เคยมีเรื่องเล่าเรื่องนึง ที่คุณผู้อ่านๆอาจเคยผ่านตามาบ้างในโลกอินเทอร์เน็ต ในเทศกาลเช็งเม้ง ปกติลูกหลานจีนยุคใหม่มักเผา iPhone iPad (กระดาษ) ไปให้บรรพบุรุษกันเป็นว่าเล่น บางทีก็เผารถ เผาสาวๆ (แน่นอนกระดาษเช่นกัน) ไปให้ คงลืมนึกไปว่าเผาไปอย่างนั้นทุกปี บรรพบุรุษท่านจะเอาพื้นที่ที่ไหนมาเก็บ

แล้วเรื่องแปลกก็เกิดขึ้น เมื่อครอบครัวนึงเผา iPhone 5 ไปให้อาก๋งบนสวรรค์ พอบ่ายๆ ก็มี Line ส่งข้อความมาถึงคุณป๋าที่ทำหน้าที่พ่อของลูกๆ ซึ่งเป็นคนเผาสิ่งของส่งไปเมื่อตอนเช้า

Line นิรนาม : นี่ป๊าเอง ปีหน้าไม่ต้องเผา iPhone 5 มาให้อั๊วแล้วนะ

คุณป๋า : ทำไมล่ะป๊า เทวดาเค้าไม่ใช้มือถือกันเหรอ

Line นิรนาม : โห้ย! iPhone 5 มันตกรุ่นไปแล้ว อั๊วถึงบอกว่าไม่ต้องเผามาให้

คุณป๋า : ห๊า! นี่รุ่นล่าสุดเลยนะป๊า

Line นิรนาม : เออ! อั๊วรู้ แต่อาสตีฟ จ๊อบส์ อีมาอยู่บนนี้ด้วย ตอนนี้อีออก iPhone 6 มาเลี้ยว

อ่านแล้วอย่าคิดมากนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งต่อกันไปมาบนอินเทอร์เน็ต ถึงแม้จะดูแปลกๆ ตรงที่ Line จากใครก็ไม่รู้ แต่ดันคุยกันได้เป็นตุเป็นตะ

แสดงให้เห็นว่า กระแส iPhone ไม่เคยจางหาย แม้ คุณสตีฟ จ๊อบส์ จะจากไปแล้วก็ตาม

ดังนั้น จึงไม่แปลกที่พอ iPhone 5 ออกรุ่นใหม่มาถึง 2 รุ่นพร้อมกันคือ iPhone 5S กับ iPhone 5C ถึงจะมีกระแสคุยกันมากมาย ดังนั้น เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับคุณผู้อ่านที่สนใจจะซื้อหามาครอบครอง ตอนที่ iPhone 2 รุ่นนี้เข้ามาจำหน่ายในบ้านเราแล้วนะครับ

iPhone 5C

ขอเริ่มที่ iPhone รุ่นประหยัดก่อนนะครับ โดยสนนราคาตอนนี้ รุ่นถูกสุดราคา 99 เหรียญ (ประมาณ 3,XXX บาท) มีหน่วยความจำ 16GB ส่วนรุ่นใหญ่ขึ้นมาอีกรุ่น มีหน่วยความจำ 32GB ก็ราคา 199 เหรียญ (ประมาณ 6,XXX บาท)

ข้อดีของ iPhone 5C ที่นอกจากประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว ยังมีตัวเครื่องให้เลือกซื้อได้ถึง 5 สีเชียวล่ะครับ โดยสีที่มี ก็สีฟ้า เขียว เหลือง ชมพู และขาว (ใครชอบสีไหนก็เลือกกันเอาเอง) โดยสีของตัวเครื่องจะออกไปในแนวสีหวานแบบที่เรียกว่า "พาสเทล" ซึ่งน่าจะเหมาะกับสาวหวานเป็นอย่างยิ่ง

ใครรู้ตัวว่าเป็นสาวหวานกระเป๋าไม่ตุง ควรพิจารณา iPhone 5C เป็นกรณีพิเศษ

ข้อมูลด้านเทคนิคของ iPhone 5C ที่นอกจากจะมีหน่วยความจำมาให้เลือกอยู่ 2 รุ่น คือ 16GB และ 32GB แล้วก็มีเรื่องของตัวเครื่องที่ฝาหลังใช้พลาสติกหนา (ทำให้เป็นสีสวยๆได้ไงครับ)

หน้าจอขนาด 4 นิ้ว (คือวัดทแยงนะครับ) สามารถใช้งานแบบมัลติทัชได้ คือถ้าใครเล่นเกมแบบที่สามารถใช้หลายนิ้วพร้อมกันได้ (เช่น Fruit Ninja) จะได้รับความสนุกเพิ่มขึ้นเท่าจำนวนนิ้วที่สามารถใช้เล่นเกมเพิ่มขึ้น

ชิพประมวลผลเป็นรุ่น A6 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับ iPhone 5 ที่มาจำหน่ายบ้านเราเมื่อกันยายนปีที่แล้ว ดังนั้น เรื่องการใช้งานแบบ iPhone 5 ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ระบบปฏิบัติการ iOS7 (iPhone 5S ก็ใช้รุ่นนี้ด้วย)

ซิมการ์ด ต้องเป็นแบบ Nano (นาโน) เหมือน iPhone 5S โดยซิมแบบนาโนจะเล็กว่าซิมแบบไมโคร ของ iPhone 4 ลงมาอีก

ด้านความสามารถของ iPhone 5S เรียกได้ว่า "เกือบ" เท่ากับ iPhone 5S ที่มีราคาแพงกว่าเชียวล่ะครับยกเว้นในเรื่องต่อไปนี้

1. ไม่มีระบบ TouchID คือพิสูจน์ตัวตนด้วยลายนิ้วมือ (คงไม่จำเป็นเนอะ เรารักษาอย่างดีนี่นา)

2. กล้องถ่ายภาพมีรูรับแสงขนาด f/2.4 ในขณะที่ iPhone 5S เป็น f/2.2 หมายความว่าการถ่ายภาพในที่มืดจะด้อยกว่า iPhone 5S เล็กน้อย (ปกติไม่ค่อยถ่ายภาพกลางคืนอยู่แล้วก็ช่างมันเถอะ)

3. แฟลชเป็น LED flash หมายความว่า ภาพถ่ายกลางคืนจะเป็นแสงแข็งๆ แบบกล้องถ่ายรูปทั่วไป

4. ไม่มี Burst mode คือจับภาพ 10 รูปใน 1 วินาที แล้วเลือกรูปที่ดีที่สุดให้อัตโนมัติ

5. ไม่มีระบบกันสั่นเวลาถ่ายรูป

6. ไม่มี Slo-mo Video จากชื่อนี่เดาง่ายเลยใช่ไหมครับ ว่ามันคือการถ่ายวิดีโอแบบ Slow Motion นั่นเอง

iPhone 5S

เห็นรายละเอียดของ iPhone 5C แล้วอย่าเพิ่งคิดเทใจมา iPhone 5S กันหมดซะล่ะ (เพราะคิดว่า iPhone 5S ดีกว่า) เรามาดูเรื่องราคากันก่อนนะครับ เผื่อเห็นราคาแล้วเปลี่ยนใจกลับไปรัก iPhone 5C แทน

รุ่นเล็กสุดคือ 16GB ราคา 199 เหรียญ (ประมาณ 6,XXX บาท) ส่วนรุ่นกลางขนาด 32GB ราคา 299 เหรียญ (ประมาณ 9,XXX บาท) รุ่นใหญ่สุด 64GB ราคา 399 เหรียญ (ประมาณ 12,XXX บาท) โดยราคาทั้งหมด (รวมถึงราคาของ iPhone 5C ด้วย) นี่เป็นราคาที่ขายกันในอเมริกานะครับ มาถึงเมืองไทยราคาจะเพิ่มขึ้นมาเท่าไหร่นี่สุดจะคาดเดา

ที่นี้ก็มาดูเรื่องเกี่ยวกับตัวเครื่องกันต่อนะครับ

ตัวเครื่องมีให้เลือก 3 สี คือ เทาดำ ทอง และเงิน แถมตัวเครื่องก็มีขนาดที่บาง และเบากว่า iPhone 5C

ชิพประมวลผลมี 2 ตัว คือ A7 และ M7 (เรียกง่ายๆว่า 1 ร่าง 2 สมองก็คงไม่ผิด) โดย A7 จะทำหน้าที่เป็นสมองหลัก ส่วน M7 เป็นสมองผู้ช่วย คอยทำงานเกี่ยวกับพวกเซ็นเซอร์ต่างๆของ iPhone 5S เช่น Accelerometer, Gyroscope หรือเข็มทิศ (2 ตัวแรกทำให้การเล่นเกมสมจริงยิ่งขึ้น)

ส่วนอื่นๆของ iPhone 5S ก็จะเหมือนกับ iPhone 5C ครับ แต่มีอะไรๆเพิ่มความสามารถเข้ามามากขึ้น เช่น มีระบบ Touch ID , ใช้ Flash แบบ True Tone ทำให้ภาพเนียนสวย

ถ้าใครมีงบเยอะ จ่ายได้โดยไม่เดือดร้อน ถือว่า iPhone 5S เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากเลยเชียวล่ะ

เอาล่ะครับ เล่าเรื่อง iPhone 5C กับ 5S มาพอควรแก่การเก็บเป็นข้อมูลในการตัดสินใจแล้ว สำหรับฉบับนี้ ต้องขอสวัสดีครับ ^_^