มอบทุน...แพทย์ต่อยอด นักศึกษาแพทย์

เยาวชนสร้างสรรค์

ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ องค์กรเฮลธ์ ฟรอนเทียร์ จัดพิธีมอบทุนการศึกษา "โครงการสนับสนุนการฝึกอบรมแพทย์ต่อยอด" พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักศึกษา คณะแพทยศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ภายในพิธีได้รับเกียรติ กรรมการมูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย คริสเตียน มัลเฮอร์บี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ รศ.ดร.วันเลี่ยม บัวระวง และรองหัวหน้าห้องการฝ่ายบริหารและร่วมมือต่างประเทศ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ ตัวแทนองค์การเฮลธ์ ฟรอนเทียร์ ดร.บัญชา อุปะถานา ร่วมส่งมอบข้อตกลงความร่วมมือ และมอบทุนการศึกษา ส่งเสริมวงการสาธารณสุขไทยและอินโดจีน

คริสเตียน มัลเฮอร์บี กล่าวว่า บทบาทของมูลนิธิไฟเซอร์ เข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการศึกษา โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขทั้งของประเทศไทย และอินโดจีน ด้วยการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่แพทย์ลาว และนักศึกษาไทย ซึ่งผ่านการเลือกสรรคุณสมบัติที่เหมาะสม ทั้งผลการเรียนและจิตอาสา ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม ทำให้มีทัศนคติและจิตใจที่มุ่งมั่นในการแสวงหาความรู้จนเกิดความชำนาญ นำไปทำประโยชน์ให้กับสังคม และประเทศชาติของตนในอนาคต

จากวัตถุประสงค์ 3 ประการ ของมูลนิธิไฟเซอร์ ประเทศไทย คือ การศึกษา การมีสุขภาพที่แข็งแรง และการพัฒนาคุณภาพชีวิต จึงมีการสนับสนุนมาเป็นปีที่ 2 ในโครงการสนับสนุนการฝึกอบรมแพทย์ต่อยอด มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ด้านกุมารแพทย์และอายุรแพทย์ ทั้งรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 รวม 4 ทุน เป็นเงิน 680,000 บาท ส่วนโครงการให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาแพทย์ และนักศึกษาเภสัชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวม 20 ทุน เป็นเงิน 1,100,000 บาท รวมเป็นทุนการศึกษา 24 ทุน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,780,000 บาท

ประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีความสัมพันธ์ที่อบอุ่น มีไมตรีจิตต่อกันเสมอมา ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ครอบคลุมความร่วมมือหลากสาขา เกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนในสังคม โดยเฉพาะด้านการศึกษาและการแพทย์ ได้ร่วมกันส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือระหว่างสถาบันด้วยดีเสมอมา เพื่อเป้าหมายที่สำคัญร่วมกัน นั่นคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศ

โครงการสนับสนุนการฝึกอบรมแพทย์ต่อยอด จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา ด้วยวัตถุประสงค์ในการพัฒนา และส่งเสริมศักยภาพของแพทย์ลาว ในสาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งเด็ก และสาขาโรคติดเชื้อในเด็ก แพทย์ลาวที่เข้าร่วมการฝึกอบรม หลักสูตรแพทย์ต่อยอด ณ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตลอดระยะเวลา 3 ปี ต่อเมื่อจบหลักสูตรการศึกษาไปแล้ว แพทย์ลาวต้องเดินทางกลับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นอาจารย์แพทย์ พร้อมทำการถ่ายทอดความรู้ที่ได้ศึกษามา ให้แก่บรรดานักศึกษาแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ท่านอื่นๆ ต่อไป

พญ.บุญปริศร สุวรรณศรี แพทย์ต่อยอดจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เล่าว่า "เริ่มเรียนได้ 2 อาทิตย์แล้วค่ะ จบจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ ด้านแพทย์ประจำบ้าน แล้วมาต่อยอด สาขาโรคติดเชื้อในเด็ก ก็เพราะมีความสนใจ แล้วคนไข้ที่ลาวก็เป็นกันเยอะ ทั้งขาดแคลนด้านยา และแพทย์ในการรักษา พอจบ 3 ปีจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็กลับไปสอนนักศึกษาแพทย์ ตอนเรียนจบแพทย์ประจำบ้าน อาจารย์ก็บอกให้มาต่อยอดกับโครงการฯของทางมูลนิธิไฟเซอร์เลย โดยอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเป็นคนคัดเลือก

...ก็ดีใจที่ได้เรียนต่อยอดในส่วนที่สนใจ แล้วรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมากกับทุนที่ทางไฟเซอร์ให้ความสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต บรรยากาศการเรียนดีมาก เพื่อนคนไทยน่ารัก นิสัยดี คุยเก่งกันทุกคน โดยรวมแล้วรู้สึกอบอุ่น เหมือนกับเรียนที่ลาวเลยค่ะ สำหรับการแพทย์ที่ลาว ต้องเร่งพัฒนาอีกเยอะมาก อย่างเรื่องของยารักษา ห้องแล็บ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์...ไม่ได้ครึ่งหนึ่งด้วยซ้ำไป ส่วนเทคนิคด้านการเรียน ก็ต้องชอบอ่านหนังสือ หมั่นค้นคว้า ขยันแสวงหา ร่วมถึงครอบครัวให้การสนับสนุน ทางบ้านคุณพ่อ คุณแม่...เป็นหมออยู่แล้ว ตอนเด็กๆ ตามไปโรงพยาบาลเป็นประจำ ก็คงซึมซับด้านการแพทย์มา"

ส่วนทางด้านนักศึกษาแพทย์ ที่ได้รับทุนจากมูลนิธิไฟเซอร์ ประเทศไทย กุลธิดา กุลบุตร นักศึกษาแพทย์ปริญญาเอก สาขาชีวเคมีทางการแพทย์ ปี 6 กล่าวว่า "การได้รับทุนของทางมูลนิธิ ช่วยในเรื่องค่าใช้จ่ายประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์ ดีใจอย่างมากกับทุนที่ได้รับ แล้วจะทำตามแนวคิดของทุน ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพสังคม หรือการเสียสละเพื่อส่วนรวม ส่วนมุมมองอาเซียนด้านการแพทย์ ก็มีนักศึกษาจากลาวมาเรียน เราก็สามารถเรียนรู้แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ว่าที่ลาวเป็นอย่างไร เราจะมีส่วนช่วยอะไรได้บ้าง ประเทศไทยเป็นฝ่ายให้ความช่วยเหลือ ดังนั้น การที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรา ทำให้เข้าใจถึงปัญหาหรือสถานการณ์ในประเทศ ยกตัวอย่าง มีน้องคนหนึ่งเพิ่งจบ ก็มาเรียนต่อโท...คือน้องเค้าได้รับภาระหนักมาก จบแล้วก็กลับไปเป็นความหวัง ตั้งภาควิชาชีวเคมีที่ลาว จึงต้องเก็บเกี่ยวความรู้ ประสบการณ์ให้เต็มที่ที่สุด ตอนนี้ก็ยังติดต่อกับน้องอยู่ ก็ยังมีอะไรที่แบ่งปันด้านการแพทย์ คุณสมบัตินักศึกษาแพทย์ลาว ที่เห็นชัดเจนคือความมุ่งมั่น ด้วยเค้าไม่มีพร้อมทุกอย่างเหมือนกับเรา"

วรรณวิภา ทองสองชั้น นักศึกษาแพทย์ สาขาแพทยศาสตร์เคมี ปี 6 กล่าวว่า "นอกจากเรียนด้านเบสิคซายแล้ว หลายๆภาควิชาในด้านเคมี มีหมอจากที่อื่นๆเข้ามาเรียน ไม่ว่าด้านกุมารเวชศาสตร์ ด้านจักษุแพทย์ ส่วนใหญ่แล้วมีความตั้งใจมาก เพื่อกลับไปพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ทัดเทียบกับประเทศในอาเซียน เป็นภาระอันใหญ่หลวงเหมือนกัน ดังนั้น นอกจากความตั้งใจ จึงมีความขยันขันแข็งอย่างมาก เพราะเหมือนกับว่า ต้องมาเริ่มเรียนใหม่ทั้งหมด สำหรับความรู้สึกเกี่ยวกับทุน แรกเลยช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย แบ่งเบาภาระจากครอบครัวได้มาก แล้วยังส่งเสริมให้ทำกิจกรรมเพื่อสังคม ได้มีโอกาสไปช่วยเหลือเด็กที่ขาดแคลน อย่างที่โรงเรียนตาบอด...ก็ไปเล่านิทาน เล่นดนตรี คือแค่มีข้อกำหนดเล็กๆน้อยๆ"

และ มารุต เลาหวิโรจน์ นักศึกษาแพทย์ปริญญาเอก สาขาพยาธิชีววิทยา ปี 4 กล่าวว่า "ก็ดีมากๆครับ...สำหรับทุนของมูลนิธิไฟเซอร์ อย่างแรกแบ่งเบาภาระจากครอบครัว แล้วก็จะมีบางอย่าง เช่น เทคบุ๊ค หรือหัวข้อประชุมบางอย่าง ที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างแพง ตรงนี้ก็ได้รับการสนับสนุนครับ การรับทุนของมูลนิธิฯ ไม่ใช่แค่ช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย ยังรับแนวความคิดของทุนด้วย คืออย่างเมื่อเราได้รับโอกาสมา เราควรตอบแทนต่อสังคมด้วย เวลาทำอะไรก็ให้ระลึกเสมอว่า ต้องแบ่งปันออกไป หรือในรูปแบบการทำกิจกรรม นอกเหนือจากที่ต้องรายงานกับมูลนิธิฯ หรือแม้แต่สิ่งที่กระทำอยู่ก็เหมือนกันว่า ทำไมทางมูลนิธิฯถึงให้ทุนกับเรา หรือเล็งเห็นอะไรในตัวเรา เราถูกตั้งความหวังไว้ว่า ต้องทำประโยชน์ให้กับสังคม ดังนั้น งานวิจัยที่ทำอยู่...จึงต้องตั้งใจให้มากยิ่งขึ้น ทำให้ดีที่สุด ทำเต็มความสามารถ"

นอกจากการมอบทุนการศึกษา มูลนิธิไฟเซอร์ ประเทศไทย ยังสนับสนุนเงินทุน 390,000 บาท เพื่อปรับปรุง "โครงการบ้านพักชั่วคราวของผู้ป่วยเรื้อรังและครอบครัว" ณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมเชิญ ชลิต นาคพะวัน ร่วมตกแต่ง ทาสีบ้านพักกับเหล่านักศึกษาแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยประธานโครงการฯ รศ.นพ.สุรพล เวียงนนท์ กล่าวถึงปัญหาการขาดแคลนว่า

ขณะนี้ปัญหาการครองเตียงในหอผู้ป่วยเด็ก ของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มีอัตราที่สูงมาก ทำให้ในแต่ละวัน มีผู้ป่วยราวร้อยละ 5 ที่ทางโรงพยาบาลไม่สามารถรับเป็นผู้ป่วยในได้ เนื่องจากโรงพยาบาลเป็นศูนย์รับการส่งต่อผู้ป่วยโรคซับซ้อน โดยเฉพาะมะเร็งในเด็ก ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีโรงพยาบาลศูนย์ไม่กี่แห่งที่รับรักษา ดังนั้น จึงมีผู้ป่วยเด็กส่งต่อมาจากหลายๆจังหวัดที่ห่างไกล ได้แก่ จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดหนองคาย รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง ส่วนใหญ่ประสบปัญหาในการเดินทาง ไม่สามารถเดินทางไปกลับในวันเดียว การที่สามารถหาที่พักที่ปลอดภัยและเหมาะสม จึงเป็นการลดความยากลำบากได้มาก ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ต่อเนื่อง หรือได้รับยาอย่างสม่ำเสมอ

หากสนใจร่วมบริจาคเงินสนับสนุน โครงการบ้านพักชั่วคราวของผู้ป่วยเรื้อรังและครอบครัว โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เชิญที่บัญชีกองทุนโรคมะเร็งในเด็ก โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขามหาวิทยาลัยขอนแก่น เลขที่บัญชี 551-2-19943 ได้เลยครับ