หีบเพลงชัก...แทนคำรัก สง่า อารัมภีร ครั้งที่ 2

สกู๊ปบันเทิง

หีบเพลงชัก แทนคำรัก...สง่า อารัมภีร ครั้งที่ 2 จัดขึ้น ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) โดย บริษัท พล นิกร กิมหงวน จำกัด ซึ่งเป็นการนำบทเพลงจากการประพันธ์ของ ครูแจ๋ว หรือ สง่า อารัมภีร ครูเพลง-ศิลปินแห่งชาติ มาร้อยเรียงให้ฟังกันเต็มอิ่มในคอนเสิร์ต เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ฟังทุกรุ่นทุกวัย นั่นก็คือ การชื่นชอบในบทเพลงลูกกรุงอมตะ

ในการร่วมขับขานเพลงผ่าน หีบเพลงชัก หรือ แอ็คคอร์เดียน นั้น ได้มีศิลปินแห่งชาติ 6 ท่านร่วมร้องเพลงด้วย ได้แก่ สุเทพ วงศ์กำแหง ชาลี อินทรวิจิตร อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ชรินทร์ นันทนาคร สวลี ผกาพันธุ์ และ จินตนา สุขสถิตย์ ซึ่งเคียงข้างไปกับนักแสดง นักดนตรี หรือนักร้องอีก 7 ท่าน คือ อดิเรก จันทร์เรือง นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี กัญจนปกรณ์ แสดงหาญ วิชัย ปุญญะยันต์ นรีกระจ่าง คันธมาศ อิสริยา คูประเสริฐ รวมไปถึง 4 นักร้องเสียงคุณภาพรุ่นใหม่จาก "โครงการศาลาเฉลิมกรุงสืบสานตำนานเพลง" ได้แก่ ภัทรานิษฐ์ เพฑูริยาเวทย์ กรกันต์ สุทธิโกเศศ ธนพรรษ ญาติเจริญ และ ลักขณา บุญบุตร

ในช่วงแรกบรรเลงเพลง "Hawaii Five-O" และ "ฟังดนตรีเถิดชื่นใจ" เพื่อเปิดตัววงดนตรีมิตรต่างวัย ที่มีสมาชิกกว่า 30 ชีวิต ควบคุมวงโดย อรรถพร กำภู ณ อยุธยา จากนั้นเป็นการขับร้องเพลงชุดแรกจาก 4 นักร้องคุณภาพรุ่นใหม่ ได้แก่ "เรือนแพ" โดย ฟิล์ม-ธนพรรษ ญาติเจริญ "เมื่อวานนี้" จากน้ำเสียงของ เมจิ-ภัทรานิษฐ์ เพฑูริยาเวทย์ "ล่องเจ้าพระยาคืนเพ็ญ" โดย หลิว-กขณา บุญบุตร "สุดที่รัก" โดย อาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ ก่อนจะมาร่วมร้องหมู่ในเพลง "ลำนำรัก" และปิดท้ายช่วงนี้ด้วยเพลงแสนหวาน "วนาสวาท" โดย บูรพา-ผศ.ดร.ญาดา อรุณเวช อารัมภีร ลูกชายและลูกสะใภ้ของครูแจ๋ว

บทเพลงในชุดต่อมา ได้แก่ "รักข้ามคลอง" ขับร้องโดย ชาลี อินทรวิจิตร ครูเพลงรุ่นใหญ่ ตามด้วยเพลงคู่จาก นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ และ กัญจนปกรณ์ แสดงหาญ ในเพลง "ฟ้ารักดิน" และ "พี่รักเจ้าสาว" ก่อนส่งไมค์ต่อให้นักร้องเสียงอมตะ สวลี ผกาพันธุ์ ขับกล่อมอีก 3 เพลงรวด ได้แก่ "หนึ่งในร้อย" "ระฆังทอง" และ "ดวงใจ" ที่ล้วนแต่เป็นเพลงดังในอดีตด้วยกันทั้งสิ้น แล้วขับร้องคู่กับศิลปินรุ่นใหญ่ ชรินทร์ นันทนาคร ในเพลง "แว่วกริ่งกังสดาล" จากนั้นก็มอบความสุขให้อย่างต่อเนื่องในเพลง "ทาสเทวี" "รักไม่มีพรมแดน" "ดอกฟ้าในมือโจร" ก่อนทำการพักเบรคกันในช่วงแรก

เข้าสู่ช่วงที่ 2 บทเพลงที่นำมาเสนอในช่วงนี้ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิต ที่รักเดินทางท่องเที่ยวของครูแจ๋ว เปิดฉากกันด้วยความคึกคัก จากขบวนกลองยาวและแตรวง ทำให้คนดูรู้สึกสนุกสนาน จากนั้นพบกับนักร้องสองสาว ภัทรานิษฐ์ เพฑูริยาเวทย์ และ ลักขณา บุญบุตร มาในมาดของสาวเหนือในเพลง "รักในอก" ตามมาด้วยนักร้องหนุ่ม กรกันต์ สุทธิโกเศศ และ ธนพรรษ ญาติเจริญ ที่เปลี่ยนโฉมเป็นหนุ่มชาวใต้มาในเพลง "บุหลันลันตู" แล้วหนุ่มสาวทั้งสองภาคก็มาพบกันในเพลง "รำวงชีวิตใหม่"

ส่วนนักร้องสาวเสียงดี อิสริยา คูประเสริฐ ร่วมร้องในเพลง "รักของแม่" "รักคนที่เขารักเราดีกว่า" เติมความไพเราะกันต่อด้วย นรีกระจ่าง คันธมาศ มาสร้างความสุขให้ผู้ชมอย่างเต็มที่ ถึง 3 เพลงด้วยกัน คือ "รักข้ามขอบฟ้า" "หนี้รัก" และ "ลืมแล้วหรือสัญญา" ที่เรียกเสียงปรบมือได้อย่างกึกก้อง ต่อด้วยนักร้องรุ่นใหญ่เสียงนุ่ม วิชัย ปุญญะยันต์ แห่งวงพิงค์แพนเตอร์ มาพร้อมเพลง "ดาวเรือง" "เลิกเมินพี่นะ" "เห็นคุณแล้วอดรักไม่ได้" และ "มนต์รักดอกคำใต้" ที่ร้องคู่กับ จินตนา สุขสถิตย์ ศิลปินอาวุโสที่ยังคงมีเสียงกังวานไพเราะ โดยมอบความซาบซึ้งตรึงใจด้วยเพลง "กุลสตรี" และ "คืนหนึ่ง"

มาถึงช่วงที่สร้างความประทับใจ ด้วยการขับลำนำ "น้ำตาแสงใต้" โดย อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีรัตนโกสินทร์ระดับศิลปินแห่งชาติ คลอไปกับเสียงขลุ่ยหวานพริ้วจาก อาจารย์ธนิศร์ ศรีกลิ่นดี เพื่อส่งเข้าเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง พันท้ายนรสิงห์ เมื่อ พ.ศ.2493 ขับร้องโดย อดิเรก จันทร์เรือง บรมครูแห่งวงการเพลงลูกกรุง ถึงแม้จะมีวัย 78 ปีแล้วแต่น้ำเสียงที่สื่อผ่านเพลงนั้น ไพเราะและแฝงความเศร้าจับใจ จนเรียกเสียงปรบมือหลังจบเพลงได้อย่างกึกก้อง และจบช่วงนี้ด้วยเพลง "สไบแพร"

ช่วงสุดท้ายเป็นการขับร้องของ สุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินขวัญใจคอเพลงลูกกรุง ซึ่งทำเซอร์ไพร์สไปนั่งอยู่ในกลุ่มผู้ชม แล้วเปิดตัวด้วยเพลง "กัลปังหา" ระหว่างที่เดินขึ้นไปยังเวที บรรดาแฟนเพลงได้ลุกมามอบดอกไม้ จับมือ ถ่ายรูป ที่เป็นภาพน่ารักอีกแง่มุมหนึ่ง อีก 2 เพลงที่ได้รับฟังจากศิลปินท่านนี้ ได้แก่ "พี่รักเธอคนเดียว" "ผมน้อยใจ" และเพลงสุดท้ายสำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ คือ "ฟังดนตรีเถิดชื่นใจ" คำร้องมาจากบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 บทละครพูดเรื่อง เวนิส วานิช ขับร้องโดย สุเทพ วงศ์กำแหง อดิเรก จันทร์เรือง นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ กัญจนปภรณ์ และนักร้องรุ่นใหม่จากศาลาเฉลิมกรุง

บทเพลงอันไพเราะทั้ง 36 บทเพลง บนคอนเสิร์ต หีบเพลงชัก แทนคำรัก...สง่า อารัมภีร โดยนักร้องนักดนตรีทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ ผู้มีความผูกพันกับครูแจ๋ว ทำให้ผลงานของครูแจ๋วและคอนเสิร์ตครั้งนี้ ทรงคุณค่าน่าประทับใจอย่างมาก สำหรับรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงานคอนเสิร์ต มอบให้กับ กองทุนสง่า อารัมภีร ในกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม