รักและผูกพัน...ธรรมศาสตร์-ท่าพระจันทร์

ด้วยรักและผูกพัน

เชื่อไหมคะ? ดิฉันใช้ชีวิตในวันหยุดวนไปเวียนมาในเกาะรัตนโกสินทร์ระหว่างวังบูรพากับบางลำพูนานนับหลายปี โดยไม่เคยคิดจะแวะเวียนไปเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาบ้างเลย "ท่าพระจันทร์" จึงเป็นสถานที่ที่ดิฉันเริ่มไปเมื่อเข้าไปเป็น "ลูกแม่โดม" เต็มตัว

เชื่อได้ว่านักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทุกคนในยุคก่อนเปิดศูนย์รังสิต ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าไม่ผูกพันกับท่าพระจันทร์ ย้อนคิดคำนึงถึงวันแรกที่เข้าเรียน นักศึกษาทุกคนต้องเริ่มเรียนวิชาพื้นฐานด้วยกันที่คณะศิลปศาสตร์ในปีแรก ดิฉันจึงมีเพื่อนทั้งคณะวารสารศาสตร์ด้วยกันและจากต่างคณะคือนิติศาสตร์และสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ "ลานโพธิ์" เป็นสถานที่ที่นักศึกษาศิลปศาสตร์และคณะอื่นๆมานั่งสังสรรค์และติวหนังสือกัน ในขณะที่หัวมุมคณะเศรษฐศาสตร์ที่เรียกว่า "สามแยกปากหมา" เป็นแหล่งของนักศึกษาหนุ่มปากกล้าชอบมานั่งแซวสาวๆกันอย่างสนุกปาก

ในฐานะ "ลูกแม่โดม" เมื่อรำลึกถึงความหลัง จึงอดไม่ได้ที่จะต้องย้อนดูประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สักหน่อย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถือกำเนิดจากการจัดตั้งโรงเรียนกฎหมาย เมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2440 โดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงยุติธรรม เพื่ออบรมด้านนิติศาสตร์โดยเฉพาะ โดยมีที่ตั้งที่ห้องเสวยของเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม ซึ่งอยู่ถัดจากห้องทรงงาน ครั้นมีนักเรียนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงย้ายไปยังตึกสัสดีหลังกลาง กระทรวงยุติธรรม ในพ.ศ.2453 พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ฯ ทรงพ้นจากตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม โรงเรียนกฎหมายก็ทรุดโทรมตามลำดับ จึงต้องเปิดสอนชั่วคราวที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร ต่อมาในพ.ศ.2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับโรงเรียนกฎหมายไว้ในพระราชูปถัมภ์ ให้สังกัดกระทรวงยุติธรรม และย้ายมายังตึกกรมประชาสัมพันธ์เดิม บริเวณเชิงสะพานผ่านพิภพลีลา พ.ศ.2476 รัฐบาลได้จัดตั้งคณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ขึ้นในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นแห่งแรกในประเทศไทย แล้วให้โอนโรงเรียนกฎหมาย กระทรวงยุติธรรมไปสมทบกับคณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ดังกล่าวซึ่งเป็นแต่ทางนิตินัย ทว่าโดยพฤตินัยแล้วยังคงจัดการเรียนการสอนที่เดิม แต่การโอนสังกัดนี้ทำให้กลุ่มอดีตนักเรียนกฎหมายของกระทรวงยุติธรรมต้องการให้ยกฐานะของโรงเรียนตนเป็นมหาวิทยาลัยเช่นกัน จึงมีการเคลื่อนไหวหนุนให้มีการตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองขึ้น โดยได้โอนทรัพย์สินตลอดจนคณาจารย์ของโรงเรียนกฎหมายเดิมเข้ามาสังกัดในมหาวิทยาลัยใหม่นี้ด้วย ในวันที่ 17 มีนาคม ได้มีการตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ปีเดียวกัน

ในช่วงสองปีแรก การเรียนการสอนยังคงดำเนินอยู่ที่โรงเรียนกฎหมายเดิม ต่อมาในปี 2478 มหาวิทยาลัยขอซื้อที่ดินบริเวณท่าพระจันทร์ ซึ่งเดิมเป็นที่ของทหาร และปรับปรุงอาคารเดิมพร้อมทั้งสร้างตึกโดม ในพ.ศ.2481 มหาวิทยาลัยตั้งโรงเรียนเตรียมปริญญามีหลักสูตร 2 ปี เพื่อรับผู้ประสงค์จะเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองโดยตรง แต่ถูกยกเลิกไปในปี 2490 และในปีนี้เองได้เปลี่ยนชื่อเป็น "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" หลักสูตรการศึกษาธรรมศาสตรบัณฑิต เป็นนิติศาสตร์ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี รัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ ความเป็นตลาดวิชาได้หมดไปตามพระราชบัญญัติในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2495 ในปี 2518 ได้ขยายการศึกษาไปยังศูนย์รังสิต ซึ่งหลักสูตรปริญญาตรีภาคปกติทั้งหมดได้ดำเนินการเรียนการสอน ณ ศูนย์รังสิต ส่วนหลักสูตรมหาบัณฑิต โครงการนานาชาติและโครงการพิเศษดำเนินการเรียนการสอน ณ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งทำให้บรรยากาศในวันนี้แตกต่างกับในอดีตโดยสิ้นเชิง

ในวัยใสๆและวัยสวยๆของนักศึกษาปี 1 ตอนที่ดิฉันเรียนอยู่นั้น ทุกคนผูกพันกับสายน้ำเจ้าพระยาอย่างลึกซึ้ง รวมถึงท่าพระจันทร์ที่เปรียบเสมือนเพื่อนบ้านที่สนิทชิดเชื้อกับพวกเราทุกคน ตั้งแต่ร้านอาหารไทย จีน อิสลาม ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ขนมหวาน ที่เป็นร้านประจำของพวกเราก็มีร้านอาหารตามสั่งริมทางเดินลงท่าเรือ ที่ว่าตามสั่งเพราะสั่งแล้วไม่ได้ก็มี ได้ที่ไม่ได้สั่งก็มี ครั้งหนึ่งเพื่อนผู้ชายในกลุ่มสั่งอาหารไปนานมากแล้ว ไม่มาสักที พอเขาเร่ถามว่าใครสั่งข้าวผัดกะเพรา เพื่อนคนนั้นก็สวมรอยเลย ทั้งที่ความจริงสั่งผัดซีอิ๊ว ก็คงเป็นแบบเดียวกันนี้หลายคน เขาถึงไม่ได้ตามสั่งสักที ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อมิตรโภชนาการก็เป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มเรา โรตีมะตะบะ แต่ที่ดิฉันชอบมากกว่าคือร้านเจ๊ศรี ขายก๋วยเตี๋ยวเป็ด แต่มีขนมแสนอร่อย ที่ดิฉันอยากใช้คำว่าฟิวชั่นตอนนี้ เพราะเจ๊ศรีน่าจะเป็นคนแรกที่สร้างสรรค์เมนูกล้วยไข่เชื่อมราดกะทิใส่น้ำแข็งไส สมัยนั้นผู้คนไม่มีความกล้าในการรังสรรค์อะไรใหม่ๆ เห็นอะไรผสมกับอะไรที่ดูไม่เข้ากันหรือไม่เคยรับประทานก็กลัวท้องเสียไว้ก่อน แต่เจ๊ศรีใจกล้า คนนี้ทำให้พวกเราติดใจไปตามๆกัน และยังคงถวิลหามาถึงวันนี้ ยามเย็นก่อนกลับบ้านดิฉันต้องออกมาซื้อก๋วยเตี๋ยวยาจกไปฝากน้องๆ ที่เรียกว่ายาจก เพราะเป็นเส้นเล็กผัดกับถั่วงอก ปรุงรสด้วยซีอิ๊ว แต่สำหรับเราในวัยเจริญพันธุ์ถือว่าอร่อยเสียเหลือเกิน สำหรับน้องชายแล้วกระทงเดียวไม่เคยพอ บางวันดิฉันก็เปลี่ยนเมนูเป็นกุยช่ายทอดที่ส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่วทั้งรถเมล์เลยก็มี

ท่าพระจันทร์เป็นย่านการค้าที่คึกคักตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน เพราะเป็นท่าเรือโดยสารข้ามฟากระหว่างท่าศิริราชและท่าพรานนก เป็นชุมชนที่มีสีสันด้วยร้านอาหารที่เปิดขายตั้งแต่เช้าจนจรดดึกเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยน เช่าพระเครื่องแหล่งใหญ่ เป็นศูนย์รวมร้านค้าตัดชุดข้าราชการ ชุดครุยและปริญญาต่างๆตลอดไปจนถึงร้านดูดวง พยากรณ์ชีวิต เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของชุมชนท่าพระจันทร์ยังอยู่ในรูปแบบของไทยปนยุโรป ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเขตพระนครด้วย

เมื่อแรกสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ พื้นที่ท่าพระจันทร์อยู่ในอาณาบริเวณของพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เมื่อไม่มีตำแหน่งวังหน้าพระราชวังแห่งนี้ก็ถูกยุบ บริเวณท่าเรือแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของป้อมพระจันทร์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นตามแนวกำแพงพระนครด้านตะวันตก ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้ใช้บริเวณพระราชวังบวรสถานมงคลเป็นท้องสนามหลวง ถนนหน้าพระธาตุ ป้อมต่างๆรอบกำแพงพระราชวังจึงถูกรื้อลงหมด รวมถึงป้อมพระจันทร์ด้วย ถนนที่ตัดตรงสู่บริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งของป้อมพระจันทร์จึงมีชื่อว่า "ถนนพระจันทร์" และท่าน้ำในบริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งของป้อมพระจันทร์จึงเรียกว่า "ท่าพระจันทร์"

...ท่าพระจันทร์แห่งนี้แหละ...ที่มีความหมายแห่งรักและผูกพันต่อลูกแม่โดมทุกคน ทุกยุคทุกสมัย ราวกับเป็นส่วนหนึ่งในรั้วโดมเลยทีเดียว!