เพาะใหม่จากเศษผัก

เกษตรพอเพียง

การมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ได้หมายความเพียงแค่ความเป็นอยู่ที่ดีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการได้กินอาหารดี มีประโยชน์ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่การที่เราจะเข้าถึงแหล่งอาหารที่ปลอดภัยได้ ก็ต้องเรียนรู้ที่จะพึ่งตนเองให้มากขึ้นด้วย

เพื่อสุขภาพที่ดีและชีวิตที่มีคุณภาพ คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้บริโภคผักที่เราปลูกเองที่บ้าน ซึ่งเดี๋ยวนี้มีคนหันมาทำสวนครัวในบ้านกันมากขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้ว เราก็มักจะพึ่งพาเมล็ดพันธุ์ผักที่เขาทำออกมาขายเป็นซองๆ ซองละสิบกว่าบาทนั่นละค่ะ แต่จริงๆแล้ว การปลูกผักไม่ได้มีเพียงแค่การเพาะจากเมล็ดพันธุ์เท่านั้น สิ่งที่เรามีอยู่แล้วอย่างเช่นเศษผักที่เราไม่ใช้ และตัดทิ้ง โยนลงถังขยะ ก็สามารถนำมาเพาะและปลูกเป็นต้นใหม่ได้อีก นับเป็นวิธีใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุดและช่วยประหยัดสตางค์ค่าเมล็ดพันธุ์ได้อีกส่วนหนึ่งทีเดียวค่ะ

มีผักหลายชนิดที่เราสามารถนำเอาส่วนที่เราไม่ใช้มาปลูกใหม่ได้อีก มาดูกันเลยดีกว่าว่า มีอะไรบ้างและจะทำได้อย่างไร...

สิ่งสำคัญอันดับแรกอย่าลืมว่า แม่พันธุ์ที่ดี ย่อมให้ผลที่มีคุณภาพดีเช่นกัน ดังนั้น เวลาซื้อผัก หากเลือกผักที่ปลูกแบบออร์แกนิคส์ได้ก็จะดีมาก เราจะได้มั่นใจได้ว่า ผักที่เราปลูกจะให้ผลที่สด สะอาด ปลอดภัยไร้สารพิษ ดีต่อสุขภาพ

- ต้นกระเทียม ต้นหอม

เลือกซื้อที่สดๆและมีรากครบสมบูรณ์ ตัดให้เหลือส่วนรากขาวๆ ยาวพอประมาณ นำไปแช่น้ำ ใส่ไว้ในแก้วหรือขวดโหล วางในที่ที่มีแสงแดดส่องถึง เช่น ตรงหน้าต่างห้องครัว เมื่อเราเอารากแช่น้ำเอาไว้ พืชจะยังแตกยอดขึ้นมาเรื่อยๆ รอจนใบโตกินได้ เราก็จัดการตัดเฉพาะส่วนใบเอามากิน ที่เหลือก็จะแตกยอดต่อไปอีกเรื่อยๆ อย่าลืมเปลี่ยนน้ำในแก้วประมาณอาทิตย์ละครั้งด้วยนะคะ ทีนี้คุณก็จะไม่ต้องซื้อต้นกระเทียมหรือต้นหอมกินไปอีกนานทีเดียว

- ตะไคร้

ตัดให้เหลือส่วนรากขาวๆ ใส่ไว้ในแก้ว ใส่น้ำเล็กน้อย นำไปวางให้โดนแสงแดด ประมาณหนึ่งอาทิตย์ หรืออาทิตย์กว่าๆ จะเริ่มมียอดแตกขึ้นมาใหม่ เราก็ย้ายเอามาใส่ไว้ในขวดโหลที่ใหญ่กว่า วางไว้ให้โดนแดดเช่นกัน รอให้ต้นโตขึ้นมาประมาณสัก 1 ฟุต ก็ตัดมาใช้ได้อีก ที่เหลือก็ปล่อยให้แตกยอดใหม่ไปเรื่อยๆ หรือจะนำเอาไปปลูกในกระถางหรือปลูกลงดินก็ได้

- ขึ้นฉ่าย ผักกาดคอส (หรือผักกาดหวาน) กะหล่ำปลี

เช่นเดียวกับต้นหอม ผักทั้งสามชนิดนี้จะสามารถเจริญเติบโตขึ้นมาใหม่ได้จากส่วนของรากที่เหลือ โดยนำส่วนรากที่เราตัดทิ้งมาวางในชามตื้น ใส่น้ำพอให้ท่วมราก แต่ไม่ท่วมถึงส่วนบนสุดของรอยตัด วางชามไว้ในที่ที่มีแสงแดดส่องถึง และคอยสเปรย์น้ำให้บริเวณตรงรอยตัดชุ่มชื้น อย่าปล่อยให้แห้ง

หลังจากนั้น 2-3 วัน น่าจะเริ่มเห็นรากใหม่งอกขึ้นมาบ้างแล้ว และหลังจากหนึ่งอาทิตย์ไปแล้ว ก็สามารถย้ายเอามาปลูกลงดินโดยให้โผล่แต่ส่วนใบขึ้นมา ผักจะโตขึ้นเรื่อยๆ และโตเป็นหัวใหม่หลังจาก 2-3 สัปดาห์ผ่านไป

อีกวิธีหนึ่งก็คือ ไม่ต้องเอารากไปแช่น้ำ แต่นำไปปลูกลงดินเลยก็ได้ แต่ต้องคอยรดน้ำให้ดินมีความชุ่มชื้นมากๆ ตลอดช่วงหนึ่งอาทิตย์แรก หรือจนกว่าจะมียอดแตกใหม่โผล่ขึ้นมาให้เห็น

- ขิง

ขิงเป็นผักที่ปลูกง่ายมาก เพียงแค่เก็บชิ้นส่วนของขิงส่วนที่เป็นเหง้าแก่ (ส่วนที่เป็นปุ่มๆ) นำไปฝังลงดินในกระถาง โดยหงายส่วนที่เป็นปุ่มขึ้นข้างบน ขิงเป็นพืชที่ชอบแดดรำไร และสภาพแวดล้อมที่ชื้นและอบอุ่น ไม่นานก็จะเริ่มมีรากและยอดโผล่ขึ้นมาใหม่ เมื่อรอให้โตจนพร้อมจะเก็บอีกเมื่อไหร่ ให้ขุดขึ้นมาทั้งรากทั้งต้น แล้วจึงนำเอาส่วนที่เป็นเหง้าไปปลูกใหม่ด้วยวิธีเดิม

- มันฝรั่ง

การนำเอามันฝรั่งมาปลูกใหม่ เป็นวิธีที่ดีที่สุดของการไม่ทิ้งให้เสียของ เพราะคุณสามารถใช้มันฝรั่งเก่าแค่ไหนก็ได้มาปลูกใหม่ ขอเพียงแค่ให้มี "ตา" อยู่เท่านั้น เลือกมันฝรั่งที่มีตาที่แข็งแรงและตัดส่วนที่มีตาออกมาเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 2 นิ้ว ชิ้นหนึ่งอย่างน้อยต้องมีตา 1 หรือ 2ตา

เมื่อตัดออกมาแล้ว วางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องให้แห้ง 1-2 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้ชิ้นส่วนของมันฝรั่งเน่าเสียหลังจากเรานำไปปลูกลงดิน แต่มันฝรั่งเป็นพืชที่ต้องการสารอาหารสูงมาก ดังนั้น ควรเตรียมดินให้สมบูรณ์โดยการพรวนดินและใส่ปุ๋ยก่อนปลูก หลังจากนั้นนำชิ้นส่วนของมันฝรั่งที่เตรียมไว้ไปฝังลงดินลึกประมาณ 8 นิ้ว โดยให้ส่วนที่เป็นตาหงายขึ้นข้างบน กลบด้วยดินประมาณ 4 นิ้ว อีก 4 นิ้วเหลือที่ว่างไว้ ในขณะที่พืชเริ่มโตและมีรากงอกออกมามากขึ้น ค่อยเติมดินลงไปเรื่อยๆ และเมื่อเริ่มเป็นต้นโผล่ขึ้นมา ให้เติมดินให้พูนรอบโคนต้นเพื่อช่วยพยุงให้ต้นทรงตัวได้แข็งแรง

- สับปะรด

เลือกซื้อสับปะรดเนื้อแน่น ที่ใบยังเป็นสีเขียว (ไม่ใช่สีเหลืองหรือน้ำตาล) ส่วนผิวของสับปะรดควรจะออกสีน้ำตาลทอง แต่อย่าให้สุกเกินไป นำมาดึงจุกออกโดยใช้วิธีจับตรงใบให้มั่น แล้วบิดให้หลุดออกมาทั้งจุก หรือใช้มีดตัดเอาก็ได้ แต่ถ้าใช้มีดตัด ต้องเอาเนื้อที่ติดมาออกให้หมด ไม่อย่างนั้นมันจะเน่าเวลาที่เรานำไปปลูก เสร็จแล้วก็ดึงใบตรงโคนจุกออกนิดหน่อย เพื่อให้มีก้านโผล่ออกมา จากนั้นก็คว่ำส่วนโคนลง และปล่อยให้แห้งสักหนึ่งอาทิตย์ ค่อยนำไปแช่ในแก้วใส่น้ำ โดยคว่ำโคนลงในน้ำ รอจนเริ่มมีรากงอกออกมา ระหว่างนั้นอย่าลืมเปลี่ยนน้ำทุก 2-3 วัน และระวังอย่าให้โดนความร้อนมากเกินไป

เมื่อมีรากงอกออกมาแล้ว จึงนำไปปลูกในกระถางขนาด 6 นิ้ว โดยฝังส่วนโคนลงในดิน กลบให้แน่นพอสมควร ให้ตรงส่วนที่เป็นใบอยู่เหนือดิน หลังจากนั้นรดน้ำให้ชุ่ม แต่ไม่ถึงกับแฉะ วางในที่ที่ชื้น อบอุ่น และมีแสงแดด รดน้ำให้สม่ำเสมอในช่วงแรกๆ จากนั้นลดลงมาเหลืออาทิตย์ละครั้ง แต่วันไหนถ้ารู้สึกว่าอากาศแห้งมาก เอาน้ำใส่ฟ็อกกี้ ฉีดให้ชุ่มชื้น และอย่าลืมใส่ปุ๋ยด้วย ทุกๆ 2 เดือน

ปลูกสับปะรดต้องใจเย็นๆ เพราะกว่าจะโตออกดอกออกผลต้องใช้เวลา 2-3 ปี เห็นกรวยสีแดงๆ งอกออกมาตรงกลางเมื่อไหร่ และตามมาด้วยดอกสีฟ้าสดสวย ก็ไชโยได้เลยค่ะ เมื่อติดผลแล้วจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ถึงจะโตเต็มที่

- กระชาย

เวลาเราซื้อกระชายมาทำกับข้าว ควรเลือกแบบที่มีหัวติดมาด้วย เพราะสามารถเอาส่วนหัวที่คนส่วนใหญ่มักจะทิ้ง มาเพาะต่อได้อีก เพาะง่าย ขึ้นง่าย จะได้ไม่ต้องซื้อ เพราะราคากระชายเดี๋ยวนี้ไม่ถูกเลยค่ะ

หักส่วนหัวออก แล้วเอาส่วนนี้ละค่ะไปฝังดินเอาไว้ แต่ถ้าปลูกลงดิน จะมีปัญหาคือเมื่อแก่แล้ว จะขุดยากหน่อย ดังนั้น เราเปลี่ยนมาปลูกลงกระถางจะสะดวกที่สุด หากระถางขนาด 6 นิ้ว ใช้ดินผสมกาบมะพร้าว ดินจะได้โปร่งๆ แล้วเอาหัวกระชายฝังไว้ไม่ต้องลึก กดให้แน่นนิดหน่อย วางไว้ในที่ที่มีแดดรำไร รดน้ำไปเรื่อยๆ ไม่นานก็จะแทงใบขึ้นมาใหม่ พอแก่ใช้ได้ เราไม่ต้องไปเสียงแรงขุดให้ยุ่งยาก แค่จับกระถางคว่ำลง เคาะเบาๆ ก็หลุดออกมาทั้งกอแล้ว เราก็เก็บหัวเอามาเพาะต่อได้อีกเรื่อยๆ

หวังว่า สาระที่เก็บมาฝากในฉบับนี้ คงทำให้ชาวสวนผักได้สนุกกับการปลูกผักในอีกรูปแบบหนึ่งนะคะ