ผ้าฝ้ายขิดไทเลย

เส้นไหม ใยฝ้าย ลวดลายบนผืนผ้า
ช่างภาพ: 

ชาวไทเลยมีนิสัยใจคอเหมือนกับชนเชื้อชาติโบราณ ซึ่งไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปจากดั้งเดิม มีสำเนียงพูดที่แปลกและนิ่มนวล พูดสุภาพและไม่ค่อยพูดเสียงดัง กิริยามารยาทดีงาม อารมณ์เยือกเย็นไม่วู่วาม มีนิสัยรักความสงบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักถิ่นที่อยู่ไม่ค่อยอพยพไปอยู่ที่อื่น ส่วนทางด้านวัฒนธรรมประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมา ได้แก่ "ฮีตสิบสอง-คลองสิบสี่" คือการทำบุญตามประเพณีทั้งสิบสองเดือนของแต่ละปี

สตรีส่วนใหญ่ในหมู่บ้านต่างๆ ของจังหวัดเลยสามารถทอผ้าฝ้ายเพื่อใช้ในครอบครัว โดยใช้เวลาว่างจากการทำไร่นา ชาวไทเลยในอดีตถือว่า การทอผ้าเป็นงานพื้นฐานของผู้หญิงที่จะต้องเป็นแม่บ้าน ปัจจุบันมีอยู่เพียงไม่กี่หมู่บ้าน ที่ยังคงสืบทอดวิธีดั้งเดิมในการทอผ้าพื้นเมือง เช่น ซิ่นยก ซิ่นลายขิด ซิ่นด่าน ซิ่นหมี่ ของชาวบ้านก้างปลา บ้านนาอ้อ อำเภอเมือง เครื่องมือในการทอผ้าของชาวไทเลย อาทิ อิ้วฝ้าย สำหรับแยกเมล็ดฝ้ายออกจากปุยฝ้าย หลา สำหรับปั่นฝ้ายให้เป็นเส้นด้าย เบี้ย อุปกรณ์สำหรับพันเส้นด้ายที่ออกจากหลา แป้นทำล่อฝ้าย สำหรับรองฝ้ายเพื่อล่อฝ้ายให้เป็นหางสำลี ก่อนนำไปปั่นเป็นเส้นด้าย กวัก เป็นอุปกรณ์ในการกรอเส้นด้าย หางเห็น สำหรับเสียบกวัก เพื่อกรอเส้นด้ายกง พึม สำหรับเรียงเส้นด้ายที่จัดทำลวดลายสำเร็จเป็นชุด กระสวยสำหรับใส่หลอดด้ายเล็กๆ แล้วใช้ทอพุ่งเส้นด้าย และกี่ สำหรับทอผ้าให้เป็นผืน หลังจากย้อมเส้นด้ายแล้วจึงนำด้ายไปกรอเข้ากับหลอดด้าย นำด้ายที่กรอแล้วไปด้น (เดินด้าย) สอดพึม การสืบหูก การเก็บเข้าพึม เก็บลาย และทอเป็นผืนผ้า

การทอผ้าฝ้ายแบบ "เก็บขิด" เรียกอีกชื่อว่า "เก็บดอก" เพราะที่เนื้อผ้ามีลวดลายเหมือนมีการปักดอก ลวดลายของขิดจะมีรูปแบบที่สวยงามมีความมัน วาว นูน และมีเหลือบ ตั้งชื่อลวดลายคล้ายๆกันบ้างต่างกันบ้าง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ทำให้รูปแบบและลวดลายได้พัฒนาประยุกต์ไปจากเดิม จนเกิดลวดลายใหม่ๆขึ้น ปัจจุบันการทอผ้าขิดเป็นการผลิตเพื่อความต้องการของคนต่างถิ่น ต่างวัฒนธรรม ซึ่งมีรสนิยมต่างกันออกไป ปริมาณความต้องการสูงขึ้น ก่อให้เกิดการแสวงหาเทคนิควิธีการใหม่ๆ เพื่อให้การผลิตทำได้ปริมาณมากขึ้น แต่ใช้เวลาน้อยลง จึงมีผลกระทบต่อคุณภาพของความเป็นศิลปหัตถกรรมท้องถิ่น อย่างไรก็ตามการฟื้นฟูศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน ก็มาจากบุคคลภายในชุมชนที่พยายามแสวงหาเทคนิควิธีการ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของบุคคลภายนอก ผนวกเข้ากับนโยบายการสนับสนุนวัฒนธรรมท้องถิ่นของรัฐ ส่งผลให้ศิลปหัตถกรรมท้องถิ่นเช่นผ้าทอลายขิด ยังคงอยู่ได้ ภายใต้เงื่อนไขของสังคมและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไป

การเก็บขิดมีอยู่ 3 วิธี คือตัดไม้ขิดโดยไม่มีการเก็บตะกอ (เรียงไปทางด้านหลัง) เก็บขิดเป็นตะกอลอย (เรียงไปทางด้านหลัง) และเก็บตะกอแนวตั้ง (ตะกอแนวยาว) ถ้าขิดหลายไม้ก็ต้องก่อเขาหน้าฟืม6-7 เขา ทอไปเก็บขิดไปตามลายตัวอย่างที่ต้องการ การทอผ้าขิดเก็บดอกเช่นนี้ต้องมีไม้ค้ำอันหนึ่งกว้างประมาณ 4 นิ้ว ยาวขนาด 2 ศอก เป็นไม้บางๆ และมีไม้เล็กๆ ขนาดก้านมะพร้าว (บางแห่งใช้ขนเม่น) เป็นไม้สอดตามไม้ขนาด 4 นิ้ว ยาวขนาด 2 ศอก ไม้เล็กๆนี้เอาไว้ใช้สำหรับเก็บขิดให้เป็นลายต่างๆ ในบางครั้งก็อาจใช้ไม้เก็บขิดนี้ 30-40 อันก็มี แล้วแต่ความยากง่ายของลาย ฉะนั้นถ้าหากว่าใช้ไม้เก็บขิดจำนวนมากจะทำให้ทอได้ช้ามาก เพราะต้องเก็บดอกทีละเส้นๆ จนหมดตามลวดลายที่กำหนดไว้

จังหวัดเลยมีการทอผ้าหลายพื้นที่ เช่น ผ้านากระเซ็ง ที่บ้านนากระเซ็ง ตำบลอาเฮ อำเภอท่าลี่ ผ้าไหมพื้นเรียบ ผ้าฝ้ายทอมือ และผ้าไหมมัดหมี่ อาทิ ลายหมี่ชุม ลายหมี่นาค ที่บ้านโคกงิ้ว ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน ผ้าไหมมัดหมี่และผ้าไหมพื้นเรียบที่ผาบ่าว-ผาสาว บ้านนาซำแซง ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง ผ้าไหม 2 ตะกอ 3 ตะกอ ทอที่ผานาง-นาเกิ้ง ตำบลผาอินทร์แปลง กิ่งอำเภอเอราวัณ...ผ่านไปอำเภอไหน ช่วยกันอุดหนุนผ้าทอมือของไทย ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนกันนะคะ