ตะลุยตลาดโรงเกลือ

ชมตลาด
ช่างภาพ: 

แม้อากาศบ้านเราจะร้อนอบอ้าวจนเกือบจะเข้าวลี "ร้อนตับแตก" แต่เราสองคนก็ยังทนสู้ร้อน ไปเที่ยว "ตลาดโรงเกลือ" มาค่ะ ตั้งใจว่าจะไปหาซื้อรองเท้า กระเป๋างามๆมาใช้อย่างละชิ้นสองชิ้น เพราะคิดว่าน่าจะได้ของดีราคาถูก ด้วยความที่ต้องออกไปปะทะกับไอร้อนผะผ่าว ทำให้เราต้องเตรียมตัวให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ ทริปนี้ต้องขอเมินเสื้อยืดแขนสั้น กางเกงขาสั้น ก็ไม่อยากถูกแดดเผาจนผิวเกรียมนี่คะ แล้วหันมาใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว แว่นกันแดด หมวก และรองเท้าใส่สบายครบสูตรเดินทน โดยไม่ลืมโปะครีมกันแดด เพราะแสงแดดในอุณหภูมิเกือบ40องศาเซลเซียส คือตัวทำร้ายผิว ต้นเหตุของผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ กระ ฝ้า เชียวค่ะ สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ก็ควรมีหน้ากากกันฝุ่นละอองติดไปด้วย เพราะทั้งฝุ่นและละอองจากเสื้อผ้ามือสองที่เทออกจากกระสอบมากองๆรวมกัน อาจทำให้คุณจามไม่หยุดค่ะ

เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว เราก็ไปลุย "ตลาดโรงเกลือ" กันเลยค่ะ ตลาดนี้เรียกชื่อเต็มยศว่า "ตลาดชายแดนบ้านคลองลึก" เป็นตลาดการค้าชายแดนภาคตะวันออกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ใน ตำบลป่าไร่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ใกล้กับด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ-ปอยเปต จังหวัดบันเตียนเมียนเจย ประเทศกัมพูชา เหตุที่เรียกตลาดบริเวณนี้ว่า "โรงเกลือ" เพราะในอดีตเคยเป็นสถานที่ใช้เก็บเกลือ เพื่อนำไปขายให้กับชาวกัมพูชานำไปใช้ทำปลาเค็มค่ะ

ตลาดโรงเกลือมี 5 ตลาด คือ ตลาดโรงเกลือเก่า ตลาดเดชไทย ตลาดเทศบาล 2 (ตลาดโรงเกลือใหม่) ตลาดเทศบาล 3 (ตลาดโกลเดนเกต) และตลาดเบญจวรรณ มีร้านค้าประมาณ 3,000 ร้าน ทุกวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น จะมีนักท่องเที่ยวนับพันนับหมื่นเข้ามาจับจ่ายซื้อหาสินค้าแบรนด์เนมราคาถูก คุณภาพดี เพราะที่นี่คือศูนย์กลางสินค้าแบรนด์เนมมือหนึ่งและมือสองจากทั่วโลก อาทิ เกาหลี ฮ่องกง ญี่ปุ่น ปากีสถาน ฝรั่งเศส อเมริกา อังกฤษ เยอรมนี ตลาดโรงเกลือมีเงินหมุนเวียนวันละไม่ต่ำกว่าสิบล้านบาท และสูงขึ้น 10 เท่าในช่วงวันหยุด มีทั้งสินค้าใหม่และเก่า เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เพชร พลอย เครื่องเงิน ปลาแห้ง ปลาย่าง ถ้วยชาม จากเขมร เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเคลือบ ถ้วยชาม ผ้าม่าน ผลไม้จากประเทศจีน เวียดนาม แมลงสารพัดชนิด เช่น แมงป่อง ตั๊กแตน หนอนไม้ไผ่ ซึ่งแมลงที่นำมาขายถูกแรงงานชาวเขมรทำความสะอาดเบื้องต้นด้วยการเด็ดปีก เด็ดหาง ล้างน้ำ แล้วเก็บไว้ในห้องเย็นและใส่กระสอบ เตรียมขายต่อไป

ด้วยความกว้างขวางของพื้นที่ และอากาศร้อนระอุ หลังจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาโดยรถส่วนตัว นำรถไปฝาก ณ ลานจอดรถ (ต้องบอกว่าหาที่ว่างให้จอดได้ยากมาก บางครั้งต้องนำไปฝากไว้ในลานจอดรถของชาวบ้านซึ่งคิดอัตราค่าฝากคันละ100บาทตลอดวัน) แล้ว นักท่องเที่ยวก็ต้องเริ่มปฏิบัติการเช่า "รถกอล์ฟ" ราคาชั่วโมงละประมาณร้อยกว่าบาท แลกกับการเดินทางที่เท่ สะดวกและไม่ต้องเดินกลางแดด บางคนก็เช่ารถมอเตอร์ไซค์ราคา 60 บาท บางคนก็เช่าจักรยาน ราคา20 บาทต่อคันต่อวัน ซึ่งร้านที่ให้บริการเช่ารถจะตั้งอยู่ตามลานจอดรถค่ะ

จากนั้นก็ตระเวนดูข้าวของกันตามที่ตั้งใจไว้แต่แรกว่าใครอยากได้อะไรกลับไปใช้ สินค้า มีตั้งแต่เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ อาหารแห้ง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนอน แผงนาฬิกา แม่ค้าพ่อค้าที่นี่ใจดีค่ะ บางร้านเราเลือกกระเป๋าแบบรื้อๆๆๆ แต่ไม่ซื้อสักใบ ก็ไม่มีเสียงบ่นว่าให้ระคายหูเลยค่ะ กระเป๋าสตางค์สวยๆมีตั้งแต่ใบเล็กใบน้อย ไปถึงกระเป๋าเดินทางใบเบ้อเริ่ม ถุงเท้า ชุดนอน ผ้าห่ม แว่นกันแดด แต่ดูดีๆนะคะ อาจจะเป็นแว่นตาที่มาจากย่านคลองถมใน กทม.ก็เป็นได้ค่ะ รองเท้ามือสองก็มีหลายแบบหลายสไตล์ สนนราคาตามสภาพค่ะ

จุดเริ่มต้นการกำเนิดของสินค้ามือสองในตลาดโรงเกลือ คือ สมัยที่ประเทศกัมพูชาเพิ่งเสร็จสิ้นภาวะสงคราม ชาวเขมรยังยากจน นานาประเทศ ได้บริจาคเสื้อผ้าดี ๆ มียี่ห้อผ่านองค์การสหประชาชาติ ให้ชาวเขมร ซึ่งชาวเขมรนำเสื้อผ้าที่ได้รับบริจาคข้ามมาขายฝั่งไทยในราคาถูก แต่ปัจจุบันสินค้ามือสองที่เป็นของบริจาคไม่มีแล้ว ส่วนมากสินค้าที่วางขายทุกวันนี้เป็นของเหลือใช้ ที่มีการรับซื้อจากประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง ตลาดโรงเกลือจึงเป็นตลาดรับซื้อสินค้ามือสองจากต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในขณะนี้ ส่วนสินค้าประเภทรองเท้า กระเป๋า เสื้อกันหนาว จะถูกคัดแยกใส่ตู้คอนเทนเนอร์มาขึ้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ส่วนกางเกงยีนส์ และกางเกงอื่นๆ จะถูกบรรทุกผ่านมาทางท่าเรือกำปงโสม ประเทศกัมพูชา กางเกงยีนส์บางตัวมียี่ห้อ ราคาแพง เมื่อถูกซ่อมแซมแล้วจะถูกส่งไปขายที่ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อสินค้าเดินทางมาถึงตลาดโรงเกลือ พ่อค้าคนกลางจะนำคนงานไปคัดแยกตามสภาพความใหม่เก่า เพื่อกำหนดราคาขาย ต่อจากนั้นทำความสะอาด ชิ้นไหนชำรุดก็ซ่อมแซมด้วยฝีมือการซ่อมที่เนียนจนดูแทบไม่ออกเลยว่าเป็นของมือสอง ควรพิจารณาสินค้าให้ถ้วนถี่ เนื่องจากสินค้าที่ขายในตลาดโรงเกลือ โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์เนมมีทั้งของแท้และของเทียม กางเกงยีนส์ลีวายส์ริมแดง จากเดิมราคา 1,500-2,000 บาท สามารถซื้อได้ในราคา 700 - 950 บาท ถ้าตาไม่ดีจะได้ของเทียมในราคาเท่าของแท้ค่ะ

เจ้าของร้านค้าในตลาดโรงเกลือ เป็นพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยประมาณร้อยละ 10 ส่วนใหญ่เป็นชาวเขมรเชื้อสายจีนและเวียดนาม ที่อพยพมาจากพนมเปญ เสียมราฐ พระตะบอง ด่านฯ เปิดตั้งแต่ 07.00 - 20.00 น. ช่วง 07.00 - 08.00 น. เป็นช่วงที่คนกัมพูชาจะข้ามแดนมาไม่ต่ำกว่าสองพันคน โดยแบ่งออกเป็น สามกลุ่ม คือ กลุ่มลูกจ้างที่ไม่มีสัมภาระติดตัว มายืนรอกันตั้งแต่เช้ามืด เพื่อรีบไปเปิดร้านค้าของนายจ้างในตลาด กลุ่มพ่อค้า แม่ค้า ที่นำสินค้าเข้ามาขายด้วยการขนหิ้ว หาบ หรือเทินหัว และกลุ่มกุลีที่เข้ามารับจ้างเข็นของและขนสัมภาระของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปนครวัด-นครธม

ในอดีตบริเวณชายแดนบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว นักท่องเที่ยวชาวไทยรู้จักตลาดปอยเปตในฝั่งกัมพูชาในฐานะที่เป็นแหล่งซื้อขายสินค้าราคาถูก ต่อมาเมื่อเกิดสถานการณ์สู้รบในกัมพูชา ทำให้ตลาดปอยเปตซบเซา ภายหลังเสร็จสิ้นภาวะสงคราม รัฐบาลไทยกำหนดให้ชายแดนบริเวณเชื่อมต่อกับตลาดปอยเปตเป็นจุดผ่อนปรน จึงเกิดการค้าขายเล็กๆน้อยๆ บริเวณโรงเกลือหรือโกดังเก็บเกลือในฝั่งไทย ก่อนที่จะกลายมาเป็นตลาดในปัจจุบัน ส่วนตลาดปอยเปตที่เคยเป็นแหล่งสินค้าราคาถูก มีอาคารผุดขึ้นหลายหลังซึ่งเป็นบ่อนการพนัน นักพนันหลายคนสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะบ่อนการพนันเหล่านี้ เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้วเป็นหน่วยงานจัดการ "ตลาดโรงเกลือ" และพัฒนาตลาดเรื่อยมาจนเป็นสิ่งปลูกสร้างถาวร ตลาดโรงเกลือ เปิดตั้งเวลา07.00 - 20.00 น. ทุกวันค่ะ

การเดินทางจากกรุงเทพฯไปจังหวัดสระแก้ว สามารถใช้เส้นทางสายพหลโยธินมาถึงรังสิต แล้วให้ชิดซ้ายโดยใช้สะพานวงแหวนข้ามมาลงที่เส้นทางหมายเลข305 ผ่านอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก จากนั้นเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข33 ผ่านอำเภอกบินทร์บุรี ไปจนถึงจังหวัดสระแก้ว ระยะทางประมาณ 214 กิโลเมตร หรือจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 แล้วเลี้ยวขวาที่แยกหินกองไปตามทางหลวงหมายเลข 33 ผ่านจังหวัดนครนายก ผ่านอำเภอกบินทร์บุรี ระยะทางประมาณ 245 กิโลเมตร หรือจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านเขตมีนบุรี ฉะเชิงเทรา จากนั้นให้ใช้เส้นทางไปอำเภอพนมสารคาม พอถึงประมาณกิโลเมตรที่ 35ให้เลี้ยวขวาไปทางอำเภอ กบินทร์บุรี โดยใช้เส้นทางหมายเลข 304 พอถึงประมาณกิโลเมตรที่ 95 ให้เลี้ยวขวาอีกครั้ง เข้าเส้นทางหลวงหมายเลข33 ไปจนถึงจังหวัดสระแก้ว ระยะทางประมาณ 210กิโลเมตร หรือจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 304ผ่านเขตมีนบุรีไปจังหวัดฉะเชิงเทราจากนั้นให้ใช้เส้นทางไปอำเภอพนมสารคาม ผ่านศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จะพบทางแยกขวาไปจังหวัดสระแก้วทางหลวงหมายเลข 359

นอกจากนี้มีบริการรถโดยสารประจำทางทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ออกจากสถานี ขนส่งหมอชิต ถนนกำแพงเพชร2 ทุกวัน ติดต่อสอบถามได้ที่โทรศัพท์ โทร. 0-2936-2852-66 ต่อ 311 การรถไฟแห่งประเทศไทยมีบริการขบวนรถโดยสารสายกรุงเทพฯ-สระแก้ว-อรัญประเทศ วันละ 2 ขบวน เวลา 05.55 น. และ 13.05 น. อัตราค่าโดยสารคนละ 48 บาท ติดต่อสอบถามได้ที่หน่วยบริการเดินทาง โทร. 0-2223-7010