"พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี" วัดป่าภูก้อน อุดรธานี

ศรัทธาสัญจร
ช่างภาพ: 

ในโอกาสขึ้นรอบปีที่ 39ของนิตยสารหญิงไทย ขอนำความวิริยอุตสาหะแห่งศรัทธาของคณะกรรมการบริหารโครงการสร้างพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี และพระวิหารวัดป่าภูก้อน พุทธบริษัท ๔ ที่มั่นคงหนักแน่นในการยกย่องเกียรติคุณองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และถวายความจงรักภักดี แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลมหาราช น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายโครงการนี้เป็นพระราชกุศล ในปี พุทธศักราช 2554 พระราชสมภพ 84 พรรษา การเดินทาง 657 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง ของคอลัมน์ศรัทธาสัญจรจึงเริ่มขึ้น โดยมีจุดหมายเพื่อกราบพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี ณ วัดป่าภูก้อน ซึ่งตั้งอยู่บนรอยต่อแผ่นดิน 3 จังหวัด คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม ท้องที่บ้านนาคำ ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี เพื่อความเป็นสิริมงคลของนิตยสารหญิงไทยที่อยู่ให้สาระ และบันเทิงแก่คุณผู้อ่านมายาวนานถึง38ปีเต็ม

ความเป็นมาของวัดป่าภูก้อน เริ่มขึ้น ในปี 2527 หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ได้เมตตาปรากฏในทิพยนิมิต สั่งให้ คุณปิยวรรณ และ คุณโอฬาร วีรวรรณ พร้อมคณะไปธุดงค์ทางภาคอีสานแถบจังหวัดสกลนครและอุดรธานี และทำให้คณะธุดงค์เกิดความเลื่อมใสในปฏิปทาของพระป่า จึงได้เข้าช่วยเหลือ พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก สำนักสงฆ์บ้านนาคำน้อย ในการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจัดตั้งเป็นวัดป่านาคำน้อย และปลูกป่าทดแทนฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมกว่า 750 ไร่ อย่างถูกต้องตามระเบียบของกรมป่าไม้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติธรรมและอยู่อาศัยของพระสงฆ์ จากนั้นพระอาจารย์อินทร์ถวายได้พาไปดูป่าภูก้อนที่กำลังถูกสัมปทานตีตราตัดไม้ คณะศรัทธาจึงได้ตัดสินใจสร้างวัด โดยกราบอาราธนา พระอาจารย์ชาลี ถิรธัมโม (ปัจจุบันเป็น พระครูจิตตภาวนาญาณ) เป็นประธานและขวัญกำลังใจในการก่อสร้าง และได้ทำเรื่องขอใช้ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาตินายูง-น้ำโสม เพื่อสร้างวัดในเนื้อที่ 15 ไร่ จากกรมป่าไม้ จนได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2530 ต่อมาได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกรมการศาสนา จนได้รับอนุญาตให้สร้างวัด และมีประกาศกระทรวงศึกษาธิการตั้งเป็น "วัดป่าภูก้อน" ขึ้นในพระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2530

เพื่อรักษาบริเวณวัดให้คงสภาพป่าอย่างสมบูรณ์ คณะศรัทธาจึงพยายามอย่างหนักที่จะขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่โดยรอบวัด ด้วยความเมตตาของผู้ใหญ่หลายท่านในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย อันได้แก่ ปลัดเถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์ ปลัดจุลนภ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ปลัดอนันต์ อนันตกูล อธิบดีจำนงค์ โพธิเสโร ที่เห็นคุณค่าของป่าและความตั้งใจจริงของคณะศรัทธาที่จะรักษาป่า จึงได้สนับสนุนช่วยเหลือจนเป็นผลสำเร็จ จนในที่สุด ในวันที่ 22 มิถุนายน 2531 ได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อจัดตั้ง พุทธอุทยาน มีเนื้อที่ 1,000 ไร่ และได้รับขนานนามว่า "พุทธอุทยานมหารุกขปาริชาติภูก้อน" ซึ่ง วัดป่าภูก้อน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ในวันที่ 7 มิถุนายน 2532 คณะศรัทธาจึงได้พร้อมใจกันจัดงานฝังลูกนิมิต โดยได้รับเกียรติจาก ท่านจุลนภ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ในขณะนั้น เป็นประธานในพิธีตัดลูกนิมิตและผูกพัทธสีมา ณ วัดป่าภูก้อน เมื่อวันที่ 13-14 มกราคม 2533 และรวบรวมปัจจัยในงานจัดตั้งมูลนิธิ "ปิยธรรมมูลนิธิ" ขึ้น เพื่อเกื้อกูลพระภิกษุสามเณรในวัด และงานสาธารณประโยชน์ต่างๆในท้องถิ่น พุทธอุทยานแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ธุดงควัตรของพระนวกะ จากโรงเรียนนายร้อยทั้ง 4 เหล่าทัพ ซึ่งอุปสมบทในภาคฤดูร้อน โดย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดเกล้าฯบรรพชาที่วัดบวรนิเวศฯ แล้วประทานอนุญาตให้มาอบรมกรรมฐานที่วัดป่าภูก้อน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 เป็นเวลา 5 ปี ติดต่อกัน

ถนนลาดยางสายสวยที่มีแมกไม้คุ้มโค้งให้ความร่มรื่นตลอดเส้นทางคดเคี้ยวขึ้นเนินเขา พาเรามาถึงพระวิหารขนาดกว้าง 39 เมตร ยาว 49 เมตรที่สวยงามอลังการ และยิ่งดูโดดเด่นตระการตายามเปลวแดดส่องกระทบกระเบื้องสีเขียวหยกระยิบระยับวับวาว คณะกรรมการบริหารโครงการฯ ได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารรอบลานพระวิหารไปพร้อมกันกับการสร้างพระพุทธไสยาสน์ การก่อสร้างพระวิหารเริ่มขึ้นหลังมีพิธีตอกไม้มงคล ยกเสาเอก ใน วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 รอบพระวิหารเป็นลานโล่งให้เดินชมทัศนียภาพป่าทึบที่มีทิวเขาโอบล้อมไว้อย่างอบอุ่นและงดงาม มีศาลารายรอบพระวิหารอีก 6 หลัง เป็นที่บูชาองค์พระจำลอง แสดงนิทรรศการ รับรองพระเถระ และจำหน่ายของที่ระลึก ที่พักชั้นใต้ดินรอบลานเขา ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์แห่งสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นห้องพักสำหรับพระภิกษุสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา ผู้มาปฏิบัติธรรม รวม 14 ห้องใหญ่ งบประมาณก่อสร้างพระวิหาร และอาคารรอบลานเขาราว 270 ล้านบาท

พระวิหารครอบองค์พระพุทธไสยาสน์ไว้อีกชั้นหนึ่ง ออกแบบตกแต่งด้วยความวิจิตรปริศนาธรรม เพื่อเป็นศูนย์รวมใจของธรรมที่พระพุทธองค์ทรงพาดำเนินไปสู่ความสิ้นสุดแห่งทุกข์ โดยมีประตูทางเข้าพระวิหาร 3 คู่ ลายบานประตูเป็นภาพเทพทวารบาล 1 คู่ เทพแห่งน้ำและเทพแห่งไฟ 1 คู่ เทพแห่งดินและเทพแห่งลม 1 คู่ รวม 6 บาน สูง 3.5 เมตร กว้าง 1 เมตร โดยฝีมือการเขียนภาพของ อาจารย์สุวัฒน์ แสนขัติยรัตน์ จิตรกรเหรียญทองบัวหลวง และปั้นนูนต่ำหล่อด้วยทองแดง โดย อาจารย์สุรพล อินทรพงษ์

ช่อฟ้าของพระวิหาร ออกแบบลวดลายเป็นเลข ๙ อันหมายถึง รัชกาลที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรี ตำแหน่งที่ตั้งยอดบัวเสาและรูปมหาเทพ 5 องค์ที่กล่าวคำสรรเสริญพระพุทธคุณ ท้าวสาตาศิรายักษ์ เปล่งวาจาว่า นะโม ท้าวอสุรินทราหู เปล่งวาจาว่า ตัสสะ ท้าวมหาราชา เปล่งวาจาว่า ภะคะวะโต ท้าวสักกะ เปล่งวาจาว่า อะระหะโต ท้าวมหาพรหม เปล่งวาจาว่า สัมมาสัมพุทธัสสะ ขณะเดินเวียนรอบพระพุทธไสยาสน์เป็นพุทธบูชา เมื่อมองขึ้นไปด้านบน ณ บัวผนังอิติปิโส เราได้พบคำสวด พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ แกะสลักบนผนังหินอ่อนขาวคาร์ราร่า อักษรทุกตัวด้วยหินมาลาไคต์สีเขียวสด รองรับด้วยลายบัวคว่ำ บัวหงายแกะสลักจากหินอ่อนขาวอย่างเดียวกัน หน้ากว้าง 80 ซม. ความยาว 66 เมตร หรือ 22 ช่องเสา ตลอดฝาผนังภายในพระวิหาร ออกแบบอักษร โดย อาจารย์อภินันท์ พงศ์เมธากุล

หัวใจของพระวิหารเอนองค์สีขาวอ่อนช้อยงามสง่าอยู่เบื้องหน้าเรานี้ เราก้มลงกราบด้วยความปีติตื้นตันในพุทธบารมีและความพากเพียรของคณะผู้จัดสร้าง หลังเดินเวียนขวาถวายเป็นพุทธบูชาแล้ว เราสองคนก็หามุมหนึ่งในพระวิหารนั่งพับเพียบปลาบปลื้มชื่นชมความงดงามที่แสนอิ่มตาอิ่มใจที่ได้มาพบเห็น พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี ทำด้วยหินอ่อนขาวจากเมืองคาร์ราร่า ประเทศอิตาลี ความยาว 20 เมตร โดยใช้หินอ่อนจำนวน 43 ก้อน น้ำหนักก้อนละประมาณ 15-30 ตัน นำเข้ามาแกะสลักที่วัดป่าภูก้อน แล้วยกขึ้นเรียงบนฐานซ้อนกัน 3 ชั้น เป็นองค์พระพุทธไสยาสน์ ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาอาสนะพุทธะ ซึ่งเป็นลานหินแข็งแกร่ง ยาวประมาณ 110 เมตร ใช้งบประมาณสร้างพระพุทธไสยาสน์ราว 50 ล้านบาท

รายละเอียดความเป็นมาของการก่อสร้างพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี เริ่มขึ้น เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ.2549 คณะกรรมการฯได้เดินทางไปตรวจรับหินอ่อนขาว ที่เมืองคาร์ราร่า ประเทศอิตาลี และได้พบหินอ่อนก้อนใหญ่พิเศษ น้ำหนัก 55 ตัน โดยบุญปาฏิหาริย์ ทำให้สามารถแกะสลักเป็นส่วนพระเศียรได้โดยไม่ต้องมีรอยต่อหินข้างพระพักตร์ การก่อสร้างโครงสร้างฐานพระพุทธไสยาสน์ เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2549 และได้ทยอยนำเข้าหินอ่อนพระพุทธสรีระมาถึงท่าเรือแหลมฉบัง ตั้งแต่เดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2549 หินอ่อนพระพุทธไสยาสน์ 9 ก้อนแรก ได้มาถึงอุดรธานี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2549 ทางจังหวัดอุดรธานีได้จัดขบวนแห่อัญเชิญ และทำพิธีสมโภชหินอ่อนพระพุทธไสยาสน์ ณ มณฑลพิธีทุ่งศรีเมือง โดยมี ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานในพิธี และอัญเชิญเข้าสู่ลานเขาอาสนะพุทธะ วัดป่าภูก้อน ในวันที่ 27 สิงหาคม 2549 พิธีแกะสลักหินอ่อนพระพุทธไสยาสน์เป็นปฐมฤกษ์ ได้มีขึ้น เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2549 โดยมี พระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เป็นประธานสงฆ์ในพิธี และได้มีพิธีแกะสลักหินอ่อนก้อนพระเศียรเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2549 โดย พระครูจิตตภาวนาญาณ เจ้าอาวาสวัดป่าภูก้อน

การแกะสลักหินอ่อนองค์พระพุทธไสยาสน์ ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายน 2549 เป็นต้นมา และได้อัญเชิญขึ้นเรียงบนฐานสูง 2 เมตร จนครบทั้ง 43 ก้อนแล้ว โดยประกอบพิธีอัญเชิญหินอ่อนก้อนพระเศียรขึ้นประดิษฐานเป็นองค์พระพุทธไสยาสน์สมบูรณ์ เมื่อวันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ.2551 โดยมี สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นประธานสงฆ์ พระพุทธไสยาสน์ได้แกะสลักเสร็จสมบูรณ์ในปลายปี 2551 และก่อสร้างตกแต่งฐานองค์พระพุทธรูป เป็นภาพปั้นนูนต่ำหล่อทองแดง เรื่องราวของพระมหาปรินิพพานสูตร ออกแบบโดย อาจารย์สมยศ คำแสง มีพระปัจฉิมวาจา อักษรทำด้วยเซรามิคทองคำ จำนวน 4 บรรทัด จารึกไว้บนฐานด้านพระเศียร ออกแบบผลิต โดย บริษัทเซรามิคอุตสาหกรรมไทย จำกัด งานปั้นนูนต่ำเรื่องราวของพระมหาปรินิพพานสูตรซึ่งกล่าวถึงการเสด็จดับขันธปรินิพพานของพระพุทธเจ้าที่ป่าต้นสาละ เมืองกุสินารา เป็นนัยะว่า น้อมกราบขออำนาจแห่งคุณพระศรีพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก โปรดดลบันดาลจิตใจของท่านทั้งหลายที่ได้ร่วมบุญกุศลในครั้งนี้ให้เจริญอยู่ในธรรม มีความปลอดภัยในชีวิต มีความสุขความเจริญในจิตในกาลทุกเมื่อจนถึงพระนิพพาน

เมื่อถึงมหาพุทธฤกษ์ในวันวิสาขบูชา ศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ.2552 คณะสงฆ์และคณะกรรมการฝ่ายฆราวาส จัดพิธีหล่อพระรัศมีพระพุทธไสยาสน์หินอ่อนขาวปางปรินิพพาน โดยได้รับพระเมตตากรุณาธิคุณจาก พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานประกอบพิธีเททองหล่อพระรัศมีพระพุทธไสยาสน์ ณ วัดป่าภูก้อน องค์พระรัศมีประดิษฐานอยู่บนยอดพระเศียรขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันหมายถึงแสงสว่างโชติช่วงแห่งพระโลกุตตรปัญญา อันเป็นธรรมบริสุทธิ์ที่ทำให้พ้นจากโลก จะปรากฏขึ้นเมื่อพระพุทธองค์ตรัสรู้ แสดงธรรมโปรดพระขีณาสพ จนถึงเสด็จปรินิพพาน สัญลักษณ์ของพระรัศมีที่พระองค์ทรงเปล่งฉัพพรรณรังสี มีคุณลักษณะเป็นเปลวรัศมี ปรมาจารย์ด้านพุทธศิลป์แต่โบราณท่านวางรูปลักษณ์ขึ้นด้วยเหตุดังกล่าวนี้ และสืบทอดพุทธลักษณะในรูปพระปฏิมาตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

จากนั้นวัดป่าภูก้อน และคณะกรรมการได้ขอนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานนามพระพุทธไสยาสน์หินอ่อนขาวจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อว่า "พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี" แปลว่า พระพุทธรูปปางไสยาสน์แห่งพระมหามุนีผู้ทรงเป็นบรมครู ที่ทรงเป็นที่พึ่งของชาวโลก ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2552 และได้รับพระกรุณาจาก พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงรับเป็นองค์ประธานอุปถัมภ์ของโครงการฯ พิธีมหาพุทธาภิเษกได้จัดขึ้น ณ พระวิหารพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมา โดยได้รับพระเมตตาจาก ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นประธานจุดเทียนชัย และพระเดชพระคุณ พระธรรมบัณฑิต วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เป็นประธานดับเทียนชัย

ปัจจุบันนี้วัดมีศาลาอุโบสถ 2 ชั้น 1 หลัง ซึ่งเป็นที่ประกอบพิธีสงฆ์ชั้นบนและเป็นที่ฉันชั้นล่าง มีกุฏิพระ 45 หลัง เรือนครัว 1 หลัง เรือนพักฆราวาส 6 หลัง ถังเก็บน้ำคอนกรีต 20 ถัง และห้องน้ำจำนวนมาก โดยใช้ระบบประปาภูเขา จากฝายเก็บน้ำดินขนาดเล็กที่เป็นแหล่งต้นน้ำซับและน้ำตกในวัด ซึ่งต่อมากรมชลประทานได้บูรณะถวายให้แข็งแรงถาวร ในปี 2538 และวัดยังได้ต่อระบบประปาไปถึงหมู่บ้านนาคำน้อยที่อยู่ห่างจากวัดไป 4 กม. เพื่อให้ชาวบ้านมีแหล่งน้ำใช้อย่างสะดวกและสะอาด

การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ถึงสระบุรี บริเวณกิโลเมตรที่ 107 แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ผ่านนครราชสีมา ขอนแก่น ถึงอุดรธานี ออกทางหลวงเส้น จังหวัดหนองคาย ไปถึงหลักกิโลเมตรที่ 13 แยกซ้ายไปอำเภอบ้านผือ อำเภอนายูง จนถึงบ้านนาคำใหญ่ จะมีทางเลี้ยวเข้าวัดป่าภูก้อน สำหรับท่านที่เดินทางโดยรถบัสปรับอากาศ ชั้น 1 ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต สายตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ บุศราคัมทัวร์ กรุงเทพฯ โทร.0-2537-8462 0-2936-4247 อุดรธานี โทร.0-4224-4518 เส้นทางเดินรถ กรุงเทพฯ-อำเภอนายูง รถออกเวลา 19.00 น. ลงที่สุดปลายทาง บ้านชุมพล 407 ทัวร์ กรุงเทพฯ โทร.0-2992-3475-8 อุดรธานี โทร.0-4224-3800 เส้นทางเดินรถ กรุงเทพฯ-อำเภอนายูง รถออกเวลา 19.00 น. ลงที่สุดปลายทาง บ้านนาคำน้อย ซึ่งอยู่ห่างวัด 8 กม. แล้วโทรศัพท์ติดต่อเจ้าหน้าที่วัด คุณหฤทัย โทร.08-1866-9752 เพื่อรับเข้าวัดป่าภูก้อน ได้ค่ะ