ชีวิตเกินคุ้มกับความสุขที่วางไม่ลงของ ครูกอล์ฟ-พิทักษ์ หังสาจะระ ศิลปินนักจัดดอกไม้

นัดพบ

'นักจัดดอกไม้' อาจจะมิใช่อาชีพในฝันของคนทั่วไป แต่เมื่อได้สนทนากับ ครูกอล์ฟ-พิทักษ์ หังสาจะระ ศิลปินนักจัดดอกไม้ แห่งฟลาวเวอร์ เดคคอร์ สตูดิโอ (Flower Decor Studio) เรากลับพบว่า "นักจัดดอกไม้" เป็นได้ไม่ยาก และกำลังกลายเป็นอาชีพที่ขาดแคลน เพราะบ้านเรามีนักจัดดอกไม้ฝีมือดีเพียงไม่กี่คน ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ "ครูกอล์ฟ"

ทุกวันนี้ครูกอล์ฟจึงไม่เพียงจะสร้างผลงานใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากการจัดดอกไม้ทั่วไป เช่น การสร้างสรรค์ประติมากรรมดอกไม้ ดอกไม้กับแฟชั่น ดอกไม้กับจิวเวลรี่ ฯลฯ แต่ยังทุ่มเทเวลากับการถ่ายทอดวิชาการจัดดอกไม้ให้กับลูกศิษย์ทั้งที่สตูดิโอของตนเอง สถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน บ้านเมตตา บ้านปราณี ศูนย์ฝึกอาชีพต่างๆ วิทยาเขตโชติเวช และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ฯลฯ ลูกศิษย์ครูกอล์ฟจึงมีตั้งแต่ชนชั้นสูงและเด็กด้อยโอกาสในสังคม

ครูกอล์ฟรู้สึกอย่างไรเวลาที่อยู่กับดอกไม้

มีความสุขมากครับ ไม่เหมือนอยู่กับคนที่ทำให้เราปวดหัวอยู่ตลอดเวลา เพราะดอกไม้เขาจะเงียบและสวย แต่ดีที่ตัวเองไม่ใช่คนคิดมาก มองทุกอย่างในแง่บวก มีความสุขกับการให้ก็จะรู้สึกสบายๆ คนเราคิดดีทำดีก็จะพบพานแต่สิ่งดีๆ

มีหลักในการจัดดอกไม้ของตัวเองอย่างไร

สำหรับนักจัดดอกไม้มือใหม่จริงๆ ก็คงต้องมีหลักการ แต่ ณ วันหนึ่งที่เราชำนาญขึ้น รู้จักธรรมชาติของดอกไม้ เราก็จะสามารถนำมาประยุกต์ได้ เพราะการจัดดอกไม้ก็ถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง แรกๆ ก็อาจจะดูแข็งไม่ลงตัว แต่เมื่อเราฝึกฝนฝีมือก็จะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มมีสไตล์ของตนเองอย่างชัดเจน

ทราบว่าครูกอล์ฟเป็นที่ปรึกษาให้กับดาษดารีสอร์ทดอกไม้ ที่ปราจีนบุรีด้วย

ใช่ครับตั้งแต่วินาทีแรก จนถึงวันนี้ของดาษดาครูกอล์ฟช่วยดูแลให้ทั้งหมดเลย เนื่องจาก ดร.ปาวเรศ บุญตานนท์ ขอร้องให้เป็นที่ปรึกษาเรื่องดอกไม้ เพราะแกบอกว่าอยากทำรีสอร์ทดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ปกติครูกอล์ฟไม่ค่อยชอบทำงานร่วมกับใคร แต่พอได้ไปดูสถานที่จริงบอกได้คำเดียวเลยว่ารู้สึกหลงรัก เพราะเดิมเขาก็มีไร่ดอกไม้อยู่แล้ว จึงตอบตกลงทันที น่าภูมิใจนะครับที่เขาให้ความไว้วางใจเรา พื้นที่ของเขาใหญ่มาก พอได้ลงมือทำแล้วตื่นเต้นดี เพราะคอนเซ็ปต์คือจัดเป็นแกลเลอรี่ดอกไม้ขนาดใหญ่ให้คนทั่วไปเข้าชม ปรากฏว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวเข้าไปชมเต็มทุกวัน เวลาครูกอล์ฟไปยืนสังเกตการณ์โดยไม่แสดงตัว เห็นทุกคนมีความสุขกับดอกไม้ตามมุมต่างๆที่เราจัดก็พลอยมีความสุขไปด้วย เพราะคอนเซ็ปต์ในแต่ละปีไม่เหมือนกันเลย ปีนี้เข้าปีที่ 3 แล้ว

นอกจากนี้ก็จัดให้ธนาคารไทยพาณิชย์ซึ่งเขาชอบงานศิลปะมาก ปีนี้เราจัดรูปแบบเป็นประติมากรรมดอกไม้ ส่วนใหญ่แล้วดอกใช้ไม้ปลอม ซึ่งผลิตจากโรงงานของลูกศิษย์เขาทำส่งออกอยู่แล้ว โรงงานนี้เขาผลิตได้เหมือนดอกไม้จริงด้วย ดอกไม้ปลอมทั้งหมดที่ร้านก็สั่งจากโรงงานลูกศิษย์คนนี้ด้วยเช่นกัน ปีนี้ไทยพาณิชย์จัดในคอนเซ็ปต์ของวันพ่อโดยเน้นออกแนวประติมากรรมดอกไม้ซึ่งต่างกับแจกันทั่วไปที่เราจะต้องสร้างรูปแบบออกมา คือต้องให้มองเห็นครบทั้งสามมิติแบบลอยตัว ครั้งนี้เราเน้นใช้วัสดุจากธรรมชาติทั้งหมด เช่น ดอกไม้ ใบไม้ กิ่งไม้ ดอกไม้แห้ง หรือดอกไม้ประดิษฐ์ซึ่งเลียนแบบธรรมชาติ เพราะฉะนั้นเวลาที่เราสร้างประติมากรรมดอกไม้จึงต้องใช้จินตนาการค่อนข้างสูงทีเดียว แต่สนุก เพราะเราเป็นมากกว่าเจ้าของร้านดอกไม้ แต่เราเป็นครูสอนจัดดอกไม้ เรามีโรงเรียน เราเป็นศิลปิน เราเป็นดีไซเนอร์ที่ออกแบบงานให้กับลูกค้า ประสบการณ์ต่างๆที่ผ่านมาจึงช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้น การได้เดินทางบ่อยๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การจัดดอกไม้ของเราฉีกแนวออกไป เพราะได้เห็นแนวการจัดดอกไม้ของทั่วโลก ยกตัวอย่างเช่น งานกรอบรูปประดับดอกไม้ประดิษฐ์ ครูกอล์ฟก็ได้แรงบันดาลใจมาจากการเดินทางไปเมืองเวนิซ เห็นเขาทำกรอบรูปแนวนี้ก็เลยนำมาดัดแปลงเป็นแนวของตัวเอง และต่อยอดด้วยการเขียนเป็นหลักสูตรสอนลูกศิษย์ด้วย

ในมุมมองของครูกอล์ฟดอกไม้นำไปเป็นองค์ประกอบของเรื่องใดได้บ้าง

การจัดดอกไม้มันเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง สมัยก่อนการจัดดอกไม้ถือเป็นศิลปะชั้นสูง มีสอนกันแต่เฉพาะในวัง ตาสีตาสาทั่วไปจึงไม่มีโอกาสได้เรียน ภายหลังเมื่อการจัดดอกไม้เผยแพร่สู่บุคคลภายนอก งานจัดดอกไม้ก็ได้ถูกนำไปประยุกต์เข้ากับงานต่างๆมากมาย อย่างของครูกอล์ฟเองก็จะนำไปทำเป็นจิวเวลรี่ ประดับงานอินทีเรีย ทำเป็นเสื้อผ้า ประติมากรรมลอยตัว

ครูกอล์ฟเองมีโอกาสได้ทำงานถวายในวังด้วยใช่มั้ยคะ

ใช่ครับซึ่งเป็นเรื่องที่ภาคภูมิใจอย่างสูงสุดในชีวิต ในโอกาสสำคัญๆ เช่น เทศกาลปีใหม่ วันพ่อ ทางวังศุโขทัยก็จะมาสั่งดอกไม้จากที่ร้านเรา เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งครูกอล์ฟได้มีโอกาสไปจัดดอกไม้ในงานวันประสูติของ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาทั้งสองพระองค์ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ตรัสถามว่าใครจัดดอกไม้ ธิดาของพระองค์เจ้าภีศเดชก็ทูลว่าครูกอล์ฟเป็นคนจัด หลังจากนั้นก็ได้ถวายงานเรื่อยมา โดยเฉพาะงานใหญ่ๆของวังศุโขทัย รวมทั้งได้ถวายการสอนการจัดดอกไม้ให้กับ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ตอนที่ทรงพระครรภ์ด้วย รวมแล้วประมาณสิบกว่าปี จึงเป็นที่ปลาบปลื้มปีติมาก เพราะจะมีคนไทยสักกี่คนที่ได้ทำ

อยากทราบว่าครูกอล์ฟเริ่มต้นมีอาชีพนักจัดดอกไม้ได้อย่างไร

ครูกอล์ฟเป็นเด็กสมุทรปราการ แล้วคุณพ่อ คุณแม่ก็ไม่ใช่คนร่ำรวย ครูกอล์ฟเป็นลูกชายคนโตมีพี่น้อง 4 คน ความที่เราเป็นลูกคนโตเห็นคุณแม่ลำบากมาตลอดเราก็ช่วยท่านทำงานบ้าน ขายของเล็กๆน้อยๆ เช่น ขายน้ำแข็งไส ขายกล้วยแขก ส่วนคุณพ่อเป็นไต้ก๋งเรือ พอโตขึ้นก็เรียนเทคนิคกรุงเทพ ทางด้านคหกรรมซึ่งสอนเรื่องการจัดดอกไม้ และงานฝีมือต่างๆ ขณะเดียวกันตอนนั้นก็เรียนทางด้านทำผมแต่งหน้าด้วยเพราะคุณแม่ส่งไป วันไหนรับงานแต่งหน้าเจ้าสาวซึ่งต้องไปถึงงานตอนเที่ยงคืน เสร็จงานก็จะไม่กลับบ้าน ตอนบ่ายก็จะหอบกระเป๋าแต่งหน้าไปนั่งหลับอยู่หน้าชั้นเรียน ชีวิตครูกอล์ฟก็คือทำงานควบคู่ไปกับการเรียนมาตลอดเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเดือดร้อนครอบครัวเรื่องค่าเล่าเรียน แล้วเราก็มีความสุขกับงานที่เราทำมาก สมัยที่เรียนเทคนิคกรุงเทพ การนั่งรถมาซื้อดอกไม้ที่ปากคลองตลาดถือว่าไกลมาก ครูกอล์ฟก็เลยใช้วิธีเก็บดอกไม้แถวป่าชายเลนมาจัด อาจารย์ชมว่านายพิทักษ์เธอทำได้อย่างไร ทีนี้ทุกอาทิตย์เราก็จะรอว่าเมื่อไหร่จะถึงชั่วโมงการเรียนจัดดอกไม้อีกเพราะมีความสุข สมัยก่อนก็เรียนตามตำรา

พอเรียนจบก็บวชให้คุณพ่อ คุณแม่ 1 ปี ตอนลาสิกขา เจ้าอาวาสท่านจะไม่ยอมให้สึก เพราะระหว่างที่เป็นพระก็ช่วยจัดดอกไม้ให้กับทางวัด ที่สึกเพราะมีอยู่วันหนึ่งโยมแม่ก็เอาหนังสือพิมพ์มาให้ดูว่า หลวงพี่มีบริษัทญี่ปุ่นเขากำลังรับสมัครนักจัดดอกไม้ อยากไปมาก อ้อนวอนจนเจ้าอาวาสวัดชัยมงคล ที่ปากน้ำ สมุทรปราการ ให้สึก ที่สุดก็ไปสมัครงานในวันรุ่งขึ้นหัวโล้นไปเลย ปรากฏว่าช้าไปหนึ่งวันเพราะเขาปิดสมัครไปแล้ว นั่งรอตั้งแต่เช้าจนกระทั่งบ่ายโมง จนผู้จัดการเขาสงสารเรียกเข้าไปคุยใหม่ ครูกอล์ฟก็เลยขอความเห็นใจบอกกับเขาว่าให้ผมทำตำแหน่งอะไรก็ได้ครับ

ในที่สุดเขาก็เมตตารับเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานสต็อก ตรงนี้ทำให้ครูกอล์ฟได้รับอะไรเยอะมากเลย จึงอยากจะฝากบอกเด็กรุ่นใหม่ว่า การไปสมัครงานครั้งแรกไม่ควรจะตั้งความหวังว่าฉันจะต้องได้ตำแหน่งนั้นตำแหน่งนี้ พึงระลึกเสมอว่าเรายังไม่มีประสบการณ์ใดๆเลย เด็กรุ่นใหม่ควรฝึกที่จะเรียนรู้ ฝึกที่จะรู้จักอดทนเพื่อการไต่เต้า ครูกอล์ฟเองยืนยันได้เลยว่ามีวันนี้ได้เพราะการสั่งสมประสบการณ์ทั้งสิ้น

แต่การเป็นพนักงานฝ่ายสต็อกในวันนั้น แม้จะไม่ได้จัดดอกไม้เลย แต่ครูกอล์ฟได้เรียนรู้วิธีการเรียงตะกร้า วิธีการแช่โอเอซืส ฟลอร่าโฟมสำหรับการจัดดอกไม้ที่ต้องปล่อยให้เขาชุ่มน้ำด้วยตัวเอง ไม่ใช่กดให้จม วิธีการดามกล้วยไม้ให้หน้าดอกสวย รู้จักชื่อกล้วยไม้ชนิดต่างๆ วิธีการต่อดอกกล้วยไม้กับถุงน้ำ วิธีการจัดกระเช้า ฯลฯ ทุกอย่างเป็นความรู้หมดเลย เพราะบริษัทนี้ใหญ่มาก รับจัดดอกไม้ให้ทั่วประเทศ แต่บางคนอยากเป็นช่างจัดดอกไม้เลยโดยไม่รู้แม้กระทั่งวิธีการตัดก้านดอกไม้ การเป็นพนักงานธรรมดามันช่วยให้เราเรียนรู้สิ่งต่างๆอย่างมากมาย "การเรียนรู้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ส่วนประสบการณ์จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ" เรื่องนี้ต้องฝากไว้เลยสำหรับผู้ที่คิดจะมีอาชีพนักจัดดอกไม้

ครูกอล์ฟเป็นพนักงานสต็อกอยู่นานมั้ยคะกว่าจะได้เป็นนักจัดดอกไม้

ครูกอล์ฟเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี ช่วยเขาไปทั่ว วันหนึ่งก็มีครูญี่ปุ่นมาสอนจัดดอกไม้ เราก็แอบดูอาศัยครูพักลักจำ บางครั้งก็ไปช่วยเขาเตรียมดอกไม้ แต่ละวันก็จะมีเศษดอกไม้ทิ้งโขทีเดียว เสียดายมากก็เลยไปขอหัวหน้าว่า ครูกอล์ฟขอดอกไม้ที่เหลือทิ้งนี้ได้มั้ย อยากเอาไปจัดเล่นที่บ้าน หัวหน้าก็ให้ เชื่อมั้ยว่าหอบดอกไม้ขึ้นรถเมล์กลับบ้านอย่างทะนุถนอม เพราะบ้านอยู่บางปู ต้องนั่งรถมาวันละ 4 ต่อ กว่าจะถึงที่ทำงานที่อาคารธนิยะเก่า มีความสุขมากที่ได้เอาดอกไม้ที่จัดแล้วไปให้แม่ดู บางวันก็ตั้งไว้ที่มุมหนึ่งของโต๊ะทำงาน

จำได้ว่าเป็นพนักงานสต็อคอยู่ 1 ปี ช่างจัดดอกไม้เขาก็ขาด เพราะมีการเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าที่ชิดลม เขาก็เลยจับครูกอล์ฟไปที่สาขาชิดลม สมัยก่อนร้านดอกไม้จะอยู่ใต้บันไดเลื่อน ลูกค้าชอบมากเพราะเราชอบคุย เดือนแรกขายได้ 5 หมื่นบาท จากที่เคยได้ 2 หมื่นบาท เดือนที่ 3 ได้แสนกว่าบาท หลังจากนั้นก็มีหน้าที่เดินสายไปเปิดสาขาตามห้างต่างๆ ปีกว่าๆ ก็ได้เป็นหัวหน้าคุมช่างจัดดอกไม้ทุกสาขา เราจึงก้าวหน้าไวเพราะทำงานโดยที่ไม่ได้หวังตำแหน่ง แต่เราสนุกกับการทำงานมากกว่า การขึ้นไวก็ย่อมเป็นที่จับตามองจากคนเก่า

ประจวบกับตอนนั้นมีนักเรียนที่เขามาเรียนจัดดอกไม้กับบริษัทที่เราทำงาน เขาต้องการเปิดโรงเรียนสอนจัดดอกไม้ในเมืองไทย ครูกอล์ฟก็เลยไปสมัคร เขาก็ยินดีมาก เราเลยทำทั้งหน้าที่ครูและดีไซเนอร์ไปพร้อมๆกัน เขาก็ดีนะจะให้เราไปเรียนจัดดอกไม้กับสถาบันมานาโกะ ฟลาวเวอร์ อะคาเดมี สาขาประเทศไทย แต่มีเงื่อนไขว่าครูกอล์ฟต้องทำงานอยู่กับเขา 3 ปี โดยไม่สามารถลาออกได้ ก็ตกลงซิ ค่าเรียนตั้งหลายแสนบาท จ่ายเองคงไม่ไหว ปรากฏว่าโรงเรียนก็เติบโตอย่างรวดเร็ว นักเรียนสมัยก่อนก็เป็นผู้มีอันจะกินทั้งนั้น มาเรียนจัดดอกไม้เพื่อเป็นงานอดิเรก บางคนก็สายสัมพันธ์กันมาจนทุกวันนี้

5 ปีผ่านไป บริษัทขยายขึ้นเรื่อยๆ จึงมีคนอยากจะมาทำตำแหน่งเราเยอะมาก ก็สมควรแก่เวลา กอปรกับเริ่มเบื่อคนมาก เพราะมันวุ่นวาย ทำให้เราไม่ค่อยมีสมาธิกับการทำงาน จึงเดินไปบอกกับเจ้านายว่าจะลาออก ซึ่งใจจริงไม่อยากออกเลยเพราะยังสนุกกับการทำงาน เจ้านายก็ดีมาก หลังจากออกมาแล้วก็มาทำเอง ตอนแรกก็มีหุ้นส่วน แต่ก็มีปัญหากันเล็กน้อย เลยต่างคนต่างไป ตอนหลังไปหาที่แถวสุขุมวิท 53 เปิดร้านชื่อ "ร้านคุณพิทักษ์" มีอุปสรรคพอสมควร หลังจากนั้นก็มาได้ที่สุขุมวิท 39 เปิดเป็นสตูดิโอ โรงเรียนสอนจัดดอกไม้ เป็นร้านดอกไม้ เขียนคอลัมน์เกี่ยวกับดอกไม้ ทำรายการทีวีเรื่องการจัดดอกไม้ เป็นที่ปรึกษาให้กับดาษดา เป็นประธานคณะอนุกรรมการสาขาการจัดดอกไม้ให้กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เป็นกรรมการตัดสินการประกวดจัดดอกไม้ในต่างประเทศ ฯลฯ

นอกจากนี้ยังไปเป็นครูสอนให้กับศูนย์ฝึกอาชีพฟรี เพราะการจัดดอกไม้เป็นงานศิลปะมทำให้ทุกคนมีความสุข ช่วยทำให้เด็กที่ยังเคว้งคว้างได้มีวิชาชีพติดตัวไป สมัยก่อนก็จะไปสอนที่บ้านเมตตา บ้านปราณี บ้านฟ้าใส รวมทั้งไปเป็นวิทยากรให้กับศูนย์ฝึกอาชีพที่แม่โจ้อยู่หลายปี

ครูกอล์ฟมีความสุขมากที่ได้ทำ คือคนเราเมื่ออยู่ตัวและมีความพร้อมในระดับหนึ่งแล้ว งานหลักเรายังคงต้องทำอยู่เพราะมันเป็นอาชีพเพื่อหารายได้รับผิดชอบลูกน้อง และครอบครัว แต่ในขณะที่เรารับผิดชอบ เราต้องรู้จักแบ่งปันด้วย หลายคนมักจะบอกว่าไว้มีเงินเยอะก่อนแล้วค่อยช่วยเหลือคนอื่น ครูกอล์ฟมองว่าไม่จำเป็น เพราะความรู้ในตัวเราสามารถช่วยคนอื่นๆได้อีกมากมาย ทำแบบนี้มาตลอดชีวิต ดีใจมากที่เรามีประโยชน์กับสังคม ถ้าว่างๆ ก็จะไปคุยกับหลวงตาท่านหนึ่งที่วัดอโศการาม ที่บางปู บางครั้งก็จะไปช่วยท่านจัดดอกไม้บ้าง

สไตล์การจัดดอกไม้ของครูกอล์ฟเป็นแบบไหนคะ

ก่อนอื่นต้องบอกว่าสไตล์การจัดดอกไม้ทั่วโลกจะคล้ายกันหมด เพราะว่าเราเป็นศิลปิน เป็นนักออกแบบการจัดดอกไม้ เราต้องศึกษาอยู่เรื่อยๆ แต่ที่โดดเด่นมากคือการนำดอกไม้ไปทำแฟชั่นโชว์ หรือนำมาทำเป็นเดรส เป็นเครื่องประดับ ทำจิวเวลรี่ ส่วนรูปแบบการจัดดอกไม้ของครูกอล์ฟจะค่อนข้างหรูหรา แต่ดูอบอุ่น นุ่มนวล

ทุกครั้งที่จะจัดดอกไม้ให้กับลูกค้า ครูกอล์ฟจะคุยเพื่อทราบความต้องการ หลังจากนั้นจึงตามด้วยคำแนะนำ ประสบการณ์จะสอนและช่วยให้เราตีโจทย์แตกเพื่อที่ลูกค้าจะได้ไม่ผิดหวัง ส่วนเรื่องของสไตล์คงจะไม่ยึดติดแล้วละครับ เพราะการเป็นศิลปินนักออกแบบการจัดดอกไม้ เราไม่จำเป็นต้องมีกรอบ การทำงานให้ตรงโจทย์มากที่สุด นั่นต่างหากคือความสำเร็จ

ศิลปินที่ต้องทำงานศิลปะ บางครั้งจะทำงานตามใจตัวเองอย่างเดียวก็ไม่ได้ และครูกอล์ฟก็โชคดีที่ไม่คิดว่าตัวเองเป็นศิลปิน ดีไซเนอร์ หรือครูสอนจัดดอกไม้ แต่เลือกที่จะเป็นคนช่างสังเกต ชอบเดินทาง ชอบอ่านหนังสือ ชอบให้ความรู้คน ชอบที่สร้างสรรค์งานใหม่ๆ เพราะฉะนั้นดอกไม้ซึ่งมีเสน่ห์เรื่องสี เรื่องผิวสัมผัส ครูกอล์ฟจึงนำความโดดเด่นเหล่านี้มาประยุกต์เป็นเสื้อผ้า จิวเวลรี่ ครูกอล์ฟเป็นนักจัดดอกไม้เพียงคนเดียวของเมืองไทยที่ทำฟลาวเวอร์แฟชั่นโชว์ให้ครูสอนจัดดอกไม้ทั่วประเทศญี่ปุ่นมาชมที่เมืองโอซาก้า ซึ่งถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง

คนไทยนิยมการจัดดอกไม้แบบไหนคะ

คนไทยชอบถ่ายรูป การจัดดอกไม้ออกแนวแฟนซีจะเป็นที่นิยมมาก เช่น เมื่อปลายปีจัดที่สยามพารากอน ใช้กล้วยไม้เป็นหลัก แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราว เช่น คลื่นน้ำ สวนป่า สอดแทรกด้วยแลนด์สเคป เวลาเห็นคนตื่นเต้นเราก็พลอยมีความสุขไปด้วย ทำให้เรามีพลังอยู่ตลอดเวลาที่จะจัดดอกไม้ จึงรู้สึกว่าคุ้มเหลือเกิน เพราะทุกงานที่ทำ ครูกอล์ฟจะทำเกินร้อยเสมอ

งานจัดดอกไม้จะออกมาสวยได้ ครูกอล์ฟต้องรู้จักคุณสมบัติของดอกไม้ทุกชนิด

ก็คงต้องอย่างนั้น เพราะ 20 ปีที่แล้วที่คลุกคลีอยู่กับดอกไม้ เป็นความสุขที่วางไม่ลงจริงๆครับ

ถ้ามีลูกศิษย์เดินเข้ามาขอเรียนจัดดอกไม้กับครูกอล์ฟ เบื้องต้นเขาควรมีพื้นฐานเรื่องใดบ้าง

เบื้องต้นครูกอล์ฟคงต้องถามถึงวัตถุประสงค์ในการเรียน ถ้าเขาบอกว่าจะเรียนเป็นงานอดิเรก ครูกอล์ฟก็จะบอกว่าถ้าเช่นนั้นก็ทำตัวให้มีความสุขทุกครั้งที่มาเรียน ส่วนคนที่มาเรียนเพื่อคิดจะไปเปิดร้านดอกไม้ ก็จะแนะนำว่าให้เรียนด้วยความสบายใจ จำทุกขั้นตอนให้ดี ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนค่อยทบทวนกันใหม่ ลูกศิษย์ของครูกอล์ฟมีทุกระดับ การจัดดอกไม้ไม่ใช่เรื่องยาก ทุกอย่างจะเป็นไปตามสัดส่วน เรียนรู้แบบค่อยเป็นค่อยไป

ครูกอล์ฟคิดว่าความสำเร็จของตัวเองเกิดขึ้นจากเหตุปัจจัยอะไรบ้าง

คนเราจะประสบความสำเร็จได้ ต้องมีโอกาส อย่ารอโอกาส ต้องหาโอกาส และรู้จักสร้างโอกาสให้ตัวเอง เมื่อตัวเองมีครบแล้วควรที่จะรู้จักให้โอกาสคนอื่นบ้าง ในคำว่า "โอกาส" ยังต้องแฝงไว้ด้วยความมานะอดทน ความพยายามที่จะเรียนรู้เพื่อผลักดันตัวเองไปสู่จุดหมายที่ดีโดยที่ไม่เห็นแก่ตัว และมีความกตัญญู เพราะครูกอล์ฟเชื่อมั่นว่าความกตัญญูจะไม่ทำให้คนจนตรอก คนเราถ้ามีความรู้คู่ศิลปะ คุณไม่ต้องกลัวเลย ขอให้มีความอดทน มานะ พยายาม ทุกคนสามารถทำอะไรได้หมด

การเป็นนักจัดดอกไม้ที่ดี ควรมีคุณสมบัติอย่างไร

สมัยนี้มีนักจัดดอกไม้ที่เก่งๆเยอะมาก แต่การเป็นนักจัดดอกไม้ที่ดี จะต้องให้คำแนะนำที่ดีแก่ลูกค้า คนเราทำงาน "เพื่อเงิน" แต่ "อย่าเห็นแก่เงิน" หมั่นศึกษาหาความรู้ให้กับตัวเองไปเรื่อยๆ มีความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ ยอมรับงานของคนอื่น ให้โอกาสกับนักจัดดอกไม้รุ่นใหม่ๆ และที่สำคัญที่สุด คือก่อนที่จะเป็นนักจัดดอกไม้ที่ดี ควรเป็นนักวางแผนที่ดีก่อน เมื่อขึ้นไปเป็นผู้บริหาร เราไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่าง ควรจะมีมือซ้ายและมือขวาที่สามารถทำงานแทนได้ ลูกค้าไม่ได้ต้องการคนที่จัดดอกไม้สวยที่สุดหรอกครับ แต่เขาต้องการเพื่อนที่ไว้วางใจได้ แม้กระทั่งเรื่องการสอนลูกศิษย์ หลากหลายมาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติ สื่อสารกันไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่เราก็ต้องอดทน เพราะเขามีใจศรัทธาในตัวเราจึงยอมเสียค่าเครื่องบินแพงๆ บินมาเรียนกับเรา

การจัดดอกไม้มีเทรนด์เช่นเดียวกับแฟชั่นมั้ยคะ

ดอกไม้ทุกชนิดล้วนมีเสน่ห์อยู่ในตัวเอง เพราะฉะนั้นวัตถุประสงค์ในการจัดจะเป็นข้อกำหนดรูปแบบเพื่อสร้างความโดดเด่นด้วยพลังทั้งหมดของเรา

การจัดดอกไม้ขึ้นอยู่กับฤดูกาลหรือไม่

มีส่วนครับ เพราะดอกไม้บางชนิดออกดอกตามฤดูกาล แล้วแต่ลูกค้าต้องการ

โดยส่วนตัวแล้วครูกอล์ฟชอบดอกไม้ประเภทไหน

ชอบดอกไม้ไทยๆครับ โดยเฉพาะดอกพุดซ้อน กล้วยไม้ ดอกเข็ม พวงชมพู ถ้าเป็นดอกไม้นอกก็จะชอบลิลลี่ออฟเดอะวัลเล่ย์ เพราะฉะนั้นเวลาไปต่างจังหวัดก็จะชอบเก็บดอกไม้ริมทางมากำเป็นช่อบูเก้แช่น้ำไว้ในห้องนอน แค่เด็ดดอกหญ้าก็มีความสุขมากแล้วครับ

การเดินทางทำให้มุมมองในการจัดดอกไม้ของเราเปลี่ยนไปบ้างมั้ยคะ

เปลี่ยนยากมากครับ เพราะตราบใดที่เราอยู่กับที่ เราก็จะคิดว่าสิ่งที่เราคิดนั้นดีที่สุดแล้ว แต่การได้เดินทางไปทั่วโลก ทำให้เราเห็นวิธีการ เห็นสไตล์ที่สามารถนำมาปรับเข้ากับงานของเรา

สไตล์การจัดดอกไม้มีทั้งหมดกี่ชนิดคะ

ถ้าเป็นสมัยเรียนก็จะมีสไตล์เนเธอร์แลนด์ แบบอังกฤษทรงสามเหลี่ยมสูงๆ แบบอเมริกาก็จะชอบกำดอกไม้ ญี่ปุ่นจะเป็นแบบอีเคบาน่า มีเส้นสายต่างๆประกอบ เยอรมันเน้นความเป็นธรรมชาติ ส่วนสไตล์แบบไทยก็จะเน้นการประดิษฐ์ แต่ปัจจุบันนี้การจัดดอกไม้ได้ถูกศิลปินนำมาหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวไปแล้ว แม้กระทั่งมาลัยของบ้านเรายังถูกนำไปประกอบการจัดดอกไม้ในต่างประเทศ แล้วดอกไม้ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่แต่ในแจกันเท่านั้นอีกต่อไป

แนวการจัดดอกไม้ของครูกอล์ฟเป็นอย่างไรคะ

ถ้าเป็นของคุณสกลก็จะออกแนวโครงสร้าง ของน้องเอี๋ยวก็จะออกสไตล์ดิบๆ ถ้าเป็นเอกก็จะเน้นความเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าเป็นของครูกอล์ฟก็จะเน้นความเป็นอาร์ตผสมกับแฟชั่น ซึ่งต้องคิดอยู่ตลอดเวลา

อาชีพนักจัดดอกไม้มีแนวโน้มเช่นไรในอนาคต

บอกได้เลยว่าขาดตลาด เพราะช่างดอกไม้รุ่นใหม่ไม่มองเรื่องประสบการณ์ แต่มองไกลถึงการเป็นเจ้าของกิจการ หรือนั่งในตำแหน่งใหญ่โต ขึ้นไปไวก็จะเบื่อไว ค่อยๆสนุกกับการไต่เต้าชีวิต จะมีสีสันกว่าเยอะ

ครูกอล์ฟมีไอดอลมั้ยคะ

มีครับ สมัยเรียนจัดดอกไม้ใหม่ๆ คือ มิสเตอร์ฟูมิฮิโกะ ฟูรามัตสึ แชมป์โลกจัดดอกไม้เพียงคนเดียวของเอเชียซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น ครูกอล์ฟพบเขาครั้งแรกที่เมืองไทย เพราะเขาจัดดอกไม้โชว์โดยการเชิญของอินเตอร์ ฟอร์ร่า แล้วเราก็ได้เป็นเพื่อนกันจนถึงทุกวันนี้ ล่าสุดก็ได้เจอกันที่อังกฤษตอนที่ไปเป็นกรรมการตัดสินการประกวดดอกไม้ ส่วนเมืองไทยชอบ ศักดิ์ชัย กาย แต่ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว เพราะเขาไม่ได้ยึดอาชีพเป็นนักจัดดอกไม้ เขาถ่ายรูปดอกไม้ได้สวยมาก (เน้นเสียง)

คุ้มมั้ยคะสำหรับชีวิตครูกอล์ฟ

คุ้มมากครับ โดยเฉพาะการได้ทำให้คุณพ่อภูมิใจ (น้ำตาคลอ) เพราะท่านอยากให้เรารับราชการแล้วเราไม่ชอบ แอบมาทำทางด้านดอกไม้ จนวันหนึ่งเขาเห็นในทีวี เขาก็หันไปพูดกับแม่ว่า "นี่ลูกมันเหนื่อยนะ" ปกติแล้วเป็นคนที่ไม่ค่อยคุยกับพ่อ ไม่เคยบอกรักคุณพ่อเลยกระทั่งท่านเสีย เพราะฉะนั้นเวลาที่ท่านยังมีชีวิตอยู่บอกรักท่านซะ แต่คุณแม่เข้าใจ ตอนสมัยเด็กๆ โดนพ่อตีบ่อยมาก แต่ก็ไม่เคยโกรธ

ครูกอล์ฟจะสอนลูกน้องทุกคนว่าความกตัญญูต่อบุพการีเป็นสิ่งประเสริฐสุด ทุกครั้งเวลาท้อก็จะนึกถึงท่านทั้งสองก่อนเสมอ แล้วก็จะมีกำลังขึ้นว่าเราต้องอยู่เพราะเราเป็นลูกคนโต สมบัติทุกอย่างที่บ้านก็ยกให้น้องๆหมด แม้กระทั่งร้านนี้ก็เช่นกัน ถ้าวันหนึ่งครูกอล์ฟไม่อยากทำแล้ว แล้วน้องสาวก็ไม่อยากทำต่อ ก็ขายเสีย แล้วแบ่งเงินให้ลูกน้องคนละก้อนเพื่อให้เขาใช้เป็นทุนสำหรับตั้งตัว เพราะสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ คือมิตรภาพ ความรัก เวลา และโอกาส แต่เราจะได้สิ่งเหล่านี้ตอบแทนกลับมาคือความจริงใจ ชีวิตที่ผ่านมาลำบากมาพอสมควร แต่ทุกวันนี้ สิ่งดีเข้ามาในชีวิตราวกับปาฏิหาริย์ทุกครั้งไป ในชีวิตครูกอล์ฟอยากสวมชุดครุยเพื่อเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร แต่ก็ไม่มีโอกาสเพราะต้องเสียสละให้น้องเรียน แต่จู่ๆ ก็ได้รับปริญญามหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คหกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (คหกรรมศาสตร์ศึกษา) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ครูกอล์ฟดีใจมากเพราะฝันมาตลอดชีวิต

ถ้าถามว่าอยากไปจัดดอกไม้ที่ไหนมากที่สุด

อยากจัดดอกไม้ถวายให้ในหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไม่อยากไปโชว์ใครแล้ว ตอนนี้กำลังจัดกระเช้าถวายทั้งสองพระองค์อยู่ เวลาเห็นพระองค์ท่านในข่าวพระราชสำนัก น้ำตาไหลทุกครั้งไป

บ้านเรามีเทศกาลดอกไม้ใหญ่ๆที่ใดบ้าง

ที่โรงแรมฮิลตัน สยามพารากอน เซ็นทรัลชิดลม และที่ดาษดา ซึ่งเต็มที่มาก

สุดท้ายแล้วครูกอล์ฟกับดอกไม้เป็นอะไรซึ่งกันและกันคะ

สำหรับครูกอล์ฟ คำว่า "ดอกไม้" หมายถึงธรรมชาติทั้งหมด เพราะรากไม้ เปลือกไม้ กิ่งไม้ ต้นไม้ ขอนไม้ ใบไม้ และลูกไม้ ถ้าคุณเป็นนักจัดดอกไม้มืออาชีพ คุณจะต้องสามารถนำมาประยุกต์ดัดแปลงออกมาเป็นงานศิลปะการจัดดอกไม้ได้หมด เพราะถ้าเป็นศิลปะขั้นสูง เราอาจใช้ดอกไม้เพียงแค่ดอกเดียวก็ได้

และทั้งดอกไม้จริงและดอกไม้ปลอมก็ใช้หลักการจัดแบบเดียวกัน แต่ถ้าถามว่าชอบแบบไหน ก็ต้องบอกว่าดอกไม้จริง (หัวเราะ) แต่ในภาวะปัจจุบัน ทั้งสภาพเศรษฐกิจและเวลา จึงทำให้ลูกค้าเปลี่ยนมาใช้ดอกไม้ประดิษฐ์เพราะราคาถูกกว่า

ครูกอล์ฟมีอะไรอยากจะฝากไปถึงนักจัดดอกไม้รุ่นใหม่ๆ อย่างไรบ้างคะ

สมัยที่ตัวเองเป็นเด็กนักศึกษาเริ่มจัดดอกไม้ใหม่ๆ ก็จะมองรุ่นพี่ มองคนเก่งๆ เช่น พี่แพน-เผ่าทอง ทองเจือ อย่างชื่นชม บางครั้งการเรียนรู้จากผู้ใหญ่จะทำให้เราได้อะไรหลายๆอย่าง คนเราไม่สามารถเก่งได้ทุกเรื่อง ผู้ใหญ่ผ่านอะไรมามาก ก็จะมองทะลุถึงข้อดีข้อเสีย การเข้าไปขอความรู้จากผู้ใหญ่ จะทำให้เราได้ความคิดแนวใหม่เพิ่มขึ้น และจะทำให้เราประสบความสำเร็จได้ นักจัดดอกไม้รุ่นใหม่มักมองข้ามเรื่องเหล่านี้ ไม่คิดที่จะศึกษาจากคนรุ่นเก่า การเป็นช่างจัดดอกไม้ที่ดีเป็นได้ไม่ยาก เพียงแค่เรามีความมุ่งมั่น อดทน ใฝ่รู้อยู่ตลอดเวลา มีคุณธรรมในการทำงาน ต้องรู้จักให้และยอมรับในฝีมือคนอื่น และที่สำคัญที่สุดคือ "ต้องมีความกตัญญู" ครับ

ครูกอล์ฟจบการสนทนาในวันนั้น ด้วยการมอบแจกันดอกไม้ให้เป็นของที่ระลึก พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณดอกไม้ที่ไม่เพียงสร้างความสุขให้แก่ผู้รับ แต่ดอกไม้ยังได้นำมาซึ่งมิตรภาพอันอบอุ่นให้กับครูกอล์ฟด้วย