121 ปีแห่งพระราชสมภพสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก 21 ปีรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลประจักษ์ชาวโลก

รายงานพิเศษมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล

"ในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขออวยพรให้ทุกท่านที่มาร่วมในพิธีนี้ ประสบความสุขความสำเร็จและความเจริญสวัสดีทุกเมื่อจงทั่วกัน ขอขอบใจคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ได้ดำเนินการต่างๆด้วยดีตลอดมา ในการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก งานด้านการแพทย์และการสาธารณสุขเป็นงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งและจำเป็นต้องพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าอยู่เสมอ แต่การจะพัฒนางานดังกล่าวให้ได้ผลสมบูรณ์แท้จริงนั้น จะต้องอาศัยการปรับปรุงวิธีบริหารจัดการรวมทั้งระบบการบริการให้เหมาะสมถูกต้องและมีประสิทธิภาพด้วย" พระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จฯแทนพระองค์ในพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลประจำปี 2555 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทเมื่อวันพุธที่ 30 มกราคม 2556

ผลงานของ เซอร์ไมเคิล เดวิด รอว์ลินส์ และ นางอูเช เวโรนิกา อะมาซิโก นับว่ามีคุณูปการอย่างสูงแก่การพัฒนางานด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ตลอดจนอำนวยประโยชน์กว้างขวางทั้งแก่ผู้ให้บริการทางการแพทย์และผู้รับบริการ ดังเป็นที่ประจักษ์ว่าผลงานของท่านทั้งสองเป็นต้นแบบของการพัฒนาวิธีบริหารจัดการและระบบการบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ให้ประชากรทั่วโลกได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

"ข้าพเจ้าขอแสดงความนิยมยกย่องอย่างจริงใจ และขอแสดงความยินดีกับท่านทั้งสองที่ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลประจำปีนี้ สถาบันเพื่อความเป็นเลิศด้านสุขภาพและการแพทย์ของ เซอร ไมเคิล เดวิด รอว์ลินส์ ช่วยให้ผู้ประกอบการทางการแพทย์สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผู้ป่วยก็ได้รับการดูแลรักษาที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ส่วนผลงานการพัฒนาชุมชนในทวีปแอฟริกาให้เป็นชุมชนที่สามารถกำหนดการรักษาของนางอูเช เวโรนิกา ก็ทำให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมกับบุคลากรด้านสาธารณสุข ในการดูแลรักษาสุขภาพของคนในชุมชน ส่งผลให้การควบคุมโรคต่างๆได้รับผลสำเร็จอย่างดียิ่ง" สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำรัส จากนั้นเวลา 19.00 น. พระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำเป็นเกียรติแก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลประจำปี 2555 พร้อมคู่สมรส ณ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร ในพระบรมมหาราชวัง

ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อุดม คชินทร รองประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ในพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลประจำปี 2555 กราบบังคมทูลฯผู้ที่ได้รับรางวัลทั้งสองท่านเข้าเฝ้าฯ เพื่อรับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2555 สาขาการแพทย์ เซอร์ไมเคิล เดวิด รอว์ลินส์ (Sir Michael David Rawlins) ประธานสถาบันแห่งชาติเพื่อความเป็นเลิศด้านสุขภาพและการแพทย์ (National Institute for Health and Clinical Excellence, NICE) ศาสตราจารย์กิติมศักดิ์ วิทยาลัยสุขภาพและเวชศาสตร์เขตร้อน (London School of Hygiene and Tropical Medicine) มหาวิทยาลัยลอนดอน นายกราชแพทยสมาคมแห่งประเทศอังกฤษ (Royal Society of Medicine) สหราชอาณาจักร เซอร์ไมเคิล เดวิด รอว์ลินส์ สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์ บัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลเซนต์โทมัส มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ

เซอร์ไมเคิล เดวิด รอว์ลินส์ เป็นทั้งผู้นำแนวคิดและผู้ปฏิบัติในการใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลทางการแพทย์ ที่สามารถตรวจสอบได้มาประเมินประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของยา เครื่องมือต่างๆและวิธีการรักษา รวมทั้งได้กำหนดคู่มือและแนวทางการรักษาผู้ป่วยโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับสูงสุดและความคุ้มค่าของงบประมาณ เป็นผู้ก่อตั้งสถาบันเพื่อความเป็นเลิศด้านสุขภาพและการแพทย์ หรือไนซ์(NICE) ขึ้นในปี 2542 เพื่อดำเนินงานตามแนวคิดดังกล่าว ประเมินผลอย่างเป็นระบบ ทั้งผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบที่เกิดขึ้นทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต รวมทั้งครอบคลุมผลกระทบทั้งด้านสุขภาพ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และจริยธรรม คู่มือและแนวทางการรักษาผู้ป่วยโรคต่างๆ ช่วยให้ผู้กำหนดนโยบาย สามารถใช้ในการตัดสินจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณในการรักษาและป้องกันโรคได้อย่างเหมาะสม มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้

ผลการดำเนินงานของ เซอร์ไมเคิล เดวิด รอว์ลินส์ ก่อให้เกิดการดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยี มาตรฐานคุณภาพอย่างดีเลิศ เหมาะสม และคุ้มค่าทั่วทั้งสหราชอาณาจักร และมีการนำไปเผยแพร่เป็นแม่แบบและประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยด้วย ก่อประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัยของประชากรหลายร้อยล้านคนทั่วโลก

ดร.อูเช เวโรนิกา อะมาซิโก อดีตผู้อำนวยการโครงการควบคุมโรคตาบอดจากพยาธิในทวีปแอฟริกา (African Programme for Onchocerciasis Control หรือ APOC) องค์การอนามัยโลก ประเทศไนจีเรีย ดร. อูเช เวโรนิกา อะมาซิโก สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านชีววิทยาและปรสิตวิทยาทางการแพทย์ จากมหาวิทยาลัยเวียนนา ประเทศออสเตรีย ได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูงด้านโรคเขตร้อน จากสถาบันBernhard-Nocht Institute of Tropical Medicine สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และการสาธารณสุขระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา

ดร.อูเช เวโรนิกา อะมาซิโก เป็นบุคคลสำคัญที่ได้พัฒนาชุมชนกว่า 500,000 ชุมชนใน 19 ประเทศ ของทวีปแอฟริกา ให้มีส่วนร่วมในการให้บริการทางการสาธารณสุข โดยระหว่างดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการควบคุมโรคตาบอดจากพยาธิในทวีปแอฟริกา ระหว่าง พ.ศ.2548-2554 ได้พัฒนาชุมชนให้เป็นชุมชนที่สามารถกำหนดการรักษา (communiy-directed treatment) โดยการกระจายยารักษาโรคตาบอดจากพยาธิแก่คนในชุมชน โดยอาสาสมัครในชุมชน ในเวลาที่เหมาะสม ก่อให้เกิดผลสำเร็จในการควบคุมโรคอย่างชัดเจน และมีความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งระบบสุขภาพในชุมชน ส่งผลให้อุบัติการณ์ของโรคลดลงอย่างมาก ประมาณการว่าภายใน พ.ศ.2558 ประชากรกว่า 90 ล้านคนต่อปี จะได้รับยารักษาโรคตาบอดจากพยาธิอย่างสม่ำเสมอ และสามารถป้องกันโรคตาบอดจากพยาธิได้ปีละกว่า 40,000 ราย ความสำเร็จเหล่านี้ เกิดจากการเชื่อมโยงงานวิจัยและระบบการบริหารจัดการโดยมุ่งเน้นบทบาทของชุมชนเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ "ชุมชนผู้กำหนด" ยังมีผลต่อระบบการให้บริการสาธารณสุขที่จำเป็นและการควบคุมโรคอื่นๆ ด้วย โดยมีการประเมินว่าแนวทางการดำเนินการดังกล่าว ส่งผลให้ประชากรกว่า 11 ล้านคนในแอฟริกา ได้รับประโยชน์จากการควบคุมมาลาเรีย และประชากรกว่า 37 ล้านคน ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบ การบริการสาธารณสุขด้านอื่นๆ อีกด้วย

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลครั้งที่ 21ประจำปี 2555 เป็นรางวัลระดับโลกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในโอกาสจัดงานเฉลิมฉลอง100 ปี แห่งการพระราชสมภพ1มกราคม2535ผู้ทรงบำเพ็ญประโยชน์ต่อวงการแพทย์ การสาธารณสุข การพยาบาล การเภสัชกรรม ทันตศึกษา การประมง กองทัพเรือ และการศึกษาของประเทศ เป็นคุณูปการโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกี่ยวกับการแพทย์ของประเทศไทย ทรงทำนุบำรุงโรงเรียนราชแพทยาลัย และโรงพยาบาลศิริราชให้ทันสมัย ทั้งทรงเป็นผู้แทนรัฐบาลไทยในการเจรจากับมูลนิธิร็อกกี้เฟลเล่อร์ ให้มาช่วยเหลือปรับปรุงการแพทย์ของไทย เป็นการวางรากฐานให้การแพทย์ของไทย เจริญรุ่งเรืองทัดเทียมอารยประเทศในปัจจุบัน จนได้รับการถวายพระสมัญญานามว่า องค์บิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย และองค์บิดาแห่งการสาธารณสุขของไทย เป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณให้พระเกียรติยืนยง อยู่ในแผ่นดินนี้และแผ่ขจรขจายไปทั่วโลก

ปีนี้ยังครบรอบ 151 ปี สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวีพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (ทรงเป็นพระราชมารดาของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระราชโอรสองค์เล็ก) ทรงพระชนม์ยืนยาวถึง 6 แผ่นดิน ทรงเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม สร้างคนดีสู่สังคม ทรงเป็นแรงบันดาลใจแก่พระราชโอรสให้ทรงงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ทรงเป็นต้นแบบพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทรงสนับสนุนกิจการด้านนี้มาก่อน การเสด็จฯไปทรงเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลศิริราชตั้งแต่แรกทำการ การพระราชทานพระราชทรัพย์สิ่งของแก่โรงพยาบาลเป็นส่วนพระราชกุศล

มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเป็นองค์ประธาน มอบรางวัลให้แก่บุคคลหรือองค์กรทั่วโลกที่มีผลงานดีเด่นเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ทางด้านการแพทย์1รางวัล และด้านการสาธารณสุข1รางวัล เป็นประจำทุกปีตลอดมา ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลฯ จะได้รับเหรียญรางวัล ประกาศนียบัตร และเงินรางวัลมูลค่า 100,000 เหรียญสหรัฐ

ผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2555 มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2555 ทั้งสิ้น 75 ราย จาก 34 ประเทศ คณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการได้พิจารณากลั่นกรอง และคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ ได้พิจารณาจากผู้ได้รับการเสนอชื่อรวม 3 ปี คือปี 2555, 2554, 2553 และนำเสนอต่อคณะกรรมการมูลนิธิฯ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธาน ให้พิจารณาตัดสินเป็นขั้นสุดท้ายเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2555

โดยระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา มีบุคคลหรือองค์กรได้รับรางวัลนี้แล้วทั้งสิ้น 62 ราย ในจำนวนนี้ มี 2 ราย ที่ได้รับรางวัลโนเบลในเวลาต่อมา คือ ศาสตราจารย์ นายแพทย์แบรี่ เจมส์ มาร์แชล รับพระราชทานรางวัลเจ้าฟ้ามหิดล ปี 2544 ต่อมารับรางวัลโนเบลปี 2548 และ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ฮารัลด์ ซัวร์ เฮาเซน รับพระราชทานรางวัลสมเด็จฟ้ามหิดล ปี2548 และรับรางวัลโนเบล ปี 2551 และ 1 ราย ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกในเวลาต่อมาคือ แพทย์หญิงมากาเร็ต เอฟซี ชาน ปี 2549 และมีคนไทยเคยได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล 4 รายคือ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประสงค์ ตู้จินดา และ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงสุจิตรา นิมมานนิตย์ ปี 2539 และ นายแพทย์วิวัฒน์ โรจนพิทยากร และ นายมีชัย วีระไวทยะ ปี 2552

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สง่างามสวยงามอันทรงเกียรติอย่างยิ่งในการพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทพระบรมมหาราชวัง ตามประวัติศาสตร์รัชกาลที่ 5โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นในพระบรมมหาราชวังเพื่อใช้เฉลิมฉลองการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 100 ปี มิสเตอร์ยอน ควูนิช สถาปนิกชาวอังกฤษจากสิงคโปร์ เป็นนายช่างผู้ออกแบบถวายตามพระราชดำริ แบบผสมผสานศิลปะไทยกับยุโรป องค์พระที่นั่งเป็นสถาปัตยกรรมยุโรป หลังคาเป็นยอดปราสาทแบบไทย3ยอด ยอดทรงมณฑปซ้อน7ชั้น หลังคาชั้นลด2 ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบสี มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ โคมไฟเชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่ภายในพระที่นั่งตั้งแต่ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) นำมาถวายแด่รัชกาลที่ 5 ปัจจุบันใช้อยู่ภายในท้องพระโรงกลาง เป็นสถานที่เสด็จออกให้คณะทูตานุทูตต่างประเทศเฝ้าฯถวายพระราชสาส์นและอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นที่ถวายหรือพระราชทานเลี้ยงรับรองพระราชอาคันตุกะ เป็นสถานที่สำคัญอันทรงเกียรติสำหรับผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทพระบรมมหาราชวัง บริเวณท้องพระโรงด้านหน้าประดับด้วยโคมไฟคริสตัสส่องประกายระยิบระยับห้อยระย้าจำนวน 3 โคมใหญ่ บริเวณผนังห้องทั้งสองด้านประดับด้วยพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ 8 รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ จอมพล สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช หรือสมเด็จวังบูรพาพระอนุชาของรัชกาลที่ 5 ทรงเป็นผู้ให้กำเนิดกิจการไปรษณีย์ไทย ต้นราชสกุล ภาณุพันธุ์ ที่นี่ยังได้นำพระแท่นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดินภายใต้เศวตฉัตรหรือเรียกกันว่า Throne หมายถึงราชบัลลังก์พระแท่นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ภายใต้เศวตฉัตรจำนวน 2 พระแท่น อีกทั้งมีเสลี่ยงสีทองประดับด้วยดอกไม้ประดิษฐ์สวยงาม และนกยูงมีปีกรำแพนสวยงาม อีกทั้งมีรูปปั้นแบบโรมันคนสามคนต่อตัวกันเป็นทางเดินขึ้นบันได6ขั้นไปยังห้อง จปร.

บุคคลระดับวี.ไอ.พี.ที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ องคมนตรี พลเอก พิจิตร กุลละวณิชย์ อำพล เสนาณรงค์ พลอากาศเอก กำธน สินธวานนท์ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ศาสตราจารย์ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ฯลฯ ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ทายาทหม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ศาสตราจารย์ นายแพทย์พรชัย-เภสัชกรหญิง ดร.อรพรรณ มาตังคสมบัติ ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เพชรพริ้ง (เสนาณรงค์) สารสิน ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายประชาสัมพันธ์บริษัทการบินไทยจำกัด( มหาชน) และเป็นหลานยาย ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี และบุตรสาว ท่านผู้หญิงนวลผ่อง เสนาณรงค์ พิไลพรรณ สมบัติศิริ ประธานกรรมการบริษัทโรงแรมปาร์คนายเลิศฯ และคู่ชีวิต พิชาย ชื่นสุขสวัสดิ์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ผาณิต พูนศิริวงศ์ ผู้บริหารหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฯลฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล นายแพทย์วิจารณ์ พานิช ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์สุพัฒน์ วาณิชย์การ ประไพศรี เทพหัสดิน ณ อยุธยา คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ฯลฯ และคณะทำงานที่เป็นข้าราชการระดับผู้ใหญ่กระทรวงสาธารณสุข อาทิ นายแพทย์คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรคติดต่อ หม่อมหลวงอนุพร เกษมสันต์ สำนักราชเลขาธิการ ในฐานะเจ้าของสถานที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งนี้งานพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลมีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ อ.ส.ม.ท.

ก่อนหน้านี้ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2555 เดินทางมาเยือนคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเมื่อวันที่ 29 มกราคม ในฐานะหน่วยงานที่ริเริ่มรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล พร้อมทั้งแสดงปาฐกถาในผลงานที่ได้รับรางวัล ณ ห้องประชุมราชปนัดดาสิรินธร อาคารศรีสวรินทิรา โรงพยาบาลศิริราช บริเวณหน้าตึกอำนวยการ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลและผู้อำนวยการโรงเรียนแพทย์ศิริราช พร้อมด้วยผู้บริหารคณะฯ ให้การต้อนรับและมอบพวงมาลัย จากนั้นเดินผ่านแถวนักศึกษาผู้ต้อนรับไปจนถึงบริเวณหน้าพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก โดยมีวงดุริยางค์ทหารเรือบรรเลงเพลงประจำชาติของผู้ได้รับพระราชทานรางวัลฯ เมื่อถึงหน้าพระราชานุสาวรีย์ฯ ได้วางพวงมาลาถวายบังคมพระราชานุสาวรีย์ฯ จากนั้นไปยังศาลาศิริราช 100 ปี วางพวงมาลัยถวายบังคมพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และนำแจกันดอกไม้ทูลเกล้าฯถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในเวลาต่อมาได้เยี่ยมชมห้องสมเด็จพระบรมราชชนก ตึกสยามินทร์ชั้น 2 ภายในรวบรวมเรื่องราวพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ รวมทั้งสิ่งของส่วนพระองค์ และของที่ระลึกที่หาดูได้ยาก

"ความสำเร็จที่แท้ มิใช่อยู่ที่การเรียนรู้ แต่อยู่ที่ความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้นั้น ให้เกิดประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติ" มหิดล สงขลานครินทร์ ตลอดพระชนมชีพของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงอุทิศพระองค์พัฒนาวิชาการอันเป็นประโยชน์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านการศึกษาวิชาแพทย์และการสาธารณสุข ทรงวางรากฐานอันมั่นคงให้วงการแพทย์ไทยก้าวสู่ความเจริญรุ่งเรืองและความทันสมัยทัดเทียมนานาอารยประเทศ นับเป็นคุณูปการอันใหญ่หลวงต่อประชาชนและประเทศชาติ ในวาระครบ 120 ปี แห่งการพระราชสมภพ จึงเป็นโอกาสอันสำคัญ ที่จะน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ผู้ทรงเป็น "พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย"