ผ้าเยียรบับลาว เมืองอุบล

เลิศพัสตรา...ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไทย

ชื่อเสียงความวิจิตรงดงามของผ้าไหมเมืองอุบล ได้ถูกบันทึกไว้ในพระราชหัตถเลขาของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 สรุปความว่า ผ้ายกไหมของเมืองอุบล หรือ "ผ้าเยียรบับลาว" นั้นสวยงามเป็นเลิศกว่าใครในสยาม แม้ผ้ายกเมืองเชียงใหม่ก็ยังสู้ไม่ได้เลย...

วันเวลาผ่านมาเนิ่นนาน หลายคนลืมเลือนเรื่องมรดกผ้าผืนงามของเจ้านายเมืองอุบล นักวิชาการท้องถิ่นบางคนก็ยกพระราชหัตถเลขามาอวดอ้างว่าผ้าแบบอื่นของจังหวัดอุบลราชธานี มีความงามกว่าผ้าของที่อื่น โดยที่ไม่ศึกษาว่าในพระราชหัตถเลขานั้นหมายถึง "ผ้าเยียรบับลาว" เท่านั้น ส่วนนักวิชาการที่ยังไม่เคยเห็นหลักฐานผ้าโบราณของเมืองอุบล ก็เข้าใจผิดว่า ผ้าเยียรบับลาวที่อยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และในคลังหลวงนั้นเป็นผ้ายกนครของภาคใต้ เมื่อเราศึกษาผ้าโบราณของเมืองเชียงใหม่ และของเมืองนครศรีธรรมราช

เราจะเห็นชัดว่า ผ้ายกเชียงใหม่จะใช้สีพื้นแล้วยกดิ้นทอง ส่วนผ้ายกนครนั้นแม้จะสามารถสลับสีส่วนท้องผ้า ขอบผ้า และเชิงผ้า แต่ก็ยกดิ้นทองเป็นลวดลายในส่วนต่างๆ ซึ่งแตกต่างจากผ้ายกเมืองอุบล หรือ "ผ้าเยียรบับลาว" ที่สามารถยกเส้นไหมหลากหลายสีเป็นลวดลาย โดยประยุกต์วิธีการเก็บลายขิดอีสาน มาสร้างลวดลายซับซ้อนแบบผ้ายกผสมดิ้นเงินดิ้นทอง ดังหลักฐานที่ มีชัย แต้สุจริยา แห่งบ้านคำปุนได้อนุรักษ์ตัวอย่างผ้าเยียรบับลาวโบราณของเมืองอุบลเอาไว้ สำหรับผ้าเยียรบับลาวโบราณผืนใหญ่ที่สำคัญ คือผ้าปูพระแท่นบรรทมของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ผมเคยเห็นจัดแสดงไว้ที่ชั้นล่าง ห้องแสดงผ้าด้านในของตำหนักอรไทเทพกัญญา ในหมู่อาคารของพระที่นั่งวิมานเมฆ พระราชวังดุสิต งามวิจิตรจับใจสมดังที่ทรงมีพระราชหัตถเลขาไว้

ส่วนมรดกผ้าเยียรบับลาวโบราณของเจ้านายเมืองอุบล ที่ ดร.บำเพ็ญ ณ อุบล ได้เก็บรักษาไว้นั้น ผมได้มีโอกาสถ่ายภาพข้อมูลผ้าไว้ แต่แสนเสียดายและเศร้าใจมากที่เราต้องสูญเสียทั้งผ้าโบราณและปราชญ์ใหญ่แห่งเมืองอุบล ด้วยเหตุอัคคีภัยเมื่อปีก่อนโน้น

นับว่าเป็นบุญของแผ่นดินไทยที่สามารถฟื้นฟู "ผ้าเยียรบับลาว" ขึ้นมาใหม่ได้สำเร็จ โดยบ้านคำปุน ซึ่ง มีชัย แต้สุจริยา ได้ค้นคว้าเทคนิคการทอจากผ้าโบราณ และสามารถทำให้ประณีตยิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยแต่เดิมนั้นส่วนสีของท้องผ้าและสีของขอบผ้านั้นจะแบ่งเขตกันด้วยการใช้เทคนิคมัดหมี่ มัดย้อม เป็นส่วนละสี แล้วทอยกดอกลวดลายของแต่ละส่วนบนพื้นสีที่มัดย้อมสีเอาไว้ ซึ่งมีส่วนเหลื่อมล้ำของมัดหมี่ คุณมีชัยได้ประยุกต์ใช้เทคนิคเกาะหรือล้วง เกี่ยวเส้นไหมแบ่งแยกส่วนท้องผ้าและขอบผ้าโดยไม่เกิดส่วนเหลื่อมล้ำแบบมัดหมี่

สำหรับผ้ายกไหมเมืองอุบล หรือผ้าเยียรบับลาวที่บ้านคำปุนฟื้นฟูขึ้นมาใหม่นี้บางครั้ง ในปัจจุบันนั้นรู้จักกันในนาม "ผ้ากาบบัวคำ" เหตุที่ทอด้วยดิ้นทองคำและด้วยเหตุที่คุณมีชัย เป็นคนแรกที่คิดออกแบบ "ผ้ากาบบัว" และด้วยกระแสนิยมผ้ากาบบัว คนเมืองอุบลในปัจจุบันจึงเรียกผ้าทุกชนิดเป็นผ้ากาบบัวไปหมด ผ้าเยียรบับลาวเมื่อวันวานจึงกลายชื่อมาเป็นผ้ากาบบัวคำ แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือความวิจิตรงดงามของผืนผ้า งามพัสตรา...ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไทย


(ขอขอบพระคุณเจ้าของผ้า คือ สายสุนีย์ โควสุรัตน์ และ มีชัย แต้สุจริยา)


ที่ปรึกษา...อ.เพ็ญพรรณ สิทธิไตรย์ และ อ.สาวิตรี สุวรรณสถิตย์