ไก่ทอดราดซอสมะนาว (สูตรชาวคอนโดฯ)

อาหารตาม (พ่อ) สั่ง

สมาชิกนักชิมของตะหลิวเพิ่งเดินทางกลับมาจากเกาหลีอย่างพร้อมเพรียง หลังจากซื้อทัวร์หรูด้วยหวังว่าการเดินทางไปเกาหลีคราวนี้จะได้พบอะไรดีๆอย่างแน่นอน โดยไม่สนใจคำเตือนของตะหลิวว่าอาหารเกาหลีน่ะ ไม่ถูกปากคนไทยหรอก แล้วยิ่งไปกับทัวร์ด้วยแล้ว ระวังเถอะว่าจะเจอทัวร์จิตสัมผัส ประมาณว่าแวะเที่ยวที่ละ 10 นาที เรียกว่าแค่เหยียบเท้าก้าวลงจากรถก็ต้องตาลีตาเหลือกรีบกลับขึ้นรถแทบไม่ทัน

คุณผู้อ่านเชื่อมั้ยว่า บรรดาสาวๆนักชิมของตะหลิวไม่เชื่อ แถมเอาหลักฐานจากละครเกาหลีเรื่องดังเมื่อหลายปีก่อนมายืนยันอีกว่าอาหารเกาหลีนี่ต้องสุดยอดอย่างแน่นอน ตะหลิวแอบคิดเอาเองในใจว่าแม่พวกนี้คงคิดจะไปหากิ๊กชาวเกาหลีด้วยซะละมั้ง ค่าที่ว่าอาหารอร่อย

หลังจากกาลเวลาผ่านไปเพียง 1 สัปดาห์ ตอนหัวค่ำคืนหนึ่งตะหลิวก็ได้รับโทรศัพท์จากสมาชิกนักชิมของตะหลิวว่าตอนนี้กำลังจะขึ้นเครื่องกลับเมืองไทยแล้ว ช่วยแวะมารับที่สุวรรณภูมิหน่อย ด้วยความเกรงใจสมาชิกนักชิมแถมกลัวว่านักชิมทั้งหลายจะหนีไปซบอกกิมจิกันหมด ตะหลิวเลยขับรถไปรับที่สนามบินโดยหารู้ไม่ว่านั่นคือการคิดผิดอย่างแรง เพราะตลอดเส้นทางจากสนามบินไปจนถึงบ้านแต่ละนางนี่ตะหลิวต้องหูชากับเสียงบ่นของพวกสาวๆเกี่ยวกับอาหาร และอากาศที่เกาหลีเพราะตอนที่เธอๆไปนี่ อากาศหนาวเข้าขั้นติดลบ แถมอาหารก็รับประทานกันไม่ได้เพราะไม่คุ้นกับรสชาติแบบเกาหลีแท้ๆที่เคยคิดเอาไว้ว่าอาหารเกาหลีอร่อยอย่างนั้นอย่างนี้ก็ได้มารู้ความจริงคราวนี้นี่เองว่าถึงจะอร่อยเพียงไหนมันก็อร่อยแบบเกาหลี ไหนเลยมันจะเปรี้ยว เผ็ด แซบ ซ่าเท่าอาหารบ้านเรา

เพื่อเป็นการปลอบใจบรรดาสาวๆนักชิม งานนั้นตะหลิวเลยต้องทำอาหารสูตรจี๊ดๆ แบบเปรี้ยวๆ มันๆเพื่อเอาใจ คนที่เคยคิดนอกใจอาหารบ้านเราด้วยเมนูพิเศษ "ไก่ทอดราดซอสมะนาว" แบบคราวนี้จ๊ะ

ก่อนอื่นเราต้องเตรียมเครื่องปรุงกันก่อน

สูตรอาหาร

เนื้อไก่จะเป็นอก หรือเนื้อสันก็ได้ 5-6 ชิ้น

แป้งสำหรับทอดกรอบ (พวกแป้งโกกิ) 1 ซอง (150 กรัม)

น้ำสะอาด 200 ซีซี

ผงปรุงรส 1 ช้อนชา

มะนาว 2 ลูก

สลัดครีม(มะนาว) ตามชอบ

เกลือ 1/4 ช้อนชา

ผักสด ตามชอบ

น้ำมันสำหรับทอด

คราวนี้เป็นสูตรอาหารแบบที่ทำได้ง่ายมาก เรามาเริ่มกันเลยนะจ๊ะ

1. อันดับแรกให้ล้างไก่ก่อนจ้ะ ถ้าเป็นเนื้อสันก็ใช้ทั้งชิ้นได้เลย แต่ถ้าเป็นเนื้ออกไก่อาจต้องหั่นครึ่งเพื่อให้บางลงหน่อย มิฉะนั้นอาจทอดไม่สุกได้

2. พอล้างไก่เสร็จคราวนี้ก็ต้องซับน้ำที่เปียกบนเนื้อไก่ออกโดยใช้กระดาษอเนกประสงค์แบบที่เป็นม้วนใหญ่ที่เขาเอาไว้เช็ดโน่นนี่นั่นในครัวมาซับน้ำออกให้ได้มากที่สุด

3. จากนั้นก็มาเตรียมแป้งสำหรับชุบไก่ทอด โดยให้นำแป้งทอดกรอบเป็นซองๆ ขนาด 150 กรัมมาละลายน้ำ 200 มิลลิลิตร โดยมีเทคนิคคือเทแป้งลงในถ้วยใบใหญ่หน่อย แล้วค่อยๆเทน้ำลงไปทีละน้อยๆอย่าเทพรวดเดียวหมดเลย เพราะทำแบบนั้นแป้งจะจับตัวเป็นก้อน ทำให้ต้องใช้เวลาคนนาน ถ้าใครเผลอเทน้ำลงไปในแป้งจนหมดในคราวเดียว ก็ให้เตรียมอุปกรณ์ในการตีไข่เอามาตีแป้งกับน้ำได้เลยจ้ะ (ขอบอกเลยว่าเมื่อยแขนมากมายเชียว)

4. เมื่อแป้งละลายดีแล้ว ให้นำไก่ที่เราเตรียมเอาไว้มาใส่ลงไปในแป้งแล้วคลุกให้เข้ากัน

5. ตั้งกระทะโดยให้ใช้ไฟอ่อนแล้วเติมน้ำมันเยอะหน่อย กะว่าให้ท่วมเนื้อไก่ด้วยนะจ๊ะ

6. รอจนน้ำมันร้อนดีแล้ว (ทดสอบได้โดยให้หยดแป้งลงไปนิดเดียว ถ้ากระทะร้อนดีแล้วแป้งจะเดือดทันที) ให้ค่อยๆหย่อนเนื้อไก่ที่มีแป้งเคลือบอยู่ลงไปในกระทะพลิกบ้างนานๆทีโดยกะว่าให้เนื้อไก่ที่อยู่ในแป้งสุก และแป้งข้างนอกเหลืองกรอบ นี่คือเหตุผลว่าทำไมให้ทอดไฟอ่อน เพราะถ้าไฟแรงแป้งไหม้แต่ไก่ไม่สุกจ้ะ

7. เมื่อไก่สุกแล้วให้ตักใส่จาน โดยอาจมีกระดาษซับน้ำมันรองอยู่ทางด้านล่างด้วยก็ได้

8. คราวนี้เรามาเตรียมซอสมะนาวกัน โดยตักสลัดครีมใส่ถ้วยประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ

9. เติมเกลือลงไป แล้วบีบมะนาวใส่ไปครึ่งลูก ชิมรสจนเปรี้ยวน้อยๆจนพอใจ

10. ถ้าใครหาซื้อสลัดครีมมะนาวได้ก็ไม่ต้องปรุงแบบในข้อ 10 เลยจ้ะ ใช้เป็นซอสมะนาวได้เลย

11. กลับมาที่ไก่ทอดอีกครั้ง พอไก่ทอดเย็นจนพอจับได้แล้ว คราวนี้ให้ใช้มีดคมๆหั่นไก่เป็นชิ้นย่อมๆขนาดพอดีคำ แล้วนำไปจัดวางในภาชนะให้เรียงชิ้นกันสวยงามหน่อย โดยให้มีผักสดรองอยู่ด้านล่างด้วยก็ดี

12. ตักซอสมะนาวละเลงไปบนไก่ทอดให้ทั่วๆทางด้านบน

13. หั่นมะนาวเป็นแว่น (อย่าลืมล้างมะนาวก่อนล่ะ) แล้วหั่นย่อยลงไปอีก 1 ส่วน 4 ของแต่ละแว่นแบบในรูป แล้วนำมะนาวที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆนี่โรยไปบนซอสมะนาวอีกที

14. เวลารับปะทาน ก็รับประทานพร้อมมะนาวชิ้นเล็กๆพวกนี้ได้เลยจ๊ะ

เขียนไปน้ำลายไหลไป เพราะยังจำรสชาติความเปรี้ยวบวกกับความกรอบๆมันๆนุ่มๆของเนื้อไก่ชุบแป้งทอดได้ไม่เคยลืม

เมนูนี้ทำให้สาวๆนักชิมของตะหลิวหายระทมทุกข์จากพาทัวร์แบบจิตสัมผัสที่เกาหลีได้ทันที พออิ่มกันหมดแล้วถึงได้หยิบของฝากมาตะหลิวตกใจเล่น พระเจ้าช่วยด้วยเถอะ "สตรอว์เบอร์รี่" อะไรมันจะใหญ่ขนาดนี้ ตะหลิวอยากจะเรียกว่า "สตรอว์เบอร์เร่อ" ซะมากกว่า หรือคุณผู้อ่านคิดว่ามีชื่ออื่นอีก (ลองดูรูปเอาเองนะจ๊ะ)