เครื่องเทศ 4 สหาย ควรมีไว้ประจำบ้าน

ธรรมชาติบำบัด

4...

ขิง

ประโยชน์ต่อสุขภาพ : แก้อาการคลื่นไส้ อาเจียนทุกชนิด

ขิงจัดเป็นสมุนไพรและเครื่องเทศที่ใช้กันมาเก่าแก่ชนิดหนึ่งของโลก สรรพคุณของขิงถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์อย่างกว้างขวางตั้งแต่เมื่อหลายพันปีมาแล้ว โดยเฉพาะในจีนและอินเดีย เพื่อแก้อาการคลื่นไส้ อาเจียนทุกชนิด และใน 20 - 30 ปีมานี้ นักวิทยาศาสตร์ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ขิงใช้รักษาอาการคลื่นไส้อย่างได้ผลจริงๆ

ทีมแพทย์ด้านระบบย่อยอาหาร จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน และมหาวิทยาลัยแห่งชาติหยาง-หมิง ในไต้หวัน ทำการศึกษาผลของการใช้ขิงกับอาสาสมัคร 13 คน ที่มีประวัติไม่สบายด้วยอาการคลื่นไส้ เมารถ เมาเรือ โดยให้คนเหล่านั้นนั่งเก้าอี้หมุนจนเวียนศีรษะและมีอาการคลื่นไส้ แต่เมื่อแพทย์ให้อาสาสมัครรับประทานขิง 1,000 - 2,000 มิลลิกรัม ก่อนที่จะนั่งลงบนเก้าอี้หมุน ปรากฏว่า อาการคลื่นไส้เกิดช้าลง และมีความรุนแรงน้อยลงด้วย

ในการศึกษานี้ นักวิจัยยังได้วัดระดับวาโซเพรสซิน (vasopressin) ในเลือด ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญที่แพทย์เชื่อว่ามีบทบาทในการทำให้เกิดอาการคลื่นไส้จากการเมารถเมาเรือ และพบว่าขิงช่วยยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนวาโซเพรสซิน นอกจากนั้นยังมีการวัดคลื่นไฟฟ้าในกระเพาะอาหารระหว่างที่มีอาการคลื่นเหียน และพบว่าขิงช่วยรักษาระดับคลื่นไฟฟ้าให้คงที่ เมื่อเทียบกับคลื่นไฟฟ้าที่ขึ้นๆลงๆในคนที่ไม่ได้รับประทานขิง

ปัจจุบัน ยังมีการค้นพบว่า ขิงมีสารที่สามารถต้านอนุมูลอิสระอย่างแรง ซึ่งสามารถกินเป็นอาหารเสริมสุขภาพเพื่อชะลอความชราของเซลล์ต่างๆในร่างกายได้อีกด้วย

สรรพคุณในการรักษาโรคต่างๆ : โรคข้ออักเสบ โรคหอบหืด ปัญหาโคเลสเตอรอล โรคหัวใจ อาการปวดแสบปวดร้อนที่หน้าอก อาหารไม่ย่อย ไมเกรน อาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ โรคหลอดเลือดสมองตีบ ไขมันในเลือดสูง นอกจากนั้นยังช่วยย่อย บำรุงธาตุ แก้หวัด แก้ไอ และบำรุงน้ำนม

วิธีซื้อขิง : ควรซื้อแบบเป็นแง่งจะดีกว่าแบบซอยมาแล้ว เพราะเสี่ยงกับการได้รับสารฟอกขาวจำพวกซัลไฟต์ แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ ให้เลือกขิงซอยที่มีสีขาวอมชมพูเล็กน้อย จะปลอดภัยกว่าสีขาวซีดหรือเหลืองจัด ส่วนการซื้อขิงสดที่เป็นแง่ง ให้ดูแง่งขิงที่เนื้อแน่นๆ และผิวเรียบ ขิงที่ซื้อมาแล้วใช้ไม่หมด ควรเก็บใส่ถุงหรือห่อกระดาษ แช่ไว้ในตู้เย็น จะเก็บไว้ได้นานถึง 2 อาทิตย์

การปรุงอาหารด้วยขิง : ขิงเป็นเครื่องเทศที่ใช้แต่งกลิ่นอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติและดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ และสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง ทั้งขิงสด ขิงแห้ง ขิงผง เช่น

- ใช้โรยหน้าปลานึ่ง โจ๊ก ใส่ในยำ ผสมในน้ำจิ้มข้าวต้มปลา ข้าวมันไก่

- รับประทานเป็นผักแนมกับแหนม ไส้กรอก

- หั่นเป็นแว่นเอาไปถูกับเนื้อสัตว์ก่อนย่าง จะช่วยให้เนื้อนุ่มและมีกลิ่นหอม

- ทำน้ำขิงต้ม โดยมีเคล็ดลับในการต้มน้ำขิงให้หอมอร่อย คืออย่าต้มนานเกินไป ใช้เวลาต้มสั้นๆ ไม่เกิน 2 - 5 นาที เพราะกลิ่นของขิงจะหายไปหมดหากตั้งไฟนาน

- ทำขนมหวาน เช่น ต้มกับมันเทศ ทำไข่หวาน หรือบัวลอย

ตำรับยาจากขิง :

- แก้คลื่นไส้ อาเจียน : ใช้ขิงสด 30 กรัม สับให้ละเอียด ต้มดื่มขณะท้องว่าง

- แก้หวัดแก้ไอ : ใช้เหง้าขิงสดอายุ 11 - 12 เดือน ขนาดเท่าหัวแม่มือ หนักประมาณ 5 กรัม ทุบให้แตก ต้มกับน้ำ ใช้ดื่ม ถ้ามีอาการไอร่วมด้วยก็อาจผสมน้ำผึ้งด้วย หรือเหยาะเกลือเล็กน้อยหากมีอาการไอร่วมกับเสมหะ เกลือจะช่วยขับเสมหะ จิบน้ำขิงบ่อยๆ แทนน้ำ อาการหวัดหายเร็วขึ้น

- แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ จุก เสียดแน่น แก้ปวดท้อง : นำขิง 30 กรัม ชงกับน้ำเดือด 500 มิลลิลิตร แช่ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง ดื่มครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ

- แก้ไอ : ใช้เหง้าสดประมาณ 60 กรัม น้ำตาลทรายแดง 30 กรัม ใส่น้ำ 3 แก้ว นำไปต้มเคี่ยวให้เหลือครึ่งแก้ว แล้วจิบตอนอุ่นๆ หรือใช้ฝนกับมะนาวแทรกเกลือใช้กวาดคอหรือจิบบ่อยๆ ในกรณีที่ต้องการใช้ ขับเสมหะ คั้นน้ำขิงสดประมาณครึ่งถ้วย ผสมน้ำผึ้ง 30 กรัม อุ่นให้ร้อนก่อนดื่ม ถ้ามีอาการไอเรื้อรัง ใช้น้ำผึ้งประมาณ 500 กรัม น้ำคั้นจากเหง้าสดประมาณ 1 ลิตร นำมาผสมกันแล้วเคี่ยวในกระทะจนน้ำระเหยไปหมด จึงนำมาปั้นเป็นลูกกลอนเท่าเม็ดลูกพุทราจีน ใช้อมครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง

- ทาปวดข้อ : ใช้เหง้าสดย่าง นำไปตำแล้วผสมกับน้ำมันมะพร้าว ใช้ทาบริเวณที่ปวด

- แก้ปวดประจำเดือน : ใช้ขิงแห้ง 30 กรัม น้ำตาลอ้อย หรือน้ำตาลทรายแดง 30 กรัม ต้มน้ำดื่ม

- ผมร่วงหัวล้าน : ใช้เหง้าสด นำไปผิงไฟให้อุ่น ตำพอกบริเวณที่ผมร่วง วันละ ๒ ครั้ง สัก ๓ วัน ถ้าเห็นว่าดีขึ้น อาจจะใช้พอกต่อไปจนกว่าผมจะขึ้น

ข้อควรระวัง :

- สตรีมีครรภ์ไม่ควรกินมาก เพราะในทางการแพทย์ตะวันออกจัดว่าขิงเป็นยาร้อน การกินยาร้อนมากเกินไปอาจทำให้แท้งได้

- การต้มน้ำขิงด้วยความร้อน จะทำให้สารสำคัญบางอย่างที่ออกฤทธิ์รักษาอาการปวดข้อสลายตัวไปได้

- ถ้าใช้น้ำสกัดจากขิงที่เข้มข้นมากๆ แทนที่จะช่วยแก้อาการท้องอืดเฟ้อ จุกเสียด จะมีฤทธิ์ตรงข้ามคือไประงับการบีบตัวของลำไส้จนอาจถึงกับหยุดบีบตัวไปเลย

- คนที่เป็น "หวัดเย็น" (มีอาการหนาว ไข้ต่ำ ไม่ค่อยมีเหงื่อ เสมหะเหลวใส) ลองดื่มน้ำขิงต้มร้อนๆควันฉุย จะช่วยให้อาการดีขึ้น

- คนที่เป็น "หวัดร้อน" (มีอาการปวดหัว ตัวร้อน เหงื่อออก คอแห้ง เจ็บคอ เสมหะเหนียวข้น) ขิงไม่เพียงช่วยไม่ได้เท่านั้น แต่ยังอาจทำให้อาการทรุดลงด้วย

- การใช้ขิงในปริมาณมากๆ อาจเพิ่มฤทธิ์การรักษาของยาละลายลิ่มเลือด ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการจับตัวของเกล็ดเลือด ควรระมัดระวังในการกินขิง และควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนด้วย

- การกินขิงในปริมาณมากๆ อาจทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นไม่ปกติ อันเนื่องมาจากฤทธิ์การกดประสาทส่วนกลางของขิง

- ขิงอาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ จึงควรระมัดระวังการใช้ในคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร

ปัจจุบัน ประเทศจีนมีการศึกษาวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ของขิง และพบว่าขิงแห้งช่วยให้กระเพาะอาหารแข็งแรง และในการศึกษาในห้องทดลอง ยังพบว่าขิงมีฤทธิ์แก้ปวด และต้านการอักเสบด้วย