แค้นเสน่หา

ตลาดนัดละคร

แค้นเสน่หา  บทประพันธ์ : วราภา  กำกับการแสดง : สำรวย รักชาติ

หม่อมบุหลัน (จินตหรา สุขพัฒน์) ของหม่อมเจ้ารังสิโยภาสแห่งวังรังสิยา (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ยืนมองเรือประทับของท่านชาย แล่นออกจากท่าจนลับหายไปในที่สุด ในโสตประสาทยังแว่วเสียงสั่งเสียว่า ถ้าบุหลันคลอดลูกก่อนท่านเสด็จกลับ ให้ตั้งชื่อลูกชายว่า หม่อมราชวงศ์ศักดินา ถ้าเป็นลูกหญิงให้ชื่อว่า หม่อมราชวงศ์หญิงวิมลโพยม พร้อมทั้งถอดสร้อยพระศอและเหรียญ ประทานเอาไว้ให้

โดยท่านชายย้ำว่า ได้ฝากฝังบุหลันไว้กับ หม่อมเจ้าหญิงแขไขเจิดจรัส (ลลิตา ศศิประภา) พระชายาเรียบร้อยแล้ว นั่นแหละคือสิ่งที่บุหลันหวาดกลัว โดยเฉพาะ นางเฟือง (ธัญญา โสภณ) พระพี่เลี้ยงผู้จงรักภักดีของท่านหญิง ด้วยนางเฟืองแค้นแทนท่านหญิง ที่ท่านชายยกเด็กกำพร้า หลานสาวหัวหน้าห้องเครื่องวังรังสิยามาเป็นหม่อม บุหลันสังหรณ์ใจตลอดเวลาว่า นางเฟืองผู้นี่แหละคือศัตรูตัวสำคัญ

คืนวันหนึ่ง เสียงฝ่ามือนางเฟืองฟาดลงบนแก้มของบุหลัน พร้อมคำอาฆาตว่า ใครทรยศต่อท่านหญิง มันผู้นั้นต้องตาย บุหลันนัยน์ตาเหลือกลาน ขณะถูกลากตัวมายังเรือนแพริมน้ำ คำสั่งนางเฟืองให้ฆ่าแล้วพาไปทิ้งน้ำ บุหลันรู้สึกวาบหวิว ขณะที่ปวดท้องอย่างรุนแรง เสียงฟ้าคำรามเปรี้ยง ฝนตกกระหน่ำ กลบเสียงหวีดร้องของบุหลันยามใกล้คลอด เสียงหวีดสุดท้ายดังขึ้น พร้อมเสียงอุแว้ของทารกเกิดใหม่ ดังกังวานไปทั่วคุ้งน้ำ

นางเฟืองอุ้มทารกเพศชายคนหนึ่ง มาถวายท่านหญิง พร้อมทูลว่า บุหลันคลอดลูกชาย และยกถวายให้เป็นลูกท่านหญิง ท่านหญิงแปลกพระทัย แต่ก็หลงรักตั้งแต่แรกเห็น หารู้ไม่ว่าขณะนั้นแม่ของเด็กชาย นอนสลบอยู่ในเรือ ที่ไอ้ยอดบ่าวในเรือนพายมุ่งหน้าไปยังรอยตะเข็บแม่น้ำต่อกับทะเล ถึงที่หมายขณะกำลังจะผลักร่างของบุหลันลงน้ำ มันก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อมันได้ยินเสียงร้องทารกอีกคนหนึ่ง

ไกลออกไปตามแม่น้ำสายเดียวกัน ที่บ้านปัณณธร คุณหญิงเพ็ง ปัณณธร (พิศมัย วิไลศักดิ์) พจน์ (รอน บรรจงสร้าง) และฉัตต์ ลูกชายวัยห้าขวบของพจน์ กำลังเศร้าโศกอย่างยิ่ง เพราะ ราตรี (นฤมล พงษ์สุภาพ) ภรรยาที่รักยิ่งของพจน์ เพิ่งจะเสียชีวิตในวันนั้น วันเดียวกับละเมียดวิ่งมาบอกว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งนอนสลบที่ท่าน้ำ พร้อมชายหนุ่มเป็นใบ้ และทารกเพศหญิง คุณหญิงเวทนารับ 3 ชีวิตให้อาศัยในบ้านปัณณธร

ทุกคนเรียกผู้หญิงที่มากับสายน้ำว่า จันทร์ ตั้งชื่อลูกสาวว่า รุ้ง จันทร์เป็นที่รักของคนทั้งบ้าน และคุณหญิงเพ็ง เพราะขยันขันแข็งช่วยงานทุกอย่างในบ้าน โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ฝีมือ เช่น ทำอาหาร ร้อยดอกไม้ แกะสลักผลไม้ และเย็บเสื้อผ้า คุณหญิงพอใจในตัวจันทร์อย่างมาก ถึงขนาดอยากให้เป็นลูกสะใภ้ พจน์เองแม้จะอาลัยอาวรณ์ภรรยาที่ล่วงลับไป ก็ยังใจอ่อนต่อความดี และความอ่อนหวานของจันทร์

จันทร์ยังเป็นแม่นมของจริมา ลูกสาววัยแค่เดือนเศษของพจน์ด้วย จันทร์รักและทะนุถนอมจริมา เช่นเดียวกับรุ้ง ลูกสาวของตนเอง คนเดียวที่ไม่พอใจอย่างยิ่ง คือ ฉัตต์ ลูกชายคนโตของพจน์ ฉัตต์ปักใจว่า เพราะคนพวกนั้น แม่ของตนถึงตาย ฉัตต์ลั่นวาจาว่าเกลียดที่สุด และความชังไม่เคยจางหาย จวบจนกระทั่งโตเป็นหนุ่ม

ท่านชายรังสิโยภาสกลับมาถึงวัง พบแต่ลูกชายของบุหลัน ส่วนบุหลันนางเฟืองทูลว่า หนีไปกับชู้คือไอ้ยอด ท่านชายไม่เชื่อว่า บุหลันจะเลวขนาดนั้น แต่ก็อดระแวงไม่ได้ มีผลทำให้ทรงไม่เอาใจใส่คุณชายศักดินา รวมทั้งท่าทีเฉยชาไม่สนใจท่านหญิง จนถึงวันที่ท่านชายลั่นวาจาว่า ถ้ารู้ว่าใครเป็นตัวการเรื่องบุหลัน จะทรงฆ่าด้วยองค์เอง โดยเฉพาะนางเฟืองที่ทรงรังเกียจ ท่านชายรับสั่งจบ ทรงปิดประตูใส่พักตร์ท่านหญิง นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา สายใยความเป็นสามีภรรยาที่เกาะเกี่ยวเพียงบางเบา ก็ขาดสะบั้นลงไป

ท่านชายสงสัยนางเฟืองตลอดเวลาว่าต้องมีส่วนในเรื่องราวของบุหลัน ทรงไม่ต้องรอนาน เรื่องราวนางเฟืองก็จบลง ไอ้แคล้วหลานชายนางเฟือง ผู้สมรู้ร่วมคิดฆ่าบุหลัน กลับมาขู่เข็นเอาเงิน นางเฟืองจึงฆ่าไอ้แคล้ว แต่มันยังมีชีวิตอยู่จนสารภาพทุกอย่างกับท่านชายก่อนสิ้นใจ ท่านชายเรียกนางเฟืองมาต่อหน้าพระพักตร์ ต่อหน้าท่านหญิงด้วย เล่าถึงความโหดร้ายของนางเฟืองที่ทำต่อบุหลัน รับสั่งให้ขังนางเฟืองเพื่อจะส่งตำรวจในวันรุ่งขึ้น แต่คนใจเด็ดอย่างนางเฟืองจึงเชือดคอตายต่อหน้าพระพักตร์ท่านชาย

ท่านหญิงทรงเปิดจดหมายที่นางเฟืองทิ้งไว้ให้ จดหมายนั้นบอกว่า แม้ตายไป วิญญาณก็จะคอยปกป้องท่านหญิง นางเฟืองทำตามคำในจดหมายทุกอย่าง วิญญาณนางเฟืองอยู่กับท่านหญิงตลอดเวลา คอยปกป้องคุ้มครองภัยอันตรายตลอด แต่วิญญาณจงรักภักดีของนางเฟือง ไม่ช่วยปัดเป่าความเศร้าหมองของท่านหญิง อันเกิดจากท่าทีหมางเมินของท่านชาย ท่านหญิงกลายเป็นคนซึมเศร้า วิญญาณนางเฟืองทนไม่ได้

เวลาโพล้เพล้วันหนึ่ง ท่านชายทรงประทับอยู่หัวบันได เนตรมองจ้องร่างท่านหญิงที่ถูกซ้อนทับด้วยร่างนางเฟือง รอยยิ้มหยามหยันเหมือนนางเฟืองที่จมกองเลือดตายในวันนั้น ท่านชายโบกพระหัตถ์ไล่อย่างหวาดกลัว ส่งเสียงร้องโหยหวนก้องวัง ขณะที่ทรงเสียหลักกลิ้งหล่นตามขั้นบันได ท่านชายเป็นอัมพาต ต้องทรงนอนนิ่ง

จันทร์กับรุ้งอยู่เย็นเป็นสุขในความเมตตาเจ้าของบ้านปัณณธร เว้นแต่ฉัตต์ผู้ที่ยังแค้นและเกลียดชัง รุ้งคือผู้รับบาป ฉัตต์เกลียดรุ้ง และแสดงออกทั้งวาจาและกิริยา จริมาน้องสาวของฉัตต์ ผู้ที่รักรุ้งเหมือนพี่น้องแท้ๆ คอยปกป้องรุ้งจากการกลั่นแกล้ง คุณหญิงเพ็งพอใจจันทร์มากขึ้น ถึงกับขอจันทร์เป็นแม่จริงๆให้จริมา พจน์พอใจจันทร์เป็นทุนอยู่แล้ว แต่คำตอบของจันทร์คือ เธอจะซื่อสัตย์ต่อสามีจนวันตาย พจน์ประทับใจมาก แต่คุณหญิงผิดหวังอย่างแรง พจน์ปลอบคุณหญิงว่า ถึงจะไม่ได้ลูกสะใภ้ แต่ก็ได้ลูกสาวและหลานสาวคนใหม่ จึงทำใจยอมพร้อมทั้งจัดงานรับขวัญอย่างยิ่งใหญ่ ให้คนในวงสังคมรับรู้ว่า จันทร์คือน้องสาวของพจน์ และรุ้งคือหลานสาวของคุณหญิง พร้อมทั้งให้ใช้นามสกุลปัณณธร อีกด้วย

วันหนึ่งที่บ้านปัณณธร ปรากฏร่างเด็กชายหน้าตาดี ท่าทางภาคภูมิ นำผลไม้ต่างประเทศมาเยี่ยมคุณหญิง และแจ้งข่าวการสิ้นพระชนม์ของท่านพ่อ ฉัตต์เรียกเพื่อนนักเรียนโรงเรียนเดียวกันว่า ชายเดียว คุณหญิงเรียกจันทร์ให้ไปงานศพท่านชายรังสิโยภาส จันทร์รู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนและทุกอย่างนิ่งสนิท ในงานศพ สายพระเนตรของท่านผู้หญิงแขไขเจิดจรัส รวมทั้งท่านหญิงอัปสราภาน้องสาว ต่างก็จ้องที่จันทร์กันเป็นตาเดียว ความสงสัยเต็มพระทัยแม้จะรับรู้ว่า ผู้หญิงที่หน้าเหมือนบุหลันคนนี้ชื่อ จันทร์ ปัณณธร

วันต่อมา จันทร์ขออนุญาตคุณหญิงจะพารุ้งไปงานศพท่านชายด้วย คุณหญิงไม่อนุญาต เพราะไม่สมควรพาเด็กไปงานศพ จันทร์จำใจต้องเล่าความจริงให้พจน์ฟังว่า ตนคือหม่อมบุหลัน และรุ้งคือหม่อมราชวงค์หญิงวิมลโพยม น้องสาวฝาแฝดของคุณชายศักดินา เพื่อให้พจน์ช่วยให้รุ้งได้ไปกราบศพท่านพ่อ พจน์กระซิบต่อหน้าโกศท่านชายว่า อย่าได้ทรงห่วงใยคุณหญิงวิมลโพยม เพราะเขาจะดูแลให้เท่าเทียมลูกในไส้

พจน์บอกจันทร์ว่านางเฟืองตายแล้ว ถามจันทร์ว่าจะเปิดเผยความจริงหรือไม่ จันทร์ปฏิเสธเพราะไม่ต้องการดึงคุณชายศักดินา ผู้สูงด้วยเกียรติยศให้ต่ำต้อย ส่วนรุ้ง ทางจันทร์จะให้รู้ความจริงเมื่ออายุ 21 ปี จะเลือกและตัดสินใจว่า จะเรียกร้องความเป็น ม.ร.ว.วิมลโพยม คืนมาหรือไม่ สิบกว่าปีที่ผ่านไป เด็กทุกคนเติบโต ฉัตต์ (ยุกต์ ส่งไพศาล) กำลังจะไปเรียนต่างประเทศ รุ้ง (ธัญชนก กู๊ด) และ จริมา (มธิรา ตันติประสุต) เรียนชั้นมัธยมปลาย เช่นเดียวกับ คุณชายเดียว (ฐากูร การทิพย์) ม.ร.ว.ทอแสงรัศมี ลูกสาวของท่านหญิงอัปสราภา เรียนชั้นเดียวกับรุ้งและจริมา ก่อนฉัตต์ไปต่างประเทศ ซื้อแกรนด์เปียโนให้รุ้ง เพราะรู้ว่ารุ้งชอบเล่น สำหรับรุ้ง ทุกครั้งที่เห็นเปียโน ทั้งสุข ทั้งเศร้า และคิดถึงฉัตต์

คุณชายเดียวยังมาที่บ้านปัณณธรเป็นระยะ จันทร์เป็นสุขใจเมื่อพบลูกชายบ้าง คนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับคุณชายเดียวก็คือจริมา ทุกครั้งที่พบกัน ทั้งสองจะเหมือนน้ำกับไฟ ทั้งจิกทั้งกัดไม่มีใครยอมใคร คนที่คุณชายเดียวรู้สึกผูกพันด้วยโดยไม่รู้สาเหตุก็คือรุ้ง ส่วนคุณหญิงทอแสงรัศมี แสดงให้รู้อย่างเปิดเผยว่าตนชอบคุณชายศักดินา เมื่อถูกขัดขวางจากหม่อมแม่ คุณหญิงทอแสงจึงบอกให้รู้ว่า ตนรู้เรื่องชาติกำเนิดของชายเดียวแล้ว จึงไม่แปลกอะไรที่เธอจะชอบ แต่เธอไม่รู้หรือพยายามจะไม่รู้ว่าชายเดียวไม่เคยมีความรู้สึกพิเศษด้วย

พจน์เตรียมการให้จริมาไปเรียนต่างประเทศ ส่วนรุ้งประกาศอย่างเด็ดขาดว่าจะเรียนพยาบาล เพื่อได้ดูแล 3 คนที่รักบูชาสุดหัวใจ คือ คุณย่า ลุงพจน์ และแม่ พจน์เจ็บเป็นโรคร้ายจึงอยู่ได้ไม่เกินปีเดียว แต่สั่งจันทร์ให้ปิดทุกคน จริมามารู้โดยบังเอิญ เธอเสียใจมากที่สุด ถึงกับจะไม่ยอมไปเรียน จันทร์ต้องสัญญาว่าจะให้จริมากลับมาดูใจพ่อ จริมาถึงยอมไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผิดอย่างยิ่งก็คือ ไม่มีใครบอกฉัตต์ ฉัตต์ไม่รู้แม้แต่เรื่องพ่อเจ็บ เพราะพจน์เขียนจดหมายถึงฉัตต์ เตรียมไว้ล่วงหน้าหลายฉบับ และส่งให้ฉัตต์เดือนละฉบับ

ตั๋วเครื่องบินถูกส่งให้จริมา เพื่อมาดูใจบิดาในวันสุดท้าย ฉัตต์คนเดียวเท่านั้นที่ไม่รู้ความจริง ส่วนคุณชายเดียวเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ เหตุผลเพราะท่านหญิงประชวรบ่อยๆ คุณชายจึงไม่กล้าทิ้งท่านไปไกล สถานะทางการเงินในบ้านปัณณธรเริ่มเป็นปัญหาใหญ่ ทั้งฉัตต์และจริมาเรียนต่างประเทศ ต้องใช้เงินจำนวนมาก คุณหญิงอนุญาตตามคำแนะนำของจันทร์และรุ้ง ให้เปิดสวนอาหารริมน้ำ กิจการสวนอาหารเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว เพราะอาหารอร่อย สถานที่สวยงามเจริญตา รุ้งบริหารงานในทุกรายละเอียด เพื่อให้สวนอาหารโตเร็วที่สุด ฉัตต์ได้รับเงินสม่ำเสมอ แม้แต่เงินซื้อรถแทนคันเก่า

คุณหญิงทอแสงรัศมีพยายามพาตัวมาใกล้ชิดคุณชายศักดินา แต่คุณชายไม่เคยมีไมตรีตอบ ใจคุณชายอยู่ที่รุ้ง นี่เองเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณชายมาที่ร้านอาหารบ่อยๆ บางครั้งมาสั่งอาหารไทยโบราณไปถวายท่านแม่ ท่านหญิงพอพระทัยที่ได้เสวยอาหารที่คุ้นเคย บางครั้งความทรงจำเดิมๆ ทำให้หวนคิดถึงฝีมือนางบุหลันที่เคยทำถวาย จนในที่สุดเมื่อทรงทราบว่าเป็นฝีมือของนางจันทร์ จึงรับสั่งให้คุณชายไปพามาเข้าเฝ้า แม้ว่าจะทรงไม่สบายพระทัยเลย ด้วยเกรงว่าสิ่งที่ทรงคิดจะเป็นจริง วันหนึ่งคุณชายพารุ้งมาเฝ้าท่านหญิง รุ้งไม่รู้ตัวเลยว่าสายพระเนตรของท่านหญิงที่มองรุ้งเปลี่ยนแปรเป็นความเกลียดชัง ความอาฆาตแค้น และความมุ่งร้ายหมายชีวิตอย่างรุนแรง มันคือสายตาของใครคนหนึ่งที่แฝงฝังวิญญาณชั่วร้ายอยู่ในวังวนริษยา รอคอยเวลาที่จะเผาผลาญทุกคนที่บังอาจทำร้ายท่านหญิงให้พินาศ

คนแรกที่โดนพิษความแค้นก็คือ ท่านหญิงอัปสราภา น้องสาวของท่านหญิง ที่นางเฟืองรู้ว่ามีใจอิจฉาริษยาเสมอมา วันหนึ่งท่านหญิงผู้เคราะห์ร้ายสินพระชนม์ โดยไม่มีใครรู้สาเหตุ ท่านหญิงทุรนทุรายอยู่ในกองเพลิงแห่งความชิงชัง เพราะนางเฟืองคอยเสี้ยมสอนใส่ไฟทุกวี่วัน ท่านหญิงปราศจากความสุข วิญญาณนางเฟืองยิ่งร้อนเร่า แผ่รังสีอำมหิตไปทั่ววัง มีคนเคราะห์ร้ายตายเพราะพยายามหาหมอผีมาปราบวิญญาณ แต่ไม่มีใครทานทนวิญญาณที่กล้าแกร่งของนางเฟืองได้ ในที่สุดเมื่อท่านหญิงวุ้นใจถึงขนาดล้มเจ็บ นางเฟืองทั้งขู่ ทั้งปลอบ ทั้งยืนยันว่าบุหลันตายไปแล้ว จันทร์ไม่ใช่บุหลัน แต่ท่านหญิงไม่ยอมเชื่อ

ชายเดียวนึกเป็นห่วงรุ้งอยู่ตลอดเวลา แต่เป็นความผูกพันที่อธิบายไม่ได้ คอยช่วยเหลือรุ้งอยู่ห่างๆ ในขณะที่จันทร์เองก็ทุกข์ใจ เพราะเกรงว่าเด็กทั้งสองจะรักกัน โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า ความรู้สึกของรุ้งและชายเดียว เป็นความห่วงใยฉันท์พี่น้อง อีกคนหนึ่งที่ทุกข์ไม่แพ้กันก็คือคุณหญิงทอแสงรัศมี จึงเขียนจดหมายในนามผู้หวังดี บอกฉัตต์ว่าพ่อตายแล้ว ฉัตต์โกรธจัดกลับเมืองไทยทันที อาละวาดเอาเรื่องรุ้งอย่างหนัก รุ้งเงียบสนิทไม่บอกเหตุผลว่า ต้องหาเงินมากๆ เพราะต้องส่งให้ฉัตต์กับจริมา

ฉัตต์ไม่รู้ว่า ในเมื่อเขาคิดถึงรุ้งเกือบตลอดเวลาที่อยู่ต่างประเทศ ด้วยความแค้นเขาอาละวาดกับรุ้ง ไล่รุ้งออกจากบ้าน มากกว่านั้นยังหลุดปากขอแต่งงานกับ พิสินี (เธียยเกศ ไอสุรางฆ์) เพื่อนสาวที่เรียนด้วยกัน จริมากลับจากต่างประเทศ วันที่จริมากลับถึงบ้าน คือวันที่ฉัตต์ไล่รุ้งออกจากบ้าน คุณชายเดียวพารุ้งไปพักที่วังรังสิยา และที่นั่นรุ้งต้องเผชิญกับแรงแค้นของนางเฟืองจนแทบเอาชีวิตไม่รอด นางเฟืองขอยืมมือคุณหญิงทอแสงรัศมี เอายานอนหลับให้รุ้งกิน ดังนั้น เมื่อจันทร์ผู้ซึ่งแทบจะสิ้นใจ ตามไปถึงไม่ปรากฏร่างของรุ้งอยู่ที่ใดเลยในวังรังสิยา ยอดตามจันทร์มาด้วย แล้วทุกคนถึงได้รู้ว่า ยอดไม่ได้เป็นใบ้

คนทั้งหมดมารวมที่วังรังสิยา จันทร์ ยอด จริมา คุณชายเดียว ฉัตต์ ทุกคนพยายามตามหารุ้งแต่ไม่พบ ในห้องบรรทมของท่านหญิง วิญญาณนางเฟืองและท่านหญิง กำลังโต้เถียงกันอย่างดุเดือด ท่านหญิงมีแรงฮึดสุดท้าย วอนขอนางเฟืองว่าอย่าทำบาปต่อไป ขอให้นางเฟืองไปเกิด นางเฟืองคำรามอย่างโกรธแค้นว่า ไฟแค้นกำลังจะหมดสิ้น ด้วยความตายของรุ้ง และนังบุหลันก็ต้องอกแตกตายตามลูกสาวของมัน ท่านหญิงอ้อนวอนอย่างสิ้นหวังว่า ไฟแค้นนั้นกำลังเผาผลาญตัวท่านหญิงต่างหาก ขอให้นางเฟืองดับไฟนั้นเถิด มีคนตายไปหลายคนแล้ว คำอ้อนวอนเหมือนสายลมพัดผ่าน เพียงแค่พริบตาเดียว ผู้ซึ่งเฉลียวใจว่านางเฟืองคงพารุ้งไปเรือนข้าหลวงที่นางเฟืองเคยอยู่ ยอดตามไปและนั่นคือจุดจบของยอด

ท่านหญิงไม่ใช่สื่อที่จะยอมนางเฟืองอีกต่อไป นางเฟืองจึงเข้าสิงคุณหญิงทอแสงรัศมี ทุกคนมองร่างของคุณหญิงทอแสงรัศมีที่เดินลงมาจากชั้นบน รู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่ตัวตนคุณหญิงทอแสงรัศมี นางเฟืองในร่างคุณหญิงทอแสงรัศมีกล่าวคำอาฆาตกับจันทร์ และบอกให้เตรียมตัวตาย จันทร์พนมมืออ้อนวอนนางเฟือง เสียงหัวเราะของคุณหญิงทอแสงรัศมี ดังก้องกังวานไปทั่ววัง พร้อมกับแสยะปากบอกว่าเตรียมตัวพบศพของรุ้งได้ ฉัตต์ ชายเดียวพุ่งพรวดไปค้นหารุ้ง คุณหญิงทอแสงรัศมีหัวเราะเยาะหยันตามหลังว่าไม่มีวันพบก่อนที่รุ้งจะตาย จะพบต่อเมื่อรุ้งตายแล้วเท่านั้น

รุ้งนอนสลบอยู่ในห้องเก่าของนางเฟือง ในความรู้สึกครึ่งหลับครึ่งตื่น รุ้งรู้สึกว่ามีมือของใครคนหนึ่ง ที่หลั่งความปรานีผ่านมาที่มือ มือนั้นลูบหัวของเธอ เสียงอ่อนโยนแทรกเข้ามาอย่างแผ่วเบาให้เธอแผ่เมตตา ชายเดียวพบสายสร้อยของรุ้งตกอยู่หน้าเรือนนางเฟือง สองหนุ่มกระโจนไปในห้องนางเฟือง แต่ว่างเปล่า รุ้งไม่ได้อยู่ในนั้น

บนตำหนักคุณหญิงทอแสงรัศมีขู่เข็ญอาฆาตจันทร์ จันทร์กราบอ้อนวอน แต่นั่นทำให้นางเฟืองในร่างของคุณหญิงทอแสงรัศมีเย้ยหยันยิ่งขึ้น ท่านหญิงลั่นวาจาให้นางเฟืองหยุด ท่านหญิงจะบวชอุทิศแผ่กุศลให้นางเฟืองทั้งหมด ขอให้ทุกคนอโหสิให้นางเฟืองด้วย กรรมใดที่นางเฟืองเคยก่อไว้กับใคร ท่านหญิงขอรับไว้เป็นกรรมของท่านหญิงเอง เพื่อทดแทนความรักของนางเฟือง คุณหญิงทอแสงรัศมีนิ่งงันไปนาน ภาพรางเลือนของนางเฟือง ที่ซ้อนอยู่ในร่างคุณหญิงทอแสงรัศมี ค่อยๆจางลงจนมองไม่เห็น แล้วคุณหญิงทอแสงรัศมีก็อ่อนตัวจนซวนเซล้มลง

เรื่องราวจะคลี่คลายอย่างไร ติดตามชมในละคร แค้นเสน่หา ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ได้เลยครับ