เครื่องเทศสมุนไพรแก้ "ท้องอืดท้องเฟ้อ"

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

อาการท้องอืดเกิดขึ้นได้กับทุกคน อายุมากยิ่งมีอาการมากกว่าคนอายุน้อย โดยทั่วไปแล้วอาการท้องอืด ไม่ใช่อาการที่จะต้องไปพบแพทย์ หากไม่ได้มีอาการตลอดเวลา หรือมีอาการร่วมกับความผิดปกติอื่นๆ อาการท้องอืดทางการแพทย์แผนปัจจุบัน เป็นเพียงอาการที่ก่อให้เกิดความรำคาญ แต่ในทางการแพทย์ตะวันออกแล้ว ท้องอืดเป็นสัญญาณของความอ่อนแรง ของไฟธาตุในการย่อยอาหาร หรือที่เรียกว่า "อัคนี"

ซึ่งอัคนีเป็นหัวใจสำคัญ ที่ทำให้ธาตุภายนอกร่างกายเชื่อมสู่ภายใน ดุจดั่งรากไม้ที่ดูดซับอาหารจากผืนดิน แล้วนำไปหล่อเลี้ยงลำต้นฉันใดก็ฉันนั้น ถ้าอัคนีทำงานได้ไม่ดีหรืออ่อนแรงลง อาหารที่ถูกย่อยและถูกดูดซึมได้ไม่ดี ร่างกายจะได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ส่วนอาหารที่ไม่ถูกย่อยจะหมักหมม ทำให้การทำงานของแบคทีเรียในลำไส้เสียสมดุล หรือไปรบกวนระบบภูมิต้านทานของร่างกาย เกิดเป็นโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ กระทั่งระบบไหลเวียนโลหิตก็ไม่ดี ผิวพรรณเศร้าหมอง มีกลิ่นตัว มีกลิ่นปาก มีพลังชีวิตน้อย เหนื่อยหน่าย อ่อนเพลีย ภูมิต้านทานต่ำ ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก เป็นต้น อัคนีไม่ได้มีหน้าที่เฉพาะการย่อยและดูดซึมอาหารเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่ทำลายเชื้อโรค และสารพิษที่สะสมอีกด้วย

เมื่อใดก็ตาม ที่อัคนีทำงานเป็นปกติ การย่อยอาหารจะสมบูรณ์ การไหลเวียนของโลหิตก็จะดี ผิวพรรณผ่องใส หายใจไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีกลิ่นตัว มีภูมิต้านทานดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าอัคนีอ่อนแรง จะนำไปสู่ความไม่สมบูรณ์ของระบบการย่อยอาหาร อาการที่บ่งบอกขั้นต้นที่เห็นได้ชัด คืออาการท้องอืดท้องเฟ้อ ซึ่งเกิดจากอาหารไม่ถูกย่อย จะหมักหมมเกิดเป็นก๊าชหรือลมขึ้นมา นำสู่ความผิดปกติการทำงานของธาตุลมในร่างกาย ทำให้มีอาการปวดเมื่อย มึนหัว ปวดหัว ปวดท้อง หนาวสั่น เป็นตะคริว เป็นต้น กล่าวได้ว่าการดูแลไฟธาตุในการย่อยให้เป็นปกติ คือหัวใจของการมีสุขภาพที่ดี

ดังนั้น สมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น เครื่องเทศต่างๆ จึงมีความจำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์อย่างมาก จนเป็นที่มาของยุคล่าอาณานิคม เพื่อมาตามล่าหาเครื่องเทศนั่นเอง เล่ากันว่า ยุคหนึ่งในยุโรป ใช้พริกไทยในการแลกซื้อสินค้าได้เหมือนเงินทอง สำหรับประเทศไทย ร่ำรวยสมุนไพร มีเครื่องเทศบำรุงไฟธาตุมากมาย ส่วนใหญ่เป็นส่วนประกอบในตำรับอาหารอยู่แล้ว แทบจะกล่าวได้ว่า ไม่มีอาหารไทยตำรับดั้งเดิมใด ที่ไม่ใส่เครื่องเทศ

การใช้เครื่องเทศสมุนไพร ควรเลือกใช้ตามลักษณะของแต่ละคน คนที่มีระบบย่อยและการเผาผลาญดีอยู่แล้ว เลือกเครื่องเทศที่ไม่ต้องเผ็ดร้อนมาก โดยใช้เครื่องเทศที่มีรสขมฝาดอยู่อย่างขมิ้น ส่วนคนอ้วนง่ายระบบเผาผลาญและการย่อยไม่ดี ควรเลือกเครื่องเทศที่มีรสเผ็ดร้อนสักหน่อย เช่น พริก ขิงแห้ง พริกไทย ดีปลี เป็นต้น ส่วนคนสูงอายุที่ผอมบางมีการย่อยไม่ดี ควรเลือกเครื่องเทศที่ไม่เผ็ดร้อนเกินไป และควรเลือกที่มีรสหอมฉุนมากกว่ารสร้อน เช่น ขมิ้น กระวาน ลูกผักชี กระชาย มะกรูด ตะไคร้ เป็นต้น

นอกจากนี้การได้รับแสงแดด การฝึกการหายใจ การนั่งสมาธิ เป็นการเพิ่มพลังของอัคนีได้อีกทางหนึ่ง ส่วนการรับประทานอาหารที่มัน อาหารที่ย่อยยาก อาหารที่มีคุณสมบัติเย็น ได้แก่ มะระ แตง ผักบุ้ง และอาหารหวานมากเกินไป กระทั่งวิถีชีวิตที่ขาดการเคลื่อนไหว รวมทั้งมีเพศสัมพันธ์มากเกินควร ก็ทำให้อัคนีลดลงได้เช่นกัน ในการทำให้อัคนีลดลง ยังเกิดจากการไปทำให้ธาตุลมกำเริบ ซึ่งธาตุลมที่มีคุณสมบัติเย็น จะไปลดการทำงานของไฟธาตุ เช่น ความเครียด ซึ่งถือเป็นการทำงานของธาตุลมอย่างหนึ่ง

แล้วยังมีลมที่กลืนเข้าไป กับการเคี้ยวหมากฝรั่ง การสูดน้ำมูก การสูบบุหรี่ การกลืนอาหารเร็วเกินไป การไม่เคี้ยวอาหารให้ละเอียด การดื่มเครื่องดื่มที่มี Carbonated ที่จะทำให้เกิดก๊าซ ส่วนอาหารที่ย่อยไม่หมด โดยเฉพาะอาหารจำพวกแป้งที่มีใยอาหารจะไม่ถูกย่อย เช่น ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต มันฝรั่ง หรือผักบางชนิด อย่างกะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ ถั่ว บร็อคโคลี่ หอมใหญ่ หน่อไม้ฝรั่ง ก็สามารถทำให้เกิดก๊าซได้เช่นกัน และสำหรับบางคนที่ขาดเอ็นไซม์ในการย่อยนม เมื่อดื่มนมก็จะทำให้มีอาการท้องอืดได้เหมือนกัน

แต่อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้ว วันหนึ่งๆ ร่างกายจะผลิตก๊าซวันละครึ่งแกลลอน มีส่วนประกอบเหมือนอากาศไม่มีกลิ่น แต่ที่มีกลิ่นเนื่องจากการหมักหมมของอาหารที่ลำไส้ใหญ่ ซึ่งกลิ่นของการผายลม เป็นสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกความผิดปกติของระบบการย่อยอาหาร เช่นเดียวกับอาการท้องอืด ดังนั้น ต้องรักษาการทำงานของอัคนีให้เป็นปกติ ด้วยการรับประทานเครื่องเทศที่เหมาะสม มีการเคลื่อนไหว มีการออกกำลังกาย ดูแลอาหารการกิน ทำอารมณ์และจิตใจให้เป็นปกติ และให้ตระหนักไว้เสมอว่า การกินอาหารที่มีประโยชน์มากแค่ไหน จะได้รับประโยชน์เพียงน้อยนิด หากมีระบบการย่อยอาหารไม่ดี

หากท่านใดมีความสนใจ เชิญเข้าเยี่ยมชม ที่ศูนย์การเรียนรู้การดูแลสุขภาพภาคประชาชน ด้านการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องของสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย ณ มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โทรศัพท์ 0-3721-1289 ได้เลยค่ะ