"วิวาห์ล้านบัว ยลบัวล้านดอก"

ออกไปดู "สะดือแม่น้ำโขง" ลอดอุโมงค์ "ถ้ำพญานาค" อุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ
ที่นี่...รายการตะวันหรรษา

การปรากฏตัวของ "ทะเลบัวแดง" แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ทอดตัวยาวออกไปไกลสุดสายตา จนใครๆก็ปรารถนาที่จะไปสัมผัสใกล้ชิดด้วยตนเอง เพื่อค้นหาที่มาของคำว่า "ม่วนแซบอีหลี มีดีที่อีสาน" ผ่านอารยธรรมและธรรมชาติที่งดงาม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดงาน เทศกาลเที่ยวอีสาน 2556 (Amazing I-SAN Fair 2013) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อสร้างการรับรู้ภาพลักษณ์ที่มีเอกลักษณ์สะท้อนความเป็น "แหล่งเรียนรู้ อู่อารยธรรม" สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เสนอขายรายการนำเที่ยว (Package Tour)

ธวัชชัย อรัญญิก รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวถึงนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย ปี 2556 ว่าจะเน้นความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านการท่องเที่ยว เปลี่ยนคู่แข่งเป็นคู่ค้า เพิ่มโอกาสทางการตลาดเตรียมเปิดประชาคมอาเซียน (AEC) ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ และวัฒนธรรม การทำงานเชิงบูรณาการ อันจะนำมาซึ่งรายได้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาล

พัฒน์มาศ วงศ์พัฒนศิริ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. กล่าวว่า ภาคอีสานครอบคลุมพื้นที่ 20 จังหวัด มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ศาสนา การท่องเที่ยววิถีชีวิตในชุมชน ที่ผ่านมา ททท.ได้สนับสนุนผู้ประกอบการภาคเอกชน หน่วยงานของรัฐ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชนโดยรอบได้เข้ามามีส่วนร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านชุมชนโดยตรง

ดิฉันได้รับเชิญจาก ททท. สำนักงานอุดรธานี และ ทรงศักดิ์ ศรีเคลือบ ประธานสมาพันธ์สมาคมเครือข่ายท่องเที่ยวประเทศไทย (สคท.) ให้ไปร่วมพิธีเปิดงานเทศกาลทะเลบัวแดงบาน หนองหานกุมภวาปี ประจำปี 2556 มี เสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานฯ และสำรวจแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยมี เกียรติพงษ์ คชวงษ์ ผช.ผอ.ททท.อุดรธานี ประสานงาน และมีนักท่องเที่ยวของ ฟูจิทัวร์ (ประเทศไทย) ร่วมเดินทางไปสัมผัสความมหัศจรรย์ถิ่นอีสาน ตามโปรแกรม "เยือนอีสาน สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งอารยะธรรม และธรรมชาติที่งดงาม" เส้นทาง อุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ รวม 3 วัน 3 คืน

ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 22.00 น. และรุ่งเช้า 07.00 น. อิ่มมื้อเช้ากับข้าวต้มปลา-หมู-ไก่ ผัดไทย ไข่เจียว ปาท่องโก๋และกาแฟ ที่ สวนอาหารสระบัว ไปลงเรือที่ ท่าเรือบ้านเดียม นั่งได้ลำละ 8 ท่าน ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ดอกบัวจะบานช่วงเช้าตรู่ถึง 11 โมง มีข้อห้าม ว่าลงเรือแล้ว ต้องไม่พูดถึงเรื่องตำนาน "ผาแดง-นางไอ่" เพราะอาจเกิดอุปสรรคระหว่างนั่งเรือ "ไม่เชื่อ...อย่าลบหลู่" ชาวบ้านเชื่อถือเรื่องนี้มาก

"ทะเลบัวแดง" ที่หนองหาน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี แหล่งท่องเที่ยว ทุ่งดอกไม้ธรรมชาติที่มีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุด ในอดีตที่นี่คือ หนองน้ำธรรมชาติ ที่มี บัวแดง และพืชน้ำมากมาย คาดว่ากระแสลมได้พัดพาพืชน้ำที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำ ผักตบชวา จอก แหน เข้าไปอยู่ริมขอบหนองน้ำ พื้นที่ส่วนกลางจึงโล่งโปร่ง บัวแดง (บัวสาย) จึงขยายพันธุ์และเติบโตได้รวดเร็ว ยึดครองพื้นที่หนองหานไว้ได้

ตำนานเล่าไว้ว่า นางไอ่คำ ราชธิดาของเจ้าเมืองเอกชะทีตา (ยุคขอมโบราณ) มีความงามเลื่องลือไปถึงเมืองบาดาล เจ้าเมืองจัดประชันบั้งไฟเพื่อเสี่ยงทายขอฝน เจ้าชายเมืองใดยิงได้สูงสุดจะได้นางไปเป็นชายา ท้าวผาแดง แห่งเมืองผาโพง (เมืองเลยโบราณ) และ ท้าวภังคี บุตรชายของพญานาคสุทโธ มาประชันบั้งไฟด้วย แต่ไม่ชนะ ผู้ชนะเป็นญาติผู้ใหญ่จึงไม่รับไปนางไปเป็นชายา

และด้วยเคราะห์ในอดีตชาติของทั้งสามที่ผูกพันกันมา ทำท้าวผาแดงลอบเข้าหานาง ส่วนท้าวภังคีแปลงกายเป็น กระรอกเผือกไปชมโฉม เมื่อนางเห็นจึงอยากได้ นายพรานอาสาไปตามจับและใช้ธนูยิงกระรอกเผือกตาย ก่อนตายท้าวภังคีในร่างกระรอกเผือกอธิษฐานไว้ว่า ใครบังอาจบริโภคเนื้อของตน จงจมน้ำตายในบาดาล ด้วยอิทธิฤทธิ์ของพญานาคปริมาณเนื้อจึงมีปริมาณมาก แจกจ่ายกินทั่วเมืองก็ยังไม่หมด

พญานาคเจ้าเมืองบาดาลโกรธที่บุตรถูกมนุษย์ฆ่าและนำเนื้อไปกิน จึงนำกองทัพนาคเข้าถล่มเมือง ในคืนนั้นเกิดพายุฝนแผ่นดินไหวและน้ำท่วม พัดพาเมืองจมลงสู่บาดาลเป็น "หนองหาน" ในปัจจุบัน ส่วนท้าวผาแดงพานางไอ่คำหนีออกไปเป็นระยะทางยาวไกล แต่หนีไม่พ้น จึงฆ่าตัวตายแล้วนำกองทัพปีศาจกลับมาต่อสู้กับกองทัพพญานาค เทวดาต้องมาไกล่เกลี่ยให้พักรบ และให้รอพระพุทธเจ้ามาตัดสินชี้ขาด

อัจฉพรรณ บุญเจริญ ผู้อำนวยการ ททท.อุดรธานี (อุดร-หนองคาย-บึงกาฬ) กล่าวว่าดอกบัวแดงในหนองหานพร้อมใจกันผลิบานจากน้ำขึ้นมา มี ปริมาณมากในเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ แล้วจะค่อยๆลดปริมาณลงในเดือนมีนาคม ดอกบัวแดงผลิบานสะพรั่งเต็มท้องน้ำ จึงเป็นที่มาของคำว่า "ทะเลบัวแดง"

ททท.อุดรธานี ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.อุดรธานี สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.อุดรธานี หอการค้า จ.อุดรธานี และชมรมถ่ายภาพ จ.อุดรธานี จัดงาน "วิวาห์ล้านบัว ยลบัวล้านดอก" ณ ทะเลบัวแดง หนองหานกุมภวาปี รับสมัครคู่รัก-คู่ฮันนีมูน-คู่สามีภรรยา เข้าร่วมพิธีแต่งงานพื้นบ้าน เพื่อประชาสัมพันธ์ทะเลบัวแดง บริษัทนำเที่ยวสามารถเสนอขายแพ็คเกจ และเปิดการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติบ้านเชียง แหล่งโบราณคดีที่มีความสำคัญของประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ องค์การยูเนสโก (UNESCO) จดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางประวัติศาสตร์ (ธ.ค.2535) จัดแสดงวิถีชีวิต เอกลักษณ์และภูมิปัญญา ชาวไทยพวนบ้านเชียง ที่มาตั้งถิ่นฐานและตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านเชียง วัตถุโบราณที่พบเป็นภาชนะดินเผา ลายเขียนสีเอกลักษณ์ เรียกว่า "ลายก้นหอย" ค่ะ

เดินทางไป อำเภอบ้านดุง เยี่ยมชมกิจการ เกลือสปาบ้านกุญณภัทร เป็น ธุรกิจต่อยอดมาจากการทำนาเกลือ ในอำเภอบ้านดุง โดยนำภูมิปัญญาวิถีชาวบ้านมาผสานกับทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ใช้ประโยชน์จากเกลือสินเธาว์ เป็นผลิตภัณฑ์ หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ โคลนสมุนไพร น้ำร้อนจากพลังแสงอาทิตย์ ฯลฯ

สัมผัส วังนาคินทร์คำชะโนด เชื่อว่าที่นี่คือ ประตูสู่เมืองบาดาล เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พื้นที่ราว 20 ไร่ สภาพคล้ายเกาะที่มีน้ำล้อมรอบ มี ต้นชะโนด ที่มีลักษณะคล้ายต้นตาลผสมกับมะพร้าว ขึ้นปกคลุมอยู่หนาแน่นเป็นจำนวนมาก ในดงชะโนดมีน้ำซับอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่เคยมีน้ำท่วมบางคนเล่าลือว่า ที่นี่เป็นดินแดนลี้ลับ มี ศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธ และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ อยู่ที่กลางดง

ไปบึงกาฬ จังหวัดที่ 77 ห่างจากกรุงเทพฯ 751 กิโลเมตร มีพื้นที่ติดแม่น้ำโขง และแขวงบริคำไชย สปป.ลาว รับประทานอาหารค่ำที่ ร้านอาหารคลองสำราญ เข้าพักที่ โรงแรมเดอะวัน เช้าวันรุ่งขึ้นไปสักการะ ศาลเจ้าแม่สองนาง ชาวบ้านเชื่อว่า เจ้าแม่จะคุ้มครองให้ผู้ที่ประกอบอาชีพทางน้ำพ้นจากภัยอันตราย

ไปอำเภอศรีวิไล เยี่ยมชม ภูทอก (ภูเขาที่โดดเดี่ยว) เคยเป็นป่าทึบ พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ จัดตั้งเป็นสถานปฏิบัติธรรม ภูทอกน้อย เป็นที่ตั้งของวัดเจติยาศีรีวิหาร (วัดภูทอก) ต้องเดินเท้าขึ้นยอดภูทอกไปตามสะพานไม้เวียนรอบภูเขา 7 ชั้น ผู้มาเยือนจะหยุดที่ชั้น 5 ชมทัศนียภาพรอบภูเขา มีศาลา กุฏิพระ ถ้ำ และหน้าผา เช่น ผาเทพนิมิตร ผาหัวช้าง ผาเทพสถิต มื้อกลางวันอิ่มอร่อยที่ร้านอาหารโรงแรมแม่น้ำ ฝั่งตรงข้าม คือ ปากซัน สปป.ลาว มีแม่น้ำโขงกั้นพรมแดนค่ะ

เดินทางไปวัดอาฮงศิลาวาส ใกล้กับ แก่งอาฮง มีโขดหินเรียงรายจากฝั่งออกไปสู่กลางลำน้ำโขง ชาวบ้านเชื่อว่า ที่นี่คือ "สะดือแม่น้ำโขง" จุดที่มีความลึกที่สุด ไม่สามารถวัดระดับความลึกได้ เนื่องจากมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวและแรงมาก ในฤดูน้ำหลาก กระแสน้ำจะไหลวน จนเห็นเป็นรูป กรวยขนาดใหญ่ หากมีซากไม้ขนาดใหญ่ลอยมาถึง จะถูกดึงลงไปหมุนวนแล้วจมหายไป ชาวบ้านเชื่อว่าแม่น้ำโขงบริเวณนี้มีถ้ำที่เป็นทางเข้าออกของ เมืองบาดาล พญานาคจะมารวมกันที่นี่ เพื่อร่วมถวายพุทธบูชาในช่วงออกพรรษา และเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ บั้งไฟพญานาค จำนวนมาก ณ ที่แห่งนี้

ขับรถเลียบถนนริมโขงเข้าสู่ จังหวัดหนองคาย ไหว้องค์พระ หลวงพ่อใหญ่ ที่วัดไทย เมืองโพนพิสัย มีความศักดิ์สิทธิ์ด้าน ขอคู่ ขอบุตร และขอยศถาบรรดาศักดิ์ ไปสักการะ "รอยพระพุทธบาทพระธาตุเหล็กไหล" เชื่อว่าเป็น หินนาคราช เกิดในแม่น้ำโขง มีดวงจิตของพญานาคเฝ้าพิทักษ์รักษา ชมรูปปั้นราชาพญานาค เสาหลักเมืองบาดาล พิพิธภัณฑ์พญานาควัดไทย และเยือนเมืองบาดาล (จำลอง) มีถ้ำทั้งเจ็ดอยู่ภายใน สร้างขึ้นตามนิมิตของท่านเจ้าอาวาส

ประกอบด้วย เบิกภพนาคอนันต์ ตำนานแม่น้ำโขง (พญาศรีสุทโธนาคราช กับพญาสุวรรณนาคราช) ขันเงินแวววาว บูชาพระประจำวันเกิด นาคแก้วนที ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเหล็กไหล ศรีทองพันธการ ห้องสมบัติพญานาค ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ บูรพาจารย์ประณต ประดิษฐานรูปหล่อเหมือนพระอริยสงฆ์ มรกตสาธาร เป็นทางแคบๆเล็กๆก่อนออกจากถ้ำ และปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค การแสดงปาฏิหาริย์เพื่อถวายพระพุทธเจ้า ในวันออกพรรษา

จากนั้นไปร่วมงานถนนคนเดิน โดยเทศบาลเมืองหนองคาย และรับประทานอาหารค่ำ ที่แพ 12 ราศี ตั้งอยู่ที่ท่าน้ำวัดมีชัยท่า สัมผัสบรรยากาศริมฝั่งโขง และลิ้มลองเมนูปลาแม่น้ำโขง โดยมี ธนภร ปราภัย และกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวของจังหวัดหนองคาย มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสื่อมวลชน และทีม ททท. อุดรธานี เพื่อหาแนวทางในการทำงานร่วมกันในโอกาสต่อไป และเข้าพักที่โรงแรมอัศวัน ค่ะ

วันที่สาม ออกเดินกันแต่เช้าตรู่ เพื่อเยือน "วังบัวแดง หนองคาย" แม้ไม่อลังการเท่าทะเลบัวแดง หนองหานกุมภวาปี แต่ด้วยวิถีชาวบ้าน และบัวแดง (บัวสาย) มีขนาดใหญ่ สีสันสดใส จึงดึงดูดความสนใจได้มากทีเดียวค่ะ เรือบริการมีลำเล็ก และลำใหญ่ ไม่ใช้เครื่องยนต์ แต่ใช้แรงคนพายเท่านั้น ป้ากนกพร พาลงเรือพายไปตามร่องน้ำ และเล่าว่า วังบัวแดงเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มี พ่อเสถียร ถาวร เป็นประธานวังบัวแดง ชาวบ้านมีรายได้จากการพายเรือเที่ยวละ 100 บาท เป็นอาชีพเสริมจากการทำประมงตามปกติในวังบัวแดงค่ะ

ไปย้อนรอยประวัติศาสตร์ เมืองเวียงคุก (เวียงคุ/เวียงคำ) สันนิษฐานว่าอาจเป็นเมืองหนองคายในปัจจุบัน สักการะพระธาตุบังพวย ในวัดพระธาตุบังพวย เป็นเจดีย์โบราณบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สถูปแบบอินเดียรุ่นเดียวกับองค์พระปฐมเจดีย์ เคยพังทลายลงเนื่องจากฐานทรุด ได้รับการบูรณะใหม่โดยกรมศิลปากร ใกล้ๆมี สระมุจลินทร์ หรือสระพญานาค เมื่อใดที่มีการแต่งตั้งเจ้าเมือง จะนำน้ำจากสระนี้ไปสรง เพื่อความเป็นสิริมงคล แล้วจึงเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ

ททท. ได้ร่วมกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟม.) สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.) และภาคเอกชน จัดโครงการ ปู๊นๆ ฉึกฉัก หลงรักอีสาน เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวทางรถไฟ โดยโบกี้ตู้นอนพิเศษปรับอากาศ สัมผัสบรรยากาศการเดินทางสบายๆ เพลิดเพลินทิวทัศน์ของสองข้างทาง

เส้นทางแรก 7-11 กุมภาพันธ์ และ 11-14 กุมภาพันธ์ 2556 นุ่งซิ่น เยือนถิ่นโขง ใส่บาตรข้าวเหนียว พาเที่ยวเชียงคาน กรุงเทพฯ-อุดร-หนองคาย-เวียงจันทน์ ชมความงามของทะเลบัวแดง สักการะพระใส พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของหนองคาย ตักบาตรข้าวเหนียวที่เชียงคาน จ.เลย เที่ยวเชื่อมโยงลุ่มแม่น้ำโขง เมืองเวียงจันทน์ สปป.ลาว

เส้นทางที่สอง 5-8 เมษายน 2556 เที่ยวอุบล ยลสามพันโบก กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี-น้ำตกคอนพะเพ็ง สปป.ลาว มหัศจรรย์สามพันโบก ชมภาพเขียนที่ผาแต้ม โขงเจียม เต้นรำบัดสโลบ ซอกแซกตรอกซอกซอยชิมของอร่อย ซื้อสินค้าตลาดช่องเม็ก ชายแดนไทย-ลาว เที่ยวน้ำตกคอนพะเพ็ง สปป.ลาว

เส้นทางที่สาม 20-23 กรกฎาคม 2556 ขึ้นรถไฟ ไปตักบาตรบนหลังช้าง กรุงเทพฯ-สุรินทร์-ช่องจอมตลาดการค้าไทย-กัมพูชา ตักบาตรบนหลังช้าง ชมขบวนแห่เทียนพรรษา แหล่งผ้าไหมที่ท่าสว่าง ซื้อสินค้าตลาดช่องจอม เส้นทางข้ามแดน จ.สุรินทร์ สู่กัมพูชา ชมนาฏศิลป์อีสานใต้ กันตรึม ตื่นตาอลังการกับอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์

เส้นทางที่สี่ 9-10 สิงหาคม 2556 สิงหาพาแม่ไหว้พระธาตุ กรุงเทพฯ- ขอนแก่นไหว้พระธาตุ 4 เมือง รุ่งเรืองตลอดชีวิต พระมหาธาตุแก่นนคร พระธาตุขามแก่น ฯลฯ ชมสิมอีสาน ฮูปแต้มสินไซ ณ วัดไชยศรี ชมจิตรกรรมฝาผนังแบบอีสาน นั่งสามล้อพาชิมของอร่อยเมืองร้อยเอ็ด ชมการแสดงนาฏศิลป์ถิ่นอีสาน

สอบถามและสำรองที่นั่งได้ที่ สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.) โทร. 0-2919-6037 0-2919-6039-40 08-5065-8144 08-1251-2207 และ 08-1263-2919 หรือ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย