บ้านเจ้าพระยารามราฆพ อยู่ภายในบริเวณค่ายนเรศวรติดกับพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

เจ้าพระยารามราฆพ (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ) กำเนิดมามีความใกล้ชิดพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพราะเป็นบุตรของพระนมทัดซึ่งเป็นพระนมของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เกิดวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๓๓ เมื่ออายุ ๑๘ ปี ได้เข้ารับราชการเป็นมหาดเล็กในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงไว้วางพระราชหฤทัยสนิทเสน่หาอย่างยิ่ง โปรดเกล้าฯ ให้มีหน้าที่ดูแลเครื่องเสวย และปฏิบัติราชกิจทั่วไป เรียกได้ว่าไม่เคยไกลจากเบื้องพระยุคลบาท เมื่ออายุเพียง ๒๔ ปีพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นจางวางโท พระยาประสิทธิ์ศุภการ ในการนี้ ได้มีพระราชนิพนธ์ที่ทรงด้วยพระราชหัตถเลขาของพระองค์เองเป็นกาพย์และโคลงรวม ๔ หน้ากระดาษ ซึ่งพอจะตัดตอนมาไว้ให้เห็นว่าทรงพระมหากรุณาในมหาดเล็กคู่พระทัยดังนี้ :

ซื่อตรงและจงรัก ษะภักดีบ่เว้นวาย
เหนื่อยยากลำบากกาย บ่คิดยากลำบากเข็ญ
ด้วยจิตกะตัญญู กะตะเวทิตาเพ็ญ
เพิ่มกิจบ่คิดเห็น จะระอิดระอาใจ
งานเดิมและเพิ่มซ้ำ ฤก็ทำตระลอดไป
เพิ่มงานสถานใด ก็บ่เชือนบ่เฉยชา
เป็นอุปะฐากปาน ปฏิบัติณบิดา
ดูแลก็ถ้วนสา ระพัดเอื้อบ่เบื่อเบือน
อาไศรยน้ำใจรัก จึ่งบ่พักจะรอเตือน
เดาใจก็ได้เหมือน มนะมุ่งประหนึ่งกัน
(การสะกดการันต์ตามอย่างต้นฉบับ)

หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ ถวายการปฏิบัติรับใช้ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ ราวกับพระองค์เป็นบิดาปีแล้วปีเล่าและรู้พระราชหฤทัยจึงถวายการรับใช้ได้ถูกพระทัยทุกครั้ง ต่อมาในปี ๒๔๖๔ ขณะอายุได้ ๓๑ ปี มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็นเจ้าพระยารามราฆพ ท่านผู้นี้เคยดำรงตำแหน่งสำคัญทางราชการในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้แก่ ผู้สำเร็จราชการมหาดเล็ก องคมนตรี อุปนายกเสือป่า พลเอกกองทัพบก และพลเรือเอกกองทัพเรือ ได้รับพระราชทานสิ่งของที่แสดงความรักใคร่ และเงินเดือนจำนวนมาก รวมทั้งคฤหาสน์ใหญ่โตและวิจิตรอลังการ ได้รับพระราชทานชื่อบ้านว่า "บ้านนรสิงห์" บ้านนี้เป็นเรือนหอของเจ้าพระยารามราฆพกับลูกสาวของเจ้าพระยายมราชที่มีนามว่าประจวบ สุขุม

บ้านนรสิงห์เป็นบ้านในกรุงเทพฯ แต่ในเวลาที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ เสด็จประพาสชายทะเล ที่ชะอำ ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างบ้านพักตากอากาศชายทะเลพระราชทานแก่เจ้าพระยารามราฆพด้วย ตั้งอยู่บริเวณริมชายฝั่งทะเลด้านทิศเหนือของพระราชฐานที่ประทับ ภายในเขตพระราชฐานชั้นกลางของพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน โดยสร้างเป็นอาคารยกพื้นสูงด้วยเสาคอนกรีต ผนังก่อด้วยซีเมนต์บล็อก มีพื้น ประตู และหน้าต่างไม้สัก มีระเบียงกว้างติดต่อกับห้องต่างๆ รับลมทะเลน่าสบายอย่างยิ่ง แต่เจ้าพระยารามราฆพไม่ใคร่มีโอกาสใช้บ้านพักหลังนี้ เพราะจะได้มาก็เฉพาะในเวลาตามเสด็จแปรพระราชฐานที่ประทับในฤดูร้อน และเมื่อมาแล้วเจ้าพระยารามราฆพก็ยังต้องถวายการรับใช้ใกล้ชิดพระยุคลบาทอยู่ตลอดเวลา เมื่อกลับมาบ้านพักของตนเองเพื่อพักผ่อนและอาบน้ำแต่งตัวก็ยังต้องคอยสัญญาณติดต่อกับพระตำหนักใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในสมัยนั้นยังไม่มีโทรศัพท์ การติดต่อกันระหว่างพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับเรือนพักของเจ้าพระยารามราฆพใช้ระบบสัญญาณโคมไฟสี ซึ่งชักบนเสาเหนือศาลาเสด็จลงสรง ถ้าเป็นไฟสีเหลืองหมายความว่ากำลังแต่งพระองค์ ถ้าเป็นไฟสีเขียวหมายความว่าเสด็จเข้าโต๊ะเสวยพระยาหารค่ำแล้ว

เจ้าพระยารามราฆพถวายการรับใช้ใกล้ชิดจนตลอดรัชกาล แทบจะเรียกได้ว่าไม่เคยถูกกริ้วเลย และยังเป็นผู้ที่กราบทูลขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ผู้อื่นที่ถูกกริ้ว แม้ในระยะท้ายตลอดเวลาที่ทรงพระประชวร เจ้าพระยารามราฆพก็อยู่เฝ้าเคียงข้างพระองค์ทุกวันคืน เมื่อใกล้สวรรคตทรงวางพระหัตถ์ในมือเจ้าพระยารามราฆพแล้วจึงสวรรคต ส่วนเจ้าพระยารามราฆพคงมีชีวิตอยู่ต่อมาอีกนาน ถึงซึ่งอสัญกรรมในปี ๒๕๑๐

บ้านเจ้าพระยารามราฆพที่ชะอำ ปัจจุบันนี้สุภาพชนสามารถติดต่อขอจัดงานที่นี่ได้ โทร.๐-๓๒๕๐-๘๐๓๙ มีผู้นิยมมาจัดงานแต่งงานหรืองานการกุศลต่างๆ เพราะภายในบริเวณมีต้นไม้ใหญ่ ร่มรื่น สนามหญ้าเขียวขจี เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันพุธ ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ ๓๐ บาท เด็ก ๑๕ บาท ผู้เข้าชมต้องแต่งกายสุภาพ ไม่ใส่กางเกงขาสั้น