฐาหรือการุณย์อยากบอกหล่อนก็คงจะบอกเอง
อีกประการหนึ่ง คุณคีตาพอรู้มาบ้างว่าการุณย์ผิดใจกับผู้เป็นพ่อด้วยเหตุอันใด...
JJJJJ
เมื่อทานของว่างกันเสร็จเรียบร้อยสองแสบอย่างยอดฉัตรและภาสกรก็ไม่รอช้าที่จะออกไปเล่นกันต่อ ทว่าถูกคคนางค์ขัดขึ้นเสียก่อน
“ใกล้จะสอบปลายภาคแล้วนะยอดฉัตร” ถ้อยคำที่ดูเหมือนเป็นประโยคบอกเล่าหากแท้จริงแล้วเป็นการสั่งทางอ้อมเสียมากกว่า
“อุ้ย  ! เราเกือบลืมไปเลย ขอบใจนางนะที่เตือนเรา” ยอดฉัตรจำต้องอ่านหนังสือกับคคนางค์ด้วยความเกรงใจเพื่อน เป็นที่รู้กันดีว่ายอดฉัตรรักคคนางค์ขนาดไหน
เจ้าภาสกรจึงได้ออกไปชมนกชมไม้ที่สวนของคุณยายคนเดียว...ยอดฉัตรขบเคี้ยงเขี้ยวฟันด้วยความโมโห
ในช่วงบ่ายสามของทุกวันคคนางค์จะมานั่งอ่านหนังสือสอบภายในบ้านอย่างสม่ำเสมอ หากวันนี้พิเศษกว่าวันอื่นด้วยมีผู้ชายคนนึงมานั่งอ่านหนังสือด้วย...