"พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล" วัดปากน้ำ

ศรัทธาสัญจร
ช่างภาพ: 

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา คอลัมน์ศรัทธาสัญจร ตระเวนไปหลายจังหวัดในภาคต่างๆของประเทศไทย เพื่อนำความงดงามของศิลปะสถาปัตยกรรม จิตรกรรมในศาสนสถาน ปูชนียสถานทั้งสมัยโบราณและก่อสร้างขึ้นใหม่ อันปวงพุทธศาสนิกชนชาวไทยเชื่อมั่นศรัทธามาบอกกล่าวเล่าเรื่องกับท่านผู้อ่าน บางวัดที่ไปเหมือนได้แก้ว เพราะเป็นสถานที่สัปปายะสงบงามของพ่อแม่ครูอาจารย์ที่ท่านใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมสร้างความเพียร ชวนให้เราเร่งสะสมบุญ และมี "สติ" บางวัดหาข้อมูลล่วงหน้าก่อนการเดินทาง บางวัดพบเจอด้วยความบังเอิญ และมีหลายวัดที่กัลยาณมิตรผู้ปรารภในพระรัตนตรัยเป็นที่ตั้งพาเราไป อย่างเช่นการเดินทางลัดเลาะตามถนนเทอดไท ไปกราบสังขารหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ในครั้งนี้ ก็ได้คำแนะนำจากสองสามีภรรยา คุณสุวัช และ คุณณวันดี กี้ประเสริฐทรัพย์ ฝ่ายการค้าต่างประเทศ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ เป็นผู้นำทางไปค่ะ

วัดปากน้ำ พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญตั้งอยู่เลขที่ 300 ถนนรัชมงคลประสาธน์ (เดิมเลขที่ 8 ถนนเทอดไท) แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ยี่สิบไร่เศษ ตั้งอยู่ ณ ที่ราบลุ่มบางกอก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา ริมคลองหลวง (คลองบางกอกใหญ่) อันเป็นลำแม่น้ำเจ้าพระยาเดิม ก่อนที่จะมีการขุดคลองลัดหน้าวัดอรุณราชวรารามและกลายเป็นลำแม่น้ำเจ้าพระยาในปัจจุบัน เนื่องจากวัดตั้งอยู่บริเวณปากคลองด่านที่แยกไปจากคลองบางหลวง ชื่อของวัดจึงถูกเรียกขานตามตำบลที่ตั้งว่า วัดปากน้ำ ตามปรากฏในจดหมายเหตุโบราณหลายฉบับ แต่ได้พบชื่อของวัดที่แปลกออกไปในแผนที่กรุงเทพฯ พ.ศ.2453 และ พ.ศ.2474ว่า วัดสมุทธาราม แต่ไม่เป็นที่นิยมเรียกขานกันอย่างนั้น คงเรียกว่า วัดปากน้ำ มาโดยตลอด

วัดปากน้ำ สร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง (ระหว่าง พ.ศ.2031-2172) สถาปนาโดยพระราชวงศ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ดังปรากฏหลักฐานทางโบราณวัตถุและโบราณสถานภายในวัดมีอายุย้อนไปถึงสมัยอยุธยาตอนกลางได้พบร่องรอยคลองเล็กด้านทิศใต้และทิศตะวันตกของวัดที่โบราณขุดไว้เป็นแนวเขตที่ดินของวัดหลวงสมัยอยุธยา ที่ตั้งของวัดปากน้ำจึงมีลักษณะเป็นเกาะรูปสี่เหลี่ยมมีน้ำล้อมอยู่ทุกด้าน ในจดหมายเหตุสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคถวายผ้าพระกฐินหลวง ณ วัดปากน้ำตลอดรัชกาล วัดปากน้ำได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาโดยได้รับพระราชทานพระราชทรัพย์จาก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในการซ่อมหลังคาพระอุโบสถคราวหนึ่ง ต่อมา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3ได้บูรณปฏิสังขรณ์ใหญ่ในตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และให้คงรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยาไว้ ครั้นถึงรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทางวัดได้รับพระบรมราชานุญาตให้ พระครูสมณธรรมสมาทาน (แสง) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ พร้อมทั้งอุบาสก และอุบาสิกาบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่เกือบทั้งอารามโดยให้อนุรักษ์ศิลปะเดิมไว้ และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระบรมวงศานุวงศ์นำพระกฐินหลวงมาถวายตลอดรัชกาล

ในสมัยรัชกาลที่ 6 วัดปากน้ำได้ชำรุดทรุดโทรมลง ไม่มีเจ้าอาวาสประจำพระอาราม มีแต่ผู้รักษาการที่อยู่ในอารามอื่น ทางเจ้าคณะปกครองได้ส่ง พระสมุห์สด จนฺทสโร จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ซึ่งท่านได้กวดขันพระภิกษุสามเณรให้ปฏิบัติในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญได้มีการสอนสมถวิปัสสนากรรมฐานส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมตั้งสำนักเรียนทั้งนักธรรมและบาลี สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมที่ทันสมัยที่สุดในสมัยนั้น ทำให้พระภิกษุสามเณร และสาธุชนเข้ามาขอศึกษาและปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมาก วัดจึงเจริญขึ้นมาโดยลำดับ กลายเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติธรรม และเป็นศูนย์กลางการศึกษาบาลี ท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะฝ่ายวิปัสสนาธุระ และได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์มาโดยลำดับ สมณศักดิ์สุดท้ายในพระราชทินนามที่ พระมงคลเทพมุนี แต่ผู้คนทั่วไปรู้จัก และเอ่ยขานนามท่านว่า หลวงพ่อวัดปากน้ำ

ในสมัย สมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณณสิริ) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส วัดปากน้ำอยู่ประมาณ 6 ปี นับแต่หลวงพ่อวัดปากน้ำมรณภาพได้รับการปรับปรุงทัศนียภาพและบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งสำคัญ เช่น พระอุโบสถ พระวิหาร ช่างได้เปลี่ยนสถาปัตยกรรมเครื่องบนเป็นศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์เกือบทั้งอาราม แต่ตัวรากฐานและอาคารยังคงเป็นของโบราณแต่เดิมมา ด้วยว่าวัดปากน้ำสร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตามประวัติเคยกล่าวไว้ว่า "ภายในกำแพงแก้วพระอุโบสถมีพระเจดีย์ถึง 22 องค์ รอบพระวิหารก็มีพระเจดีย์นับสิบองค์" เมื่อต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับปรุงถาวรวัตถุภายในวัด สมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณฺณสิริ) ท่านเป็นนักอนุรักษ์ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรม ได้บันทึกไว้เมื่อวันที่ 3กุมภาพันธ์ 2505 ด้วยความเสียดายว่า "...ระยะนั้นได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดปากน้ำ แต่ช่างไม่มีความชำนาญเรื่องการอนุรักษ์โบราณวัตถุและขัดสนด้วยเรื่องของปัจจัยในการดูแลรักษา อีกทั้งเจดีย์ส่วนใหญ่ก็ชำรุดทรุดโทรมมาก จึงจำเป็นต้องรื้อออกเสียทั้งหมด.."

ลุถึงสมัยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำรูปปัจจุบัน "สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์" ( ช่วง วรปุญโญ ป.ธ. ๙) วัดปากน้ำพัฒนาขึ้นอย่างมากทั้งในด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม มีพระภิกษุสามเณรสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคในนามวัดปากน้ำเป็นจำนวนมาก และการปฏิบัติภาวนาตามแนวหลวงพ่อวัดปากน้ำก็ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้มีสถานที่ปฏิบัติ คือ หอเจริญวิปัสสนาเป็นเอกเทศ มีผู้เข้าปฏิบัติเป็นจำนวนมากทุกวัน และได้มีการสร้างพระมหาเจดีย์มหารัชมงคล บูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะ ปรับปรุงทัศนียภาพในหลายๆด้าน ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของวัดปากน้ำ

(โปรดอ่านต่อฉบับหน้า)