หมี่ย้อมครามลายโบราณ

เส้นไหม ใยฝ้าย ลวดลายบนผืนผ้า
ช่างภาพ: 

ภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษที่ทอผ้าขึ้นเพื่อนุ่งห่มและใช้ในครัวเรือน ปัจจุบันแพร่หลายกลายเป็นการทอเพื่อส่งเสริมรายได้ให้กับชุมชน ลวดลายหลากหลายที่เกิดจากจินตนาการของผู้ทอรังสรรค์จากวิถีชีวิต เครื่องมือ เครื่องใช้ สิ่งที่มีในธรรมชาติที่ใกล้ชิดกับตนเองมาถ่ายทอดสู่ผืนผ้า แสดงถึงวิถีชีวิตและประเพณีวัฒนธรรมของผู้ทอ เฉกเช่น ผ้าฝ้ายมัดหมี่ย้อมคราม ลายตะวันทอแสง ของ คุณสมพร นิลคัมภีร์ ที่ได้มาจากกลุ่มทอผ้ามัดหมี่ลายน้ำไหล หมู่ที่5 บ้านโพนทอง ต.อูบจาน อ.ประจักษ์ศิลปาคม ทอและคิดลายโดย นางทองเลื่อน บัวจันทร์ และผ้าฝ้ายมัดหมี่ย้อมครามลายบ้านเชียงโบราณ ของ คุณสุดารัตน์ ศรีจันทร์ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมผู้อำนวยการกอง สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี เป็นลวดลายโบราณเอกลักษณ์ของจังหวัดอุดรธานี ทอโดย เพ็ญศรี มีผล ผ้าทั้งสองผืนเป็นผ้าฝ้ายย้อมสีที่ได้จากต้นครามธรรมชาติ ทนทานต่อการซักรีด สีครามที่ได้จากธรรมชาติเป็นสีที่ไม่ละลายน้ำ นำมาเปลี่ยนคุณสมบัติให้เป็นสีที่ละลายน้ำได้ตามกรรมวิธีโบราณ โดยไม่ใช้สารเคมี แล้วทำการย้อมเย็นโดยการจุ่มลงในหม้อคราม แล้วผ่านออกชิเจนเปลี่ยนคุณสมบัติ กลับคืนเป็นสีที่ไม่ละลายน้ำ จุ่มลงย้อมหลายๆครั้งจนกว่าจะได้โทนสีเข้มตามความต้องการ จึงทำให้สีไม่ตกและเส้นใยมีความเหนียวทนทานกว่าการย้อมโดยการต้ม

ด้วยใช้สีที่ได้จากต้นครามธรรมชาติ ทำให้ผ้าซิ่นสีครามสวยสดเป็นผ้าที่ปราศจากสารเคมี เนื้อผ้านุ่ม มีกลิ่นหอมธรรมชาติจากคราม สวมใส่แล้วทำให้เย็นสบาย เนื้อครามที่แทรกอยู่ตามเส้นฝ้ายยังมีคุณสมบัติในการรักษาโรคผิวหนัง เหมาะสำหรับตัดเย็บเสื้อผ้า แปรรูป และเป็นของฝาก

นอกจากนี้ประธานกลุ่มผ้าทอพื้นเมืองจังหวัดอุดรธานี กำลังนำเสนอลวดลายผ้าทอมือให้คัดเลือกเป็นลายผ้าพื้นเมืองประจำจังหวัดอุดรธานี โดยทางกลุ่มฯ ได้ทำการออกแบบขึ้นมาจำนวน 4 ลาย ประกอบด้วย ผ้าหมี่ ผ้าขิด สีส้ม และไหบ้านเชียง รวมอยู่ในผ้าผืนเดียว...น่าชื่นชมแรงบันดาลใจที่ต้องการให้ลวดลายนี้เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดอุดรฯไปจนชั่วลูกชั่วหลาน