เรื่องลี้ลับกับ "เจ้าพ่อขุนตาน"

กรุมรดกล้านนา

ปีจุลศักราช ๖๒๔ พุทธศักราช ๑๘๐๕ พระยาเม็งรายได้สร้างเมืองเชียงรายขึ้น ทรงเห็นว่าล้านนาไทยนี้แตกแยกกันเป็นก๊กเป็นวงศ์ สมควรที่จะรวมเป็นแผ่นดินเดียวกันเสีย

ดำริแล้วจึงยกทัพไปที่เมืองบอน เมืองไร เชียงคำ เชียงร้าง ฝาง เชียงของและชิงเมืองหริภุญไชยเป็นเมืองสุดท้าย ขณะนั้นเป็นเมืองสาขา อุดมสมบูรณ์และมั่งคั่ง แต่หริภุญไชยเป็นเมืองแข็งแกร่ง ขุนนางชื่อ "ขุนฟ้า" คัดค้านด้วยเห็นว่าเป็นการยากที่จะตีหักเอาเมืองหริภุญไชยด้วยกำลังเพราะลำพูนเข้มแข็งนัก ควรใช้อุบายทำให้แตกแยกกันจะดีกว่า

ดังนั้น พระยาเม็งรายจึงออกอุบายให้เนรเทศขุนฟ้าออกจากเมืองเชียงใหม่ในข้อหากบฏคิดคดต่อแผ่นดิน ขุนฟ้าจึงหนีไปสวามิภักดิ์กับพระเจ้ายี่บา เมืองลำพูนนานถึง ๗ ปี ขุนฟ้าได้ใช้เล่ห์เพทุบายให้ประชาชนเกิดเคืองแค้นชิงชังพระเจ้ายี่บา แล้วก็เป็นไปตามแผน ปีจุลศักราช ๖๔๓ ลำพูนก็แตกสลายเมื่อพระยามังรายยกทัพไปตี

พระเจ้ายี่บาหนีมาอยู่กับพระยาเบิก เจ้าเมืองเขลางค์นครลำปาง ผู้เป็นโอรส กาลเวลาล่วงเลยไปอีก ๑๔ ปี พระยาเบิกทรงช้างแสนพล ยกทัพขึ้นไปตีนครลำพูนชิงเมืองกลับมาให้บิดา พระยาเม็งรายจึงให้เจ้าขุนสงคราม ผู้เป็นโอรสทรงช้างชื่อ "ไชยมงคล" ออกรับศึกใกล้เวียงกุมกาม

พระยาเบิกถูกหอกแทงบาดเจ็บจึงตีฝ่าวงล้อมออกมาแล้วจัดขบวนศึกใหม่ ทั้งสองได้ปะทะกันอีกครั้งที่ "ตำบลแม่ธาร"(แม่ตานน้อย) เขตลำปาง ได้สู้รบกันรุนแรงจนผลสุดท้ายทัพพระยาเบิก นครลำปางพ่ายแพ้ยับเยิน เจ้าขุนสงครามจับพระยาเบิกได้จึงปลงพระชนม์เสีย ณ สมรภูมิ "แม่ตาน" ด้วยดวงวิญญาณอันกล้าหาญเปี่ยมด้วยความกตัญญูกตเวทิตานี้ "พระยาเบิก" จึงได้นามว่า "เจ้าพ่อขุนธาร" (ขุนตาน-ในภาษาเหนือ)

(จากพงศาวดารโยนก)

เมื่อขบวนรถไฟลอดถ้ำขุนตาน ใช้เวลา ๕ นาที ที่ปากถ้ำทางทิศเหนือ (ด้านลำพูน-เชียงใหม่) ทุกคนที่โดยสารรถไฟก็จะได้เห็นช้างไม้แกะสลักจำนวนมาก สิ่งเหล่านี้เกิดจากผู้ที่สมปรารถนาด้วยการบนบานศาลกล่าวกับเจ้าพ่อขุนตาน

เรื่องจิตวิญญาณเป็นปัญหาโลกแตก ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่มีคำตอบที่แน่นอน แต่ก็ยังมีผู้คนอีกเป็นจำนวนมากที่เชื่ออย่างฝังใจในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็น ทั้งนี้เป็นเพราะแต่ละคนมีเครื่องรับ AM FM และ VHF คลื่นความถี่สูงไม่เท่ากัน

ทางหลวงสายลำปาง-เชียงใหม่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ประมาณปี ๒๕๐๙ เพิ่งจะมีการเริ่มกรุยทางในการสร้างทางสายนี้ ห่างจากถ้ำขุนตานไปทางทิศตะวันตก ๔-๕ กิโลเมตร

ในการสร้างทาง พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเสี่ยงชีวิตในป่าจึงได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างศาลแล้วทำพิธีอัญเชิญเจ้าพ่อขุนตานให้มาสิงสถิตเพื่อเป็นที่กราบไหว้สักการะแก่ประชาชนและผู้สัญจรผ่านขึ้นล่อง ดังนั้นบนสันเขาที่สูงสุดของถนนสายลำปาง-เชียงใหม่จึงเป็นที่หยุดพักรถไปโดยปริยาย หลายเชื่อแต่หลายคนก็ไม่เชื่อ...

มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ทีมกอล์ฟสโมสรยิมนาคาได้ร่วมคณะไปแข่งขันกอล์ฟที่สนามภูมิพล เขื่อนยันฮี จังหวัดตากเมื่อหลายสิบปีก่อน

สมัยนั้นการเดินทางจากเชียงใหม่ไปสนามแข่งขันมีทางเดียวคือรถยนต์ ถนนยังเต็มไปด้วยฝุ่น มีสมาชิกกอล์ฟท่านหนึ่งเป็นผู้จัดการบริษัททำไม้จึงได้มอบรถจี๊ปแลนด์โรเวอร์ตรวจการให้เป็นพาหนะในการเดินทาง จุผู้โดยสาร ๙ คน พร้อมอุปกรณ์และน้ำมันรถ ส่วนอาหารการกินนั้น ทุกคนช่วยตัวเอง

วิชิต  นักกอล์ฟมือดีร่วมเดินทางไปด้วย ที่ต้องเอ่ยชื่อเพราะการเดินทางไปสนามกอล์ฟยันฮีในครั้งนี้เขาถูกเจ้าพ่อขุนตานหมายหัวเอาไว้...ไม่ถึงตายแต่ก็หวุดหวิดไปเหมือนกัน สาเหตุเพราะสุราและพูดมากปากพล่อย

ความจริงแล้ววิชิตเป็นคนดี มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่มีเกียรติ พูดจาเรียบร้อย นั่นหมายถึงขณะที่ยังไม่ดื่ม เขาถือคริสต์ตามบรรพบุรุษซึ่งไม่ยอมเชื่ออะไรง่ายๆ นอกเสียจากที่ได้เห็นและสัมผัสมาก่อน เพื่อนฝูงไม่มีใครถือสาคนเมา รู้กันอยู่ว่าเหล้าคือน้ำเปลี่ยนนิสัยคน

แต่สำหรับคนนับถือศาสนาพุทธไม่เห็นว่าแปลกประหลาดต่อการกราบไหว้แสดงความคารวะนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอโชคชัย ขอให้การเดินทางเป็นไปโดยปลอดภัย เป็นของธรรมดาที่คนยี่เกไหว้ครูหัวพระฤๅษี นักมวยก็กราบไหว้นายขนมต้ม นักฟุตบอลกีฬาทีมชาติก็กราบคารวะหลวงศุภชลาศัย เจ้าพ่อสนามกีฬาแห่งชาติ

ตอนสายของวันที่อากาศปลอดโปร่ง รถอุปถัมภ์แลนด์โรเวอร์จากบริษัททำไม้พนาสิทธิจากเมืองเชียงใหม่ บรรทุกนักกอล์ฟเดินทางไปแข่งขันกระชับมิตร วิ่งกระโดกกระเดกไปตามถนนเชียงใหม่-ลำปางซึ่งเป็นทางลำลองขณะนั้นแนวถนนเป็นเพียงกรุยเอาไว้เท่านั้น

จากศาลาแม่ทา ทางก็เริ่มขึ้นสู่ที่สูงที่สุด มาถึงสันเขาผีปันน้ำ ก่อนที่จะลาดลงสู่นครลำปาง เรียกว่าสันเขาขุนตาน ศาลเจ้าพ่อถูกสร้างจำลองไว้ ๒-๓ หลัง โดยคนงานสร้างทาง ถึงจะไม่สง่างามนักแต่ก็เป็นการแสดงถึงการไม่ลบหลู่และคารวะกราบไหว้เพื่อให้คุ้มครองชีวิตและการทำงาน

โชเฟ่อร์ได้รับการร้องขอให้จอดรถหน้าศาลเจ้าพ่อขุนตานเมื่อเกือบสิบโมงเช้า

"เฮ้ย จอดหาพ่อเอ็งรึ ดีเหมือนกันปวดฉี่ฉิบหาย"

วิชิตไม่ได้พูดเองแต่แอลกอฮอล์พูดแทน แต่ก็นั่นแหละมันออกจากปากของวิชิต

"ไหว้เจ้าพ่อขอพรให้ชนะกอล์ฟว่ะ วิชิต" คุณทองดี หนึ่งในคณะตอบ แต่วิชิตเป็นคริสเตียน เรื่องผีสางวิญญาณเขาถือว่าไร้สาระ

"เจ้าห่า เจ้าเหวมีตัวตนที่ไหนโว้ย ฮี่...ธ่อ ขอให้ตีกอล์ฟชนะ ผีตีกอล์ฟเป็นที่ไหนวะ ขอทำไมเสียเวลาเปล่าๆ"

วิชิตพูดไม่เป็นจังหวะแต่ก็อ้อแอ้ มันเป็นถ้อยคำที่รุนแรง อันที่จริงเขาใช้คำพูดที่หยาบคายกว่านี้มากนัก ผู้เขียนตระเวนมาหลายป่าสิบม่อนดอยแต่ถืออยู่อย่างหนึ่งว่า "เมื่อไม่เชื่อ อย่าไปก้าวร้าวดูหมิ่น"

วิชิตพูดได้ยินกันไปทั่ว นักกอล์ฟหลายคนหัวร่อในความปากเสียของคนเมา เหล้าพาวิชิตไป หลายคนไม่สบายใจนักกับคำพูดที่ก้าวร้าวเหยียดหยามที่ดังสะท้อนไปทั่วหุบห้วยขุนเขาและขุนตาน มีคนขอร้องให้วิชิตเลิกพูดแต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ สุราพาวิชิตไปสู่ทางลบได้ทุกหนทุกแห่ง

"งี่เง่าฉิบ...เจ้าพ่อเจ้าแม่ที่ไหนมีตัวตน"

สามวันที่เขื่อนภูมิพล การแข่งขันตีกอล์ฟเต็มไปด้วยความสนุกสนานและมิตรภาพดื่มด่ำ การประลองฝีมือสิ้นสุดลงแล้ว ทุกคนจับไม้จับมือพิรี้พิไรกว่าจะได้ออกเดินทางกลับก็ปาเข้าไปสี่โมงเย็น ด้วยทางลำลองถนนฝุ่น และกรวดหินระยะทางประมาณ ๖๐-๗๐ กิโลเมตรถึงอำเภอเถิน และขึ้นเขาต่อไปอำเภอลี้ ลำพูน ไกลและเปลี่ยว รถวิ่งเข้าสู่ทางตาก-ลำปางเส้นเดิมที่มา

เติมน้ำมันที่อำเภอเถินแล้วก็เลี้ยวซ้ายมุ่งอำเภอลี้ ผิวถนนเป็นลูกคลื่น ถนนฝุ่น อีโหลกโขลกเขลกพ้นจากอำเภอเถินยังไม่ถึง ๓ กิโลเมตร ทุกคนเฮฮางัดเอาเรื่องที่ไม่เป็นสาระสารพัดเรื่องมาคุยหัวร่อกันจนรถแลนด์โรเวอร์แทบจะระเบิดออกมา ไฟสูงหน้ารถสาดแสงส่องสว่างมองเห็นได้ไกล ส่วนทางขวามือซ้ายมือสว่างรางๆ

แต่พอรถแล่นเลยไปแล้ว ความมืดก็ครอบคลุม ไฟแดงท้ายรถสว่างพอที่จะเห็นถนนอันมีผิวที่มีแต่กรวดและทราย และลูกคลื่น นานๆจึงจะมีรถบรรทุก ๖ ล้อ ๑๐ ล้อ สวนมาสักคันหนึ่ง เพราะถนนยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการ

ท่ามกลางความครึกครื้นภายในรถ โชเฟ่อร์เท่านั้นที่รู้ว่าพวงมาลัยรถหนักอึ้ง ด้านขวามือของรถเอียงทรุดต่ำลง เขาชะลอรถเพื่อจะตรวจสอบแต่เมื่อบานกระจกถูกเลื่อนและโผล่หน้าไปดูแล้วหัวใจก็จะวายตาย เขาตะโกนออกมา-เสียงแทบไม่เป็นผู้เป็นคน

"ไฟไหม้ยางรถ ไฟไหม้!"

ได้ยินกันทุกคน เสียงเฮฮาเงียบหยุดเหมือนปลิดทิ้ง ประตูรถถูกเปิดออก ทุกคนรีบออกจากรถแทบไม่ทัน ถลันพรวดพราดไปที่ยางหลังขวามือโดยทิ้งวิชิตผู้ถูกพิษสุราครอบงำเสียจนพิงข้างเบาะรถหลังคนขับ เอาไว้ เขาหลับสนิท!

ยางรถแลนด์โรเวอร์เป็นยางใหม่ ไฟลุกได้อย่างไร ทุกคนประหลาดใจมาถึงทุกวันนี้ คนหนึ่งหายตกตะลึงจึงเอามือโกยทรายและฝุ่น สาดซัดกันเป็นจ้าละหวั่น เพียงครู่เดียวก็ดับแต่ยางต้องเปลี่ยนเอายางอะไหล่มาแทน มีการวิจารณ์หาสาเหตุถึงการที่ไฟไหม้ยางรถ ซึ่งก็ไม่มีใครพูดได้ถูกต้องสักราย

มองย้อนไปที่เส้นทางที่เพิ่งผ่านมา แสงไฟจากรถบรรทุกวิ่งโครมครามมา สาดส่องจับยอดไม้และท้องฟ้า

ทุกคนลืมวิชิตคนเมาไว้ในรถ ต่อเมื่อผู้จัดการบริษัทค้าไม้ เจ้าของรถเดินเข้าไปหยิบบุหรี่ในเบาะที่นั่งจึงได้รู้ว่าไม่มีตัวเขาแม้แต่เงา

"เฮ้ย วิชิตไปไหนวะ" ทุกคนงง

รถบรรทุกใหญ่โผล่พ้นสันเนินโค้งถนนมาแล้ว แสงไฟรถสาดส่องมาถึงรถแลนด์โรเวอร์

"ใครนอนอยู่กลางถนนโน่น" ทองดีตะโกนลั่น

จริงอย่างว่า ร่างของใครคนหนึ่งนอนยาวเหยียดขวางถนนเหมือนคนไม่รู้สึกตัว ทุกคนวิ่งเข้าไปช่วยกันลากก่อนที่ร่างนั้นจะถูกรถบรรทุกขยี้บี้แบน พร้อมๆกับรถบรรทุกเบรกเสียงสนั่น รถหยุดห่างไปไม่ถึง ๑๐ เมตรดี คนขับชะโงกหน้าออกมาดู

ทีมตีกอล์ฟตะลึงพรึงเพริดเพราะร่างนั้นคือวิชิตที่เมามายจนจำตัวเองไม่ได้ เขาด่าคนที่ไปลากมาเสียงดังลั่นอ้อแอ้

เขาคือวิชิต...คนที่พูดว่า "เจ้าพ่อขุนตานไม่มีตัวตน" เมื่อตอนขาไปนั่นแหละ

อีกหลายวันต่อมาวิชิตยืนยันว่า

"ไอ้เรื่องเมาแล้วไปนอนให้รถทับตายก็ไม่เคย ถึงจะหัวราน้ำก็ตาม" แต่ทุกคนยืนยันต่อภาพที่เห็น

ยางรถใหม่ๆ ไฟไหม้ได้ยังไง วิชิตคนปากเสียไปนอนจะให้รถทับได้ยังไง เพราะอะไร แล้วคนหลายคนทำไมไม่เห็น

ผู้ที่ให้คำตอบได้อาจจะเป็นพระยาเบิก เจ้าเมืองเขลางค์ เจ้าพ่อขุนตาน...ก็เป็นได้