"อุบาสิกาสุ่ม ทองยิ่ง"

"แม่ใหญ่" แห่งวัดอัมพวัน
ประสบการณ์ลี้ลับ

ตอนจบ

เขาบอกว่า "จะไปเช็งเม้ง" เพราะก๋งของเขาเป็นเจ้าของศาลเจ้าที่หน้าตลาดจังหวัดสิงห์บุรี ฉันก็ชวนทำกรรมฐาน เหลืออีกตั้ง 3วัน ฉันก็สอนกรรมฐานให้ทำเลย สอนเดิน 30 นาที แล้วสอนนั่งเขาก็นั่ง ปฏิบัติได้ 3 วัน เขาก็มาลาไปหาเตี่ย แม่ และก๋ง เขาบอกว่า "ผมจะไปหาก๋งซักสามวัน" พอครบ 3 วันเขาก็กลับมาจริงๆ มาคนเดียว ฉันก็เลยอธิษฐานให้เขามีชุดขาว ตอนที่เขามานั้นสวมเสื้อครุยรับปริญญา เขาก้มลงกราบเหมือนคนธรรมดา เขาปฏิบัติอยู่ 3ปี ก็ได้กายทิพย์ กายทิพย์ของเขาใสแวบเลย เดิมวิญญาณก็มีรูปเป็นแบบกายเนื้อของมนุษย์เรานี้ เขาสั่งถึงพ่อแม่ เตี่ย น้อง อาม่า ให้บอกฉันไปสบายแล้ว เหตุการณ์นี้เกิดก่อนปี 2525

มีอีกคนหนึ่งเป็นช่างก่อสร้างได้ผูกคอตายกับรถเครื่อง ทางกรุงเทพฯโทร.มาหาญาติทางบ้าน พ่อแม่เขามาหาฉันขอให้ฉันช่วย ทางบ้านไม่มีใครทราบว่าตายอย่างไร ฉันก็เรียกมา พอเขาเข้ามาในเขตวัดฟ้าผ่าเปรี้ยงตามมาเลย ลงเหนือวัดถูกวัวตาย 1 ตัว คนคุมเขาตามมาแต่ไม่ทัน เขาเข้ามาในวัดเสียก่อน ถามเรื่องเป็นอะไรตายก็ไม่ยอมบอกแต่ฉันทราบ ปกติแล้วเขาต้องไปนรกแต่ฉันเรียกวิญญาณ เขาตามมาไม่ทัน ฉันให้เขารับกรรมฐานสอนให้เดิน 30 นาที แล้วสอนนั่ง พอเป็นแล้วก็ปล่อยให้เขานั่งเอง เขามีหัวหน้าคุมอีกทีหนึ่ง มีบัญชีจดชื่อด้วยเหมือนอย่างที่วัดได้ปฏิบัติอยู่ เขาจะนั่งตลอดไม่มีลุกเดิน ไม่ยุ่งกับคน แต่ถ้าคนจะเดินไปถูกเขาก็หลบ ปฏิบัติจนแยกรูปแยกนามแต่ก็ยังไม่พ้นนรก เขายังคอยเก็บอยู่ จนได้กายทิพย์แล้วนั่นแหละจึงพ้น แต่เขาไม่ไปที่อื่น เขาต้องการปฏิบัติอยู่ที่วัดอัมพวัน

แม่ชีแดง

แม่ชีแดงมาจากภาคใต้ จังหวัดสงขลา พี่สาวพามาบวช ก่อนที่เขาจะออกจากบ้านมา ได้ทะเลาะกับแม่อย่างมาก ขนาดสั่งว่าไม่ต้องเผาผีกันเลย เขาจากบ้านมา 30 ปี โดยไม่ได้กลับไปทั้งๆที่ทิ้งลูกไว้ให้แม่เลี้ยง มาบวชที่วัดอัมพวันได้ 2 ปี พวกแม่ชีก็บอกว่าทำบาปไว้กับแม่มากนะ ขอให้ไปอโหสิกรรมกับแม่เสีย แม่ชีได้รวบรวมเงินให้ไป 2,600 บาท ให้ธูปเทียนแพไปเสร็จเรียบร้อย เขาก็ไปและก็กลับมา พวกแม่ชีถามว่า "แม่ว่าอย่างไรบ้าง" เขาตอบว่า "แม่เขาเฉยๆ ฉันขอขมาแล้ว แม่เขาไม่รับพาน ฉันเลยเหวี่ยงพานใส่หน้าเลย แล้วบอกว่าจะไม่มาอีก ไม่ต้องเผาผีกัน" ต่อจากนั้นเขาก็เป็นมะเร็งลำไส้ นอนป่วยที่โรงพยาบาลสี่เดือนกว่า ก็ตายไปคืนเดียวกับหลวงแม่ชีจันทร์ อดีตหัวหน้าแม่ชีวัดอัมพวัน โทษล่วงเกินกับแม่ผู้มีพระคุณบาปมาก ทำให้เขาตกนรก ตอนบวชเป็นแม่ชีความประพฤติก็ไม่ค่อยดี ไม่ค่อยเจริญกรรมฐาน สวดมนต์ก็ไม่สวด มีโลภะเรื่องกินมากที่สุด กินของดีๆ กินเนื้ออกไก่เปล่าๆ ตีสองลงมาดูที่ครัวแล้ว

ต่อมามีลูกสุนัขตัวหนึ่งเกิดที่วัดอัมพวันรูปร่างสวย ตั้งชื่อให้ว่าวัว สุนัขตัวนั้นชอบกินก้างและกระดูก วันหนึ่งก้างติดคอ ฉันเป็นคนให้กินเอง รู้สึกไม่สบายใจเลย นั่งดูตั้งแต่คอเรื่อยลงไปถึงกระเพาะอาหาร เห็นกระดูกไก่เต็มไปหมด จึงทราบว่าจิตของสุนัขตัวนั้นคือแม่ชีแดง ฉันก็ถามจิตของแม่ชีแดงว่ามาอย่างไร เขาบอกว่า "ขอเขามา เขาจะเอาไปนรก ได้ขอเขามาเกิดที่วัดอัมพวัน" เขาบอกว่าแกต้องอดอยากนะ แกต้องไปกินกระดูกนะ ไปอยู่ที่วัดอัมพวันน่ะ แม่ชีแดงบอกว่า "ถึงอดอยากก็ยอม" สุนัขตัวนี้ก็แปลก กินแต่กระดูกไก่ กระดูกหมู เนื้อก็ไม่กิน ฉันเอากระดูกปลาให้กินจึงได้เห็น แม่ชีแดงเขาเป็นโรคหอบมาก่อน สุนัขก็ไอแค้กๆ ไอ หอบจนกระทั่งตายเมื่ออายุ 2 ปี ตายแล้ววิญญาณก็อยู่ที่วัดอัมพวันไม่ไปไหน เที่ยวเข้าคนโน้นบ้างคนนี้บ้าง ถ้าไปสิงที่คนใดคนนั้นจะมีโลภะเรื่องกิน มีนิสัยเหมือนเขาหมด มีนิสัยชอบเก็บตุนของเอาไว้กิน เขาเห็นแม่ชีสมคิดใจดีอยากได้ไปเป็นเพื่อน เวลาแม่ชีสมคิดหอบทีไรจะตายทุกที เป็นอาการหอบของแม่ชีแดง ไม่ใช่หอบธรรมดา

มีอยู่วันหนึ่งหลวงพ่อสวดธรรมจักรที่ศาลาสุธรรมภาวนา คณะกรรมฐานก็ขึ้นไปฟังด้วย เห็นแม่ชีสมคิดผิดปกติคอก้มต่ำลงเหมือนมีใครมากดคอ จะเงยก็เงยไม่ขึ้น ฉันเลยดุ เห็นแม่ชีแดงกดคอ บีบคอจะหายใจไม่ออกจึงดุออกไป เขาก็ปล่อยมือยกมือไหว้ฉัน เขายังมีสติอยู่ ฉันบอกให้เลิกเดี๋ยวนี้นะ กำลังจะจัดแจงทำบุญครบวันตายให้จะได้มารับส่วนกุศลให้เลิกรังแกแม่ชีสมคิด และบอกให้เขานั่งอยู่ที่โคนเสานั่นแหละ แต่ต้องทำกรรมฐานนะ นั่งบ้างนอนบ้างอยู่บนศาลานี่แหละ คอยรับส่วนบุญเขาตรงนี้ ต่อมาวันหนึ่งขึ้นไปทำบุญบนศาลาเห็นแม่ชีแดงนอนแผ่ แสดงให้เห็นว่าถูกจับตัวไปเสียแล้ว หลวงพ่อก็ปรารภว่าชีแดงไปตกนรกเสียแล้ว

พญายม

วันหนึ่งตอนหัวค่ำนั่งกรรมฐานอยู่ที่ศาลาปฏิบัติธรรมเห็นพญายมตัวใหญ่ใส่ชุดแดงลูกหว้า นุ่งโจงกระเบน ใส่เสื้อเป็นเทพชั้นสูงเป็นเจ้านายใหญ่ เขามาหยุดยืนที่หน้าฉันที่ศาลาปฏิบัติธรรม เขาชี้ไปที่บ้านที่แม่ฉ่ำชื่นอยู่ มาขออนุญาตขอคนที่บ้านนั้น ฉันบอกอนุญาตให้ไม่ได้เอาไว้ช่วยกัน ขอไว้เถอะ เขาก็หายไป ตอนเช้าแม่ฉ่ำชื่นมาเล่าว่าเห็นพญายมใส่เสื้อสีเดียวกันมาที่บ้าน มีคนตามมา 4 คน บ้านที่อยู่มีผู้หญิงอยู่อีกคนหนึ่ง เขาพูดกับผู้หญิงคนนั้นแต่ไม่เห็นหน้า ผู้หญิงคนนั้นก็หันมามองแล้วหันไปพูดอะไรกับคนนั้นก็ไม่รู้แล้วก็เลยไป สักพักหนึ่งเขาก็กลับมาที่บ้านอีก ใจนึกว่าเป็นคนร้ายแน่เลย จะหนีไปทางไหนดี ถ้าอยู่เขาจะจับได้ หนีไปเขาจะจับได้เหมือนกัน ขณะนึกอยู่นั้นก็มีเสียงบอกว่า "ไม่ต้องหนีหรอก อยู่ในวัดนี้แหละ ให้ไปหาสมภารเจ้าวัดว่าจะอยู่อีกกี่ปีก็ขอเขา" ในใจก็บอกว่า "ไม่อยู่อีกกี่ปีแล้วตายไปก็ดีเหมือนกัน" พอมีโอกาสพบหลวงพ่อ คนไม่มาก ได้เล่าให้ท่านฟังและกราบเรียนว่าไม่ขออยู่กี่ปีหรอก สุดแท้แต่หลวงพ่อจะเอาไว้ใช้กี่ปีก็แล้วกัน ตายเมื่อไร ก็ยินดีตาย ต่อจากนั้นก็ไม่เห็นอีกเลย

นิมนต์หลวงพ่ออยู่ปฏิบัติกรรมฐาน

เมื่อ พ.ศ.2529 หลวงพ่ออาพาธหนัก ฉันกำลังนั่งกรรมฐานอยู่ หลวงพ่อดำ (หลวงพ่อในป่าเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อจรัญ) มาบอกให้ไปนิมนต์หลวงพ่อ หลวงพ่อท่านจะไม่อยู่แล้ว ท่านนำพานมาให้ดูเป็นตัวอย่าง มีผ้าสบงวางบนพาน ดอกบัวสามดอก ธูปเทียนท่านนำมายื่นให้ฉัน ฉันไม่รับฉันเป็นผู้หญิงจะรับได้อย่างไร นึกในใจว่า เอ๊ะ...เราจะตายเสียแล้วหรืออย่างไร ท่านบอกว่าไม่ใช่นำมาดูตัวอย่าง ให้จัดเตรียมนิมนต์เจ้าอาวาสท่านจะไม่อยู่แล้วนะ ท่านจะละสังขารไปแล้ว ท่านบอกว่านิมนต์ให้อยู่ปฏิบัติธรรม พอฉันรับพานจากท่านก็ออกจากกรรมฐานพอดี ฉันไปเล่าให้หลวงพ่อฟัง ท่านก็บอกว่าจริง ฉันเลยจัดพาน ซื้อผ้าสบง ดอกไม้ ธูปเทียน ไปด้วยกันสามคน มีแม่ฉ่ำ ยายเตียงและฉัน ไปนิมนต์ท่านที่กุฏิ ท่านบอกว่า "เอ้า รับอยู่ก็เอา"

นิมนต์ครั้งนั้นเป็นครั้งแรก ต่อจากนั้นก็นิมนต์ทุกปี ก่อนที่จะถึงวันคล้ายวันเกิด 15 สิงหาคมของทุกปีหลวงพ่อดำท่านบอกว่าท่านจะมาปฏิบัติด้วยและจะบอกให้หลวงพ่อให้มาปฏิบัติ ฉันจะปูอาสนะไว้ 2 ที่ หลวงพ่อหนึ่งที่ หลวงพ่อดำหนึ่งที่ หลวงพ่อบอกว่าถ้าสามทุ่มไม่มาให้รอถึงสี่ทุ่ม ปฏิบัติทุกวันเป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่ในพรรษาต่อมานอกพรรษาอีก ใครไม่ทำก็ช่าง ฉันเลิกสี่ทุ่มทุกวัน ที่ศาลาปฏิบัติธรรมจะเลิกกันสามทุ่มครึ่ง ฉันอยู่ถึงสี่ทุ่ม มีผู้ศรัทธาปฏิบัติต่อด้วย 3-4 คน เรื่องทั้งหมดนี้เล่าโดย คุณแม่สุ่ม ทองยิ่ง ซึ่งเป็นศิษย์รุ่นแรกของหลวงพ่อจรัญ ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้น ท่านเป็นที่เคารพนับถือมากสำหรับผู้ที่เข้ามาปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน ท่านเป็นครูผู้สอนกรรมฐานให้กับผู้ที่มาปฏิบัติที่วัด ซึ่งสมัยแรกๆนั้นแม่ชียังน้อยมีเพียงไม่กี่คน และแต่ละท่านก็ช่วยหลวงพ่อจรัญสอนกรรมฐานสำหรับผู้ที่มาฝึกทุกวันอย่างไม่ย่อท้อหรือเหน็ดเหนื่อย จนปัจจุบันวัดอัมพวันเจริญขึ้นมาก เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ มีแม่ชีและพระสงฆ์หลายองค์ที่มาเป็นครูสอนกรรมฐาน เพื่อพัฒนาจิตและสร้างคนให้จิตสว่าง สะอาดใสบริสุทธิ์

สำหรับผู้ที่ต้องการไปปฏิบัติกรรมฐานที่วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี ติดต่อสอบถามได้ที่สำนักเลขานุการวัด 0-3659-9381