กลับมาเยี่ยมบ้านแต่ละครั้ง พบว่าสินค้ายี่ห้อต่างๆมาเปิดตัวในเมืองไทยมากขึ้น มีทั้งยี่ห้อหรูราคาสุดแพง ยี่ห้อระดับกลางและยี่ห้อระดับล่าง มีทั้งเสื้อผ้า เครื่องหนังและเครื่องเพชร หนึ่งในยี่ห้อที่มีบริเวณกว้างขวางคือ Uniqlo ยี่ห้อเสื้อราคาถูกจากญี่ปุ่น แต่คับคุณภาพ

Uniqlo เปิดตัวแรงในปารีสด้วยสนนราคาน่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสื้อแคชเมียร์ราคา ๘๙ ยูโร ซึ่งนับว่าถูกมากเมื่อเทียบกับเสื้อแคชเมียร์ยี่ห้ออื่นๆ ไหนจะกางเกงยีนส์ ทีเชิ้ต เสื้อตัวใน ถุงน่อง ถุงเท้า ชุดนอน เสื้อบุกันหนาวที่เรียกว่า doudoune เสื้อโค้ท...เนื้อผ้าของ Uniqlo ดีกว่ายี่ห้อระดับล่างในระนาบเดียวกัน เป็นเสื้อ basic ในการแต่งตัว ไม่ได้วิ่งตามแฟชั่น

ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Uniqlo คือ ทาดาชิ ยานาอิ (Tadashi Yanai) ผู้ร่ำรวยที่สุดในญี่ปุ่นจากการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes เขาเกิดในจังหวัดยามากูชิ (Yamaguchi) พ่อเปิดร้านขายเสื้อผ้าผู้ชายที่ชั้นล่างของบ้าน แต่เขาไม่เคยคิดแม้แต่นิดเดียวว่าจะรับช่วงกิจการของพ่อ เมื่อจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวาเซดะ (Waseda) ทาดาชิ ยานาอิไปทำงานกับจัสโก้ (Jusco) แต่ไม่ชอบ จึงทำงานเพียง ๘ เดือนก่อนกลับมาบ้าน พ่อจึงขอให้เขาเข้าบริหารร้าน หนุ่มไฟแรงอายุ ๒๓ ปี คิดขยายกิจกรรมของธุรกิจครอบครัว

ชาวญี่ปุ่นรุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นในการขับเคลื่อนประเทศที่พ่ายแพ้ในสงคราม เป็นญี่ปุ่นที่ต้องการความเติบโตทางเศรษฐกิจและมีการแข่งขันสูง ทาดาชิ ยานาอิ ชื่นชอบการสร้างตัวของ โคโนซุเกะ มัตซึชิตะ (Konosuke Matsushita) เจ้าของ Panasonic และ โซอิชิโร ฮอนดา (Soishiro Honda) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แซม วอลตัน (Sam Walton) ผู้ก่อตั้ง Wal-Mart เขาจึงมาดหมายที่จะเปิดสาขามากมายเฉกเช่นเดียวกับ Wal-Mart

ในปี ๑๙๘๔ ทาดาชิ ยานาอิ เปิดร้าน Unique Clothing ที่ฮิโรชิม่า (Hiroshima) ภายหลังเรียกเป็น Uniqlo ขายเสื้อผ้า unisex เพียง ๑๐ ปี Uniqlo ก็ติดตลาด ในปี ๑๙๙๔ เขานำบริษัท Fast Retailing เข้าตลาดหุ้น มุ่งมั่นให้ Uniqlo เป็นยี่ห้อเสื้อที่ขายได้มากอันดับ ๑ ของโลก จึงจำต้องเปิดสาขาในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย โดยหวังจะเปิดสาขา ๑,๐๐๐ สาขา และอีก ๑,๐๐๐ สาขาในประเทศจีนภายในปี ๒๐๒๐ ด้วยเห็นว่านับวันชนชั้นกลางจะเพิ่มขึ้น

ทาดาชิ ยานาอิ เห็นว่าเสื้อผ้ามิใช่เป็นเพียงแต่แฟชั่น แต่เป็นความคิดที่จะนำเสื้อผ้าเสนอต่อทุกคน โดยไม่จำกัดอายุ เพศ ชนชาติหรืออาชีพการงาน เสื้อผ้าที่เราสวมจะเป็นกำลังใจให้เราในการดำเนินชีวิต เขามั่นใจว่าหากหนุ่มสาวที่ยากจนได้สวมเครื่องแต่งกายอย่างที่ควร พวกเขาจะมีชีวิตที่ต่างออกไป เสื้อผ้ามีพลัง และเขาก็ทำเสื้อผ้าด้วยเจตนารมณ์นี้เพื่อให้เสื้อผ้าเป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ในชีวิต คอนเซ็ปต์ของ Uniqlo จึงต่างจาก Gap หรือ H&M

ญี่ปุ่นไม่รู้จักเครื่องแต่งกายของชาวตะวันตกจนถึงสมัยเมจิปลายศตวรรษที่ ๑๙ ชาวญี่ปุ่นจึงคิดรูปแบบเสื้อไม่เหมือนคนอื่น ไม่ตอบรับกระแสแฟชั่น แต่เป็นเครื่องแต่งกายพื้นฐานที่สวมสบาย สนองประโยชน์ใช้สอย และสามารถสวมได้ทุกเมื่อเชื่อวัน ด้วยเหตุนี้เสื้อของ Uniqlo ที่ซื้อเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว จึงยังสวมใส่ได้ในปัจจุบัน และสามารถสวมได้แม้ในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า

Uniqlo มุ่งแข่งกับยี่ห้อยุโรปอื่นๆ จึงมักไปเปิดตามย่านหรูในเมืองใหญ่ๆ แล้วทาดาชิ ยานาอิก็สานฝันให้เป็นจริงเมื่อเขาเปิด flagship ของ Uniqlo ในย่าน 5th avenue ของนิวยอร์กในปี ๒๐๑๑ และในปีเดียวกันก็เปิดร้านใหญ่ในย่านกินซ่า (Ginza) ของโตเกียว ด้วยว่าญี่ปุ่นยังคงเป็นตลาดสำคัญของ Uniqlo แม้ว่าเมื่อแรกกำเนิด Uniqlo จะเป็นเพียงร้านเล็กๆในต่างจังหวัด แต่ในวันนี้ Uniqlo มีสาขาตามเมืองหลวงของประเทศต่างๆ

บริษัท Fast Retailing ซื้อกิจการยี่ห้อฝรั่งเศส ๒ ยี่ห้อ คือ Comptoir des Cotonniers เสื้อราคาไม่สูงนักและชุดชั้นใน Princesse Tam-Tam ด้วยเหตุนี้ในร้าน Comptoir des Cotonniers จึงมีเสื้อบางแบบของ Uniqlo ขายด้วย ทาดาชิ ยานาอิมีโครงการเปิดร้านขนาดใหญ่เพื่อขายสินค้าทุกตัวของ Fast Retailing

ทาดาชิ ยานาอิ เคยวางมือจากธุรกิจช่วงหนึ่ง แต่แล้วต้องหวนกลับมาคุมบังเหียนของ Fast Retailing พร้อมกับการมองหาผู้ที่จะมาแทนตนเองในอนาคต เขาไม่ขัดข้องที่คนต่างชาติจะมาบริหาร Uniqlo หรือ Fast Retailing ขอเพียงให้มีความสามารถในการบริหารธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย แล้วทาดาชิ ยานาอิก็ฝากไปบอกสาวญี่ปุ่นว่า

ขอให้ขยันหมั่นเพียร อย่ามัวแต่คิดจะหาสามีร่ำรวย เพราะการพึ่งตนเองได้นั้นประเสริฐสุด