จากหนังสัตว์คลุมศีรษะ...มาสู่หมวกแฟชั่นงดงาม

โน้ตบุ๊ค

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสของอังกฤษกำลังมาแรง โดยเฉพาะเมื่อเจ้าหญิงแคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ทรงมีพระประสูติการรัชทายาทองค์ใหม่ เจ้าชายจอร์จ อเล็กซานเดอร์ หลุยส์ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา

เมื่อพูดถึงอังกฤษ "บันนี่" ก็อดนึกถึงวัฒนธรรมในการสวมหมวกของผู้ดีอังกฤษไม่ได้ ตามประเพณีนิยมนั้น นอกจากสุภาพสตรีชาวอังกฤษจะนิยมสวมหมวกไปในงานเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆ ในการจิบน้ำชายามบ่ายแล้ว เหล่าสุภาพสตรีชั้นสูงยังนิยมสวมหมวกเพื่อไปชมกีฬาหรือกิจกรรมต่างๆ อาทิ แข่งม้า แข่งสุนัขเกรย์ฮาวด์ โปโล และคริคเก็ต ฯลฯ ปัจจุบัน แม้วัฒนธรรมการสวมหมวกแบบเทรดดิชั่นจะลดความนิยมลงไปตามกาลเวลา แต่ "หมวก" ก็ยังคงเป็นเครื่องหมายที่แสดงความเป็นผู้ดีอังกฤษอย่างเหนียวแน่นไม่เสื่อมคลาย โดยเฉพาะในพระราชพิธีสำคัญต่างๆพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ต้องทรงพระมาลาที่มีดีไซน์งดงาม

แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะว่าหมวกมีกำเนิดมาจากอังกฤษ หมวกในยุคแรกๆนั้นเกิดขึ้นในสมัยอาณาจักรกรีกโบราณ ทำขึ้นจากหนังสัตว์ นำมาคลุมหัวไว้เพื่อปกป้องอันตรายต่างๆ เรียกว่า Pileus มีรูปทรงคล้ายศีรษะของมนุษย์ ต่อมาได้ปรับปรุงเป็น Phrygian Cap ซึ่งชาวกรีกและโรมันได้ให้กับทาสที่ถูกปลดปล่อยเป็นอิสระ ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งการปลดปล่อยอิสรภาพ ต่อมาได้พัฒนามาเป็นหมวกมีปีก เรียกว่า Peatasos หมวกทั้ง 3 ชนิดนี้ มีลักษณะไม่ค่อยแตกต่างกันมากเท่าไรนัก และถูกออกแบบสำหรับไว้ให้ผู้ชายได้สวมใส่เท่านั้น

ต่อมาการใช้หมวกได้แพร่หลายขึ้นจนกระทั่งปลายศตวรรษที่ 16 สตรีเริ่มสวมหมวก และในศตวรรษที่ 18 หมวกที่ดีที่สุดของสุภาพสตรีได้ผลิตมาจากเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เริ่มมีการตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ที่ขอบหมวกเพื่อให้เข้ากับชุดที่สวมใส่ ต่อมาในศตวรรษที่ 19 หมวกเริ่มมีดีไซน์ปีกกว้างมากขึ้น ตกแต่งด้วยริบบิ้น ดอกไม้ และขนนก และมีดีไซน์หลากหลายมากขึ้น ในศตวรรษที่ 20 สตรีเริ่มตัดผมสั้น จึงเลือกหมวกที่สามารถรัดศีรษะได้มากขึ้นคล้ายผ้าคลุม

สำหรับวัฒนธรรมการสวมหมวกไปชมการแข่งขันม้านั้น เริ่มจากราชวงศ์อังกฤษ ที่ระบุเรื่องการแต่งกายให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนต้องสวมหมวก จึงเป็นธรรมเนียมประเพณีมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้อังกฤษเป็นเจ้าแห่งแฟชั่นหมวก ผู้ผลิตหมวกที่มีชื่อเสียงของอังกฤษมี James Lock & co, Sharp & Davis David Shilling สำหรับนักออกแบบหมวกที่โด่งดังมากที่สุดของอังกฤษและระดับโลก และถือเป็น Haute Couture ในปัจจุบันต้องยกให้ฟิลิป เทรซี่ (Philip Treacy) ที่งานออกแบบของเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นงานศิลปะหรือประติมากรรมชั้นสูง เขาได้รับมอบหมายให้ออกแบบหมวกถวายสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ พระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงเซเลบริตี้ ซูเปอร์สตาร์ และนางแบบชื่อดัง

ฟิลิป เทรซี่ จบการศึกษาจาก The Royal Couege of Arts ในกรุงลอนดอน ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ ๑ การสร้างสรรค์หมวกสุดวิจิตรของเขาเป็นที่ชื่นชอบของอิซาเบลล่า โบล์ว สไตล์เอดิเตอร์ของนิตยสารแทตเลอร์เป็นอันมาก เธอจึงช่วยผลักดันให้ผลงานของเขาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ต่อมาเขาได้ร่วมงานกับแบรนด์ดังระดับโลกมากมาย อาทิ ชาแนล เวอร์ซาเช่ ราล์ฟ ลอเรน และอาร์มานี่ ตั้งแต่ ค.ศ.1990 เขาได้รับตำแหน่ง British Accessories Designer of The Year ถึง 5 ครั้ง และในปี 2006 เขาได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ OBE เพื่อประกาศเกียรติคุณ ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่วงการแฟชั่นของอังกฤษอีกด้วย เมื่อเร็วๆนี้ คนไทยก็ได้มีโอกาสชื่นชมผลงานของเขาในงาน Siam Paragon Celebration of British Icons ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อังกฤษ-ไทย

ผู้รักแฟชั่นหมวกไม่ใช่มีเฉพาะในประเทศอังกฤษเท่านั้น ในประเทศไทยเราก็มีผู้นิยมเพิ่มขึ้นเช่นกัน ในงานเดียวกันนี้ จึงได้มีการเปิดคอลเลคชั่นแรกของดีไซเนอร์ เซเลบริตี้สาวไทยดีไซเนอร์และเจ้าของสตูดิโอหมวกแห่งแรกของเมืองไทย "Mind Millinery" ของมายด์-กุณฑีรา ปัจฉิมสวัสดิ์ ผู้หลงใหลในความงามของหมวกอังกฤษ จึงได้เดินทางไปศึกษาศาสตร์การทำหมวกด้วยเทคนิคดั้งเดิม จากผู้สอนที่เป็นผู้ช่วยมือหนึ่งของ ฟิลิป เทรซี่ แล้วกลับมาเปิดสตูดิโอตามความฝันของเธอ

เห็นไหมคะว่าหมวกมีกำเนิดขึ้นจากการเล็งเห็นประโยชน์และความจำเป็นในการปกป้องศีรษะ แม้หมวกจะถูกใช้ในการบอกถึงตำแหน่งหน้าที่การงานและเป็นเครื่องประดับอย่างหนึ่ง แต่ประโยชน์ด้านอื่นก็ยังคงมีอีกมากมาย โดยเฉพาะในฤดูฝนที่ยังมีแสงแดดอันแผดจ้าในบ้านเรา "หมวก" สักใบก็น่าจะเป็นประโยชน์ในการเดินทางยามออกนอกบ้านได้เป็นอย่างดีนะคะ!