คู่พระบารมีพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 "พระราชินีของชาวโลก"

ร่มโพธิ์-ร่มไทร

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงได้รับการยกย่องและเป็นที่ชื่นชมจากสื่อมวลชน เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2523 ว่า "ทรงกล้าหาญ แข็งแกร่งเหมือนเหล็ก แต่ก็อ่อนหวาน และทรงเป็นพระราชินีของโลก" ทรงเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศไทยให้ปรากฏเป็นอันมาก ทำให้ผลิตภัณฑ์ของโครงการศิลปาชีพฯ เป็นที่รู้จักและมีผู้สนใจซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันทรงนำพาให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักของชาวโลก คือพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประชาชนของประเทศเพื่อนบ้านที่หนีร้อนมาพึ่งเย็น ลาว เขมร เวียดนาม โดยได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สภากาชาดไทย ดูแล และสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก ทั้งยังได้รับการสดุดีก้องโลกในพระราชกรณียกิจที่ทรงกระทำด้วยความเสียสละ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีพระนามเดิมว่า ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร เป็นพระธิดาองค์ใหญ่ของ พลเอก พระวรวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ (พันเอก หม่อมเจ้านักขัตรมงคล) และ ม.ล.บัว กิติยากร ทรงพระราชสมภพ เมื่อวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2475ที่บ้านพักของ พลเอก เจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ (ม.ร.ว.
สท้าน สนิทวงศ์) บิดาของ ม.ล.บัว ในเวลาต่อมา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาพระราชทานนามว่า "สิริกิติ์" มีความหมายว่า "ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร"

ม.ร.ว.สิริกิติ์ มีพี่น้อง 4 คน ม.ร.ว.กัลยาณกิติ์ ม.ร.ว.อดุลกิติ์ ม.ร.ว.สิริกิติ์ ม.ร.ว.บุษบา ในวัยเยาว์นั้น ม.ร.ว.สิริกิติ์อยู่ในความดูแลของ เจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ และ ท้าววนิดาพิจาริณี บิดามารดาของ ม.ล.บัว อีกบางครั้งเหมือนกันที่ หม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร พระมารดาของ ม.จ.นักขัตรมงคล ทรงรับนัดดา ม.ร.ว.สิริกิติ์ ตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปจังหวัดสงขลา

พ.ศ.2491 ขณะที่ พระบาทสมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงศึกษาอยู่ที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โปรดฯเสด็จฯไปทอดพระเนตรโรงงานทำรถยนต์ที่กรุงปารีส ทรงต้องพระราชอัธยาศัยใน ม.ร.ว.สิริกิติ์ ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุปัทวเหตุทางรถยนต์ จึงโปรดเกล้าฯให้ ม.ล.บัว นำธิดาทั้งสอง คือ ม.ร.ว.สิริกิติ์ และ ม.ร.ว.บุษบา ไปเยี่ยมพระอาการที่เมืองโลซานน์ และ ม.ร.ว.สิริกิติ์ ย้ายมาศึกษาต่อที่โรงเรียน Raint Rive โรงเรียนประจำที่มีชื่อเสียงสอนวิชากุลสตรี

วันที่ 19 ก.ค. 2492 เป็นวันมหามงคลเมื่อ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้พระราชทานพระธำมรงค์เพชรหนามเตยรูปหัวใจ แก่ ม.จ.นักขัตรมงคล กิติยากร เพื่อทรงของหมั้น ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร พระธำมรงค์องค์นั้น คือ องค์ที่ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก พระราชทานแก่พระองค์ในอดีต ต่อมาที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ค่ำวันที่ 12 สิงหาคม 2492ถึงโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอำนวยพรแก่ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร ได้ทรงรับพระธำมรงค์ จาก ม.จ.นักขัตรมงคล กิติยากร แล้วพระราชทานแก่ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร มีพระราชดำรัสว่า "เป็นของมีค่าอย่างยิ่งและเป็นของที่ระลึกด้วย" ข่าวงานหมั้นเผยแพร่ผ่านสถานีวิทยุบีบีซีของอังกฤษ กระจายเสียงเผยแพร่ข่าวการหมั้นออกอากาศไปทั่วโลก และนำเสนอติดต่อกันหลายวัน

วันที่ 28 เมษายน 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมพรรษา 23 พรรษา ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร ขณะอายุ 17 ปี ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ณ พระตำหนักสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ที่วังสระปทุม ทรงลงพระปรมาภิไธยในทะเบียนสมรส และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ ม.ร.ว.สิริกิติ์ ลงนามในทะเบียนสมรสตามกฎหมาย ได้พระราชทานเลี้ยงฉลองมงคลราชาภิเษกสมรสแก่ประยูรญาติและข้าราชการใกล้ชิดเพียง 20 คน ในวันรุ่งขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถไฟไปประทับพักผ่อน ณ วังไกลกังวล หัวหิน เป็นเวลา 5 วัน ต่อมาวันที่ 5 พ.ค.2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณขัตติยราชประเพณี และยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระอิสริยยศสมเด็จพระราชินี เป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี

"วินาทีแรกที่ข้าพเจ้าได้พบการต้อนรับของประชาชนตอนที่แต่งงานใหม่ๆ ได้เห็นเขากอดพระเจ้าอยู่หัว และเห็นพระองค์ทรุดพระองค์ลงลูบหลังของผู้เฒ่าผู้แก่แล้วทักทาย ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่า บรรพบุรุษได้กระทำสร้างบุญบารมีในฐานะที่ว่า เป็นคนที่ปกป้องให้ความสุข ให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนเป็นแน่ มิฉะนั้นแล้วจะไม่ได้มีผลอย่างนี้ตกทอดเป็นมรดกของข้าพเจ้า" สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชปณิธานแน่วแน่ว่าจะทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองให้มีความสงบสุข ร่มเย็น คนไทยไม่ว่าศาสนาใด เชื้อชาติใด จะอยู่ร่วมกัน ณ แผ่นดินนี้ได้โดยสันติสุข

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือราษฎรผู้ยากไร้ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รับสั่งว่าจะต้องทำให้คนไทยมีโอกาสเล่าเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้จะช่วยแล้วเขายังไม่สามารถที่จะเรียนสูงในระบบ แต่เมื่อเขาอ่านออกเขียนได้ก็ยังพอหาเอกสารที่เกี่ยวกับการทำมาหากินและการดำเนินชีวิตในโลกสมัยใหม่ที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วนี้ส่งให้เขาได้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเล่าไว้ในหนังสือ "สมเด็จแม่กับการศึกษา" ความตอนหนึ่งว่า

"บางทีก็รู้สึกสงสัยว่า มีคนโน้นคนนี้มาหาท่านด้วยปัญหาที่เจ้าตัวเขาแก้ไม่ตก หรือเสด็จพระราชดำเนินออกไปเยี่ยมราษฎร ยิ่งมีปัญหามาก ท่านนึกออกมาได้อย่างไรว่า ควรจะทำอย่างไรดีกับคนไทย หรือหมู่บ้านไหน สมเด็จแม่รับสั่งว่า ถ้าเรามีความรักความห่วงใยจริงๆ ก็ย่อมทำได้"

เนื่องจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่อนข้างแห้งแล้ง ราษฎรส่วนใหญ่มีฐานะความเป็นอยู่ยากจน ขาดแคลนที่ทำกิน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงส่งเสริมด้านศิลปาชีพแก่ราษฎรในหลายพื้นที่ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 12 สิงหาคม 2547 คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้นำสื่อมวลชนไปเยี่ยมชมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โครงการฟาร์มตัวอย่างหนองหมากเฒ่า โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงดงยอ โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านทรายทอง จังหวัดสกลนคร ฯลฯ

โครงการฟาร์มตัวอย่างหนองหมากเฒ่า ตามพระราชดำริจังหวัดสกลนคร มีการดำเนินงานในลักษณะของการเกษตรแบบผสมผสาน โดยนำหลายๆหลักการมาปรับใช้เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ปลอดสารพิษ ใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ และให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ ทั้งนี้เป็นไปตามพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่จะทรงช่วยเหลือราษฎรให้มีฐานะและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เน้นหลักเกษตรยั่งยืน ผู้บริโภคยั่งยืน ผู้ผลิตยั่งยืน สิ่งแวดล้อมยั่งยืน มีการปลูกพืชผัก ไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ การเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลา เพาะเห็ดแบบต่อเนื่อง สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทุกวัน การปลูกพืชต่างระดับโดยคำนึงถึงธรรมชาติของพืชที่จะอยู่รวมกันได้ นำพืชยืนต้นตระกูลถั่ว และพืชที่มีคุณสมบัติในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชมาปลูก นำเทคโนโลยีทางด้านอารักขาพืชมาใช้ การใช้สารสกัดชีวภาพ การใช้กับดักแมลง การใช้พืชไล่แมลง ตะไคร้หอม

โครงการฟาร์มตัวอย่างหนองหมากเฒ่าตามพระราชดำริ ดำเนินการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้มีความหลากหลายด้านชนิดอาหาร นำการแปรรูปมาเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้สูงขึ้น สามารถปรับให้เป็นไปตามแนวทางทฤษฎีใหม่ขั้นที่สองได้

โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงดงยอ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นเครือข่ายหนึ่งของฟาร์มตัวอย่างหนองหมากเฒ่าตามพระราชดำริ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ราษฎรขอพระราชทานความช่วยเหลือในเรื่องการจัดหาที่ดินทำกินและเรื่องการทำงานต่างๆเป็นจำนวนมาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ขอพระราชทานพระบรมวินิจฉัยจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการหาวิธีพระราชทานความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริว่า สมควรสอนให้ประชาชนรู้จักใช้ที่ดินที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้มีผลผลิตเพียงพอเลี้ยงครอบครัวได้ โดยใช้ระบบเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาดำเนินการ

ราษฎรที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเข้าร่วมโครงการจะได้รับการอบรมจากฟาร์มตัวอย่างหนองหมากเฒ่าประมาณ 3 เดือน เพื่อให้มีความรู้ทางการเกษตรและมีแนวคิดที่จะใช้พื้นที่ให้เกิดผลตอบแทนสูงสุดเป็นการปฏิบัติที่ง่ายไม่ซับซ้อน เป็นแบบอย่างให้เกษตรกรนำไปปฏิบัติให้เกิดผลตอบแทนสูงสุดได้อย่างครบวงจร มีการปลูกผักหลากหลาย หลังบ้านเลี้ยงสัตว์ต่างๆ เพื่อการบริโภคอย่างพออยู่พอกินโดยใช้วิธีเกษตรธรรมชาติ เป็นการรักษาสภาพแวดล้อมและดำรงวิถีชีวิตแบบถิ่นไทยอีสาน

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยในชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรเสมอ ทรงให้เจ้าหน้าที่ติดต่อประสานงานกับกรมปศุสัตว์ขอใช้พื้นที่ว่างเปล่าจำนวน 92 ไร่ ของสถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์สกลนคร บริเวณบ้านโนนสวรรค์ และพระราชทานพระราชานุญาตให้หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาเข้าดำเนินโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงดงยอ ร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ ก่อสร้างบ้าน และจัดแบ่งแปลงทำการเกษตรหลังละ 2 ไร่ จำนวน 20 หลัง พร้อมสร้างระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้รับจากราษฎรที่เข้าเฝ้าฯขอพระราชทานที่ดินทำกิน ซึ่งราษฎรที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเหล่านี้จะต้องผ่านการอบรมจากฟาร์มตัวอย่างหนองหมากเฒ่าตามพระราชดำริด้วย

ราษฎรบ้านทรายทอง เข้าเป็นสมาชิกโครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านทรายทอง ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ตั้งแต่ปี 2524 ทั้งยังได้ทรงชักชวนให้ราษฎรปลูกป่า ปลูกต้นไม้ ไม้แดง ไม้นนทรี ยูคาลิปตัส ทรงส่งเสริมอาชีพทอผ้าไหม ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เลี้ยงโคนม จักสานลายขิด งานประดิษฐ์ปีกแมลงทับ และงานปักผ้า ทำให้ราษฎรมีงานทำและมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

"ข้าพเจ้าเองได้ไปเห็นชาวบ้านต่างๆแล้ว ก็เห็นว่าเขาทำงานหนักมาก แต่ก็ไม่เคยทราบเลยว่า คนไทยนี่ สามารถจะเป็นศิลปินแห่งชาติได้ จนกระทั่งศิลปาชีพนี่ เจริญขึ้นมาได้ทุกวันนี้ ก็เพราะลูกหลานของชาวไร่ชาวนา" เป็นพระราชดำรัสของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ให้คณะบุคคลเข้าเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2546

"ข้าพเจ้าคิดว่าอันนี้เป็นความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่ได้เห็นได้เฟ้นเอาเพชรต่างๆของไทยออกมาขัดเกลา แล้วทำให้เขาได้มีโอกาสมีวาสนาได้แสดงฝีมือ ความเก่งของเขาขึ้นจริงๆ แปลว่าประเทศไทยของเรานี่ เพียบพร้อมไปด้วยคนที่มีความสามารถในแผนกต่างๆ ขอให้ได้โอกาสเท่านั้นเอง เมื่อได้โอกาสแล้ว เขาก็สามารถที่จะแสดงออกมาเต็มที่ว่า เขาเป็นคนไทยที่มีความสามารถ...."

ด้วยน้ำพระราชหฤทัยห่วงใยชาวใต้ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2547 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆเฝ้าฯ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา มีพระราชกระแสรับสั่งถึงทุกข์ของราษฎรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้ทรงรับรู้และทอดพระเนตรตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ประทับ ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ทรงขอร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันคิด ช่วยกันยุติเหตุการณ์ไม่สงบที่เกิดขึ้นด้วยการแสดงพลังใจและพร้อมใจกันแสดงความไม่พอใจต่อผู้ก่อเหตุ เพื่อให้ราษฎรผู้บริสุทธิ์ทั้งหลายอยู่ได้อย่างมีความสุขดังพระราชดำรัสว่า "ท่านเองก็เป็นผู้ที่มีสติปัญญา เป็นเจ้าของแผ่นดินไทย และเป็นผู้ที่ควรตอบแทนพระคุณของแผ่นดิน ก็คงจะช่วยข้าพเจ้า ช่วยกันคิดว่าควรจะทำอย่างไรบ้างที่พยายามจะช่วยชีวิตคนไทยประมาณ 300,000 คน ทางภาคใต้ให้เขามีทางที่จะทำมาหากินแล้วก็ได้มีชีวิตอยู่"

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปประทับ ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ พระองค์ทรงตระหนักว่าการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นจากบรรพบุรุษของชาวจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดใกล้เคียง งานศิลปาชีพเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม ภายในบริเวณพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ มีอาคารที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดฯให้ก่อสร้างขึ้น เพื่อเป็นศูนย์ฝึกศิลปาชีพสำหรับเด็กหนุ่มเด็กสาวชาวนราธิวาสและจังหวัดใกล้เคียง ทรงรับเข้าเป็นนักเรียนในโครงการศิลปาชีพของพระองค์นับตั้งแต่ศูนย์ศิลปาชีพฯก่อตั้งขึ้น เมื่อปี 2528 บุคคลเหล่านี้มาจากครอบครัวเกษตรกรยากจน

ด้วยกระแสพระราชดำรัส "ข้าพเจ้าอยากเห็นชาวนาชาวไร่มีงานศิลปาชีพพิเศษ เป็นงานเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และเพื่ออนุรักษ์ศิลปะโบราณอันงามวิจิตรของไทยไว้ให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย"

งานปักผ้าด้วยมือหรือเรียกกันว่าปักไทย ต้องเป็นคนที่มีสายตาดี ใจเย็น และใจรักงานฝีมือ ต้องใช้สมาธิแน่วแน่ มีความอดทนสูง การปักเข็มลงบนผืนผ้าที่สะดึงไว้นั้นทำอย่างช้าๆทีละเข็ม ก่อเกิดเป็นลวดลายสีสันสลับสีแต่ละผืนผ้าต้องใช้เวลานาน บางผืนเป็นปี บางผืนหลายเดือน หากนั่งจับเจ่าอยู่นานๆจะทำให้ตาพร่าลายได้ ต้องลุกขึ้นพักผ่อนอิริยาบถ ถ้ายังขืนทำและตั้งใจว่าจะทำให้เสร็จชิ้นงานโดยเร็วจะส่งผลให้เกิดความผิดพลาด งานฝีมือปักผ้าต้องมีความใจเย็นทุกเข็มที่ปักลงบนผืนผ้านั้นเป็นความภาคภูมิใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะที่ประณีตเป็นอย่างยิ่ง

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทำให้สมาชิกกลุ่มปักผ้าด้วยมือที่ศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีอาชีพใหม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ ใครจะเชื่อบ้างว่าฝีมือของคนปักผ้าสวยงามเหล่านี้มาจากฝีมือชาวบ้านในชนบทที่เคยทำนาปลูกข้าว ตัดสินใจทำงานกับมูลนิธิศิลปาชีพฯ จับเข็มจับด้ายจับไหมปักเป็นลวดลายละเอียดสวยงามเป็นอย่างยิ่ง

ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2528 เพื่อทรงเผยแพร่งานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เนื่องจากทรงส่งเสริมให้ราษฎรอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติ และมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากการผลิตสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้าน สถาบันเอเชียโซไซตี รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ส่งเสริมให้ชาวอเมริกันได้รู้จักอารยธรรมอันเก่าแก่ สภาพการณ์ปัจจุบันของภูมิภาคเอเชีย เพื่อเชื่อมความเข้าใจอันดีให้เกิดขึ้นระหว่างประชาชาติอเมริกันกับเอเชีย ได้ทูลเกล้าฯถวายรางวัลด้านมนุษยธรรมแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นพระองค์แรกในฐานะที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์สูงสุดในภูมิภาคเอเชีย ทรงทำให้ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศใหญ่ในทวีปเอเชียได้เป็นแบบอย่างพิเศษที่ก้าวหน้าทันสมัยไปพร้อมๆกับการทะนุถนอมศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ศาสนา ซึ่งมีประวัติอันงดงามดีเด่นมาช้านาน

ตลอดระยะเวลา 62 ปี นับตั้งแต่ทรงอภิเษกสมรสมาแล้วนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชหฤทัยแน่วแน่ที่จะช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรไทยให้เป็นที่ประจักษ์แจ้งในใจคนไทยทุกคนมาโดยตลอด เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยด้วยพระราชกรณียกิจโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลากหลายสาขา ในฐานะของคนไทยใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทอาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินของพระองค์ท่าน ขอร่วมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา

(ข้อมูลจาก คู่พระบารมีศรีแผ่นดิน สารคดีเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 12 สิงหาคม 2547 นำเผยแพร่ทางวิทยุกรมประชาสัมพันธ์)