ไปจับ "สายรุ้ง" ที่อุ้มผาง เส้นทาง "แผ่นดินดอย ลอยฟ้า 1,219 โค้ง" แห่งเมืองสี่มหาราช (จ.ตาก)

ที่นี่...รายการตะวันหรรษา

แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ภายในอ้อมกอดของ"ป่าไม้" และ "ขุนเขา" ในประเทศไทยมีมากมาย แตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมและสภาพภูมิประเทศ หลายแห่งได้รับการยกย่องให้เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและนานาชาติ ดั่งเช่น "อุ้มผาง" ของจังหวัดตาก

ดิฉันได้รับเชิญจาก สุรินทร์ ติเพียร ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก ผ่าน ทรงศักดิ์ ศรีเคลือบ ประธานคณะอนุกรรมการด้านตลาดท่องเที่ยวในประเทศ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้ไปสัมผัส แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของเมืองตาก เมื่อยามที่ลมหนาวมาเยือน จะงดงามเพียงใด และจะพาดู "ของดี ของดัง ฟังเสียงน้ำตกทีลอซู" ที่ว่า ซู่...ซ่าส์ ใน อำเภออุ้มผาง ด้วยค่ะ

การเดินทางเริ่ม 05.30 น. นักท่องเที่ยวและสื่อมวลชนคณะนี้ จัดได้ว่าเป็น นักเดินทางมืออาชีพ มาตามนัดและตรงเวลาทุกคน บรรยากาศคึกครื้นและเป็นกันเอง โดยมีมัคคุเทศก์และทีมงานของ ฟูจิทัวร์ อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง ตามโปรแกรม 4 วัน 3 คืน

อร่อยมื้อเช้า เกาเหลาต้มเลือดหมูกับข้าวสวยร้อนๆ เมนูเด็ดที่จังหวัดสิงห์บุรี แล้วเดินทางไปอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พักการเดินทางเพื่อรับประทานมื้อกลางวัน เป็นเมนูเด่นของ อาหารจีนกวางตุ้งรสชาติดั่งเดิม ที่ ภัตตาคารกวางตุ้ง ซึ่งเปิดให้บริการมานานกว่า 30 ปี

จุดหมายปลายทางต่อไปอยู่ที่ อำเภออุ้มผาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 1090 (แม่สอด-อุ้มผาง) ลัดเลาะไปตาม เทือกเขาถนนธงชัย เป็นเส้นทางที่คดเคี้ยว และสลับซับซ้อนมากถึง 1,219 โค้ง ชาวบ้านในพื้นที่ เรียกว่า ถนนลอยฟ้า นักท่องเที่ยวรู้จักในนาม แผ่นดินดอยลอยฟ้า 1,219 โค้ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง มีคำถามว่า ใครเป็นผู้นับจำนวนโค้ง? (คำตอบ เจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวง) เส้นทางแม่สอด-อุ้มผาง ตัดผ่านเทือกเขา มีความคดโค้งมาก ต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง ใช้รถสภาพดีและมีสมรรถนะสูง มี จุดพักนักเดินทาง บริเวณกิโลเมตรที่ 84 มีร้านขายอาหารและเครื่องดื่มค่ะ

อุ้มผาง แผ่นดินดอยลอยฟ้า เป็นชายแดนไทยติดกับสหภาพพม่า เคยเป็นเมืองหน้าด่านชายแดนตะวันตก มีจุดตรวจหนังสือเดินทางของชาวพม่า ที่เข้ามาค้าขาย โดยจะนำเอกสารหนังสือเดินทางใส่ไว้ใน กระบอกไม้ไผ่ที่มีฝาปิด เพื่อป้องกันฝนและการฉีกขาดระหว่างเดินทาง เมื่อถึงจุดตรวจที่อุ้มผางจะเปิดฝากระบอก นำเอกสารออกมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและประทับตรา

ชาวกะเหรี่ยงเรียก หนังสือเดินทาง ว่า อุ้มผะ เพี้ยนคำมาเป็น "อุ้มผาง" ต่อมาได้นำมาใช้เป็นชื่อของ อำเภออุ้มผาง ซึ่งเป็นอำเภอที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

เดินทางมาถึงที่พัก อุ้มผางบุรี รีสอร์ท ในเวลาใกล้ค่ำ รับประทานอาหารแล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สอง เดินทางไปท่าเรือ ต้นน้ำแม่กลอง เพื่อลงเรือยางล่องแก่ง ไปชมความงดงามแห่งผืนป่าและธรรมชาติอันร่มรื่นตลอดเส้นทาง อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง

กิจกรรมล่องแก่งแม่น้ำแม่กลอง เส้นทางอุ้มผาง-น้ำตกทีลอซู ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ผู้ที่มีความกังวลหรือกลัวการล่องแก่ง สบายใจได้ค่ะ เพราะการล่องแก่งที่นี่ ไม่มีจุดอันตราย หรือต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเหมือนกับการล่องแก่งที่อื่นๆ อย่างไรก็ตามขณะที่อยู่ในเรือ ทุกท่านต้องสวมเสื้อชูชีพ ด้วย

การล่องเรือยางไปตามลำน้ำแม่กลอง อนุญาตให้ลงได้ลำละ 8 ท่านโดยมีพลพายและนายท้ายเรือประจำการ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ก็ถึง น้ำตกทีลอจ่อ (น้ำตกสายฝน หรือน้ำตกสายรุ้ง) มีระดับความสูงประมาณ 80 เมตร สายน้ำที่ตกลงมากระทบโขดหิน เป็น ละอองน้ำฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ จึงมีความชุ่มชื้น ทำให้ได้เห็นพืชประเภทมอส และตะไคร่น้ำ ขึ้นปกคลุมเขียวชอุ่มตลอดปี เพิ่มเสน่ห์ที่งามตาและน่าหลงใหลให้กับน้ำตกแห่งนี้มากยิ่งขึ้น

สายน้ำจากลำห้วยที่ไหลทิ้งตัวจากหน้าผาสูงชัน ลงมาสู่ลำน้ำแม่กลอง แตกกระจายเป็นฝอยแลดูเหมือน สายฝนที่ตกมาจากท้องฟ้า ทำให้เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติ รุ้งกินน้ำ หรือสายรุ้ง 2 สาย ซ้อนกันขึ้นมา หากต้องการมาสัมผัสประสบการณ์ "จับสายรุ้ง" อย่างใกล้ชิด ต้องมาถึงก่อนเวลา 09.00 น. นะคะ

ชมความงามของสายรุ้งกันจุใจ และคลายความตื่นตาตื่นใจ พร้อมพาไปชมธารน้ำร้อน แก่งตะโค๊ะบิ ผาผึ้ง ผาบ่อ และผาเลือด ขึ้นจากเรือยางที่หน่วยพิทักษ์ป่าผาเลือด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง พักรับประทาน อาหารกลางวันแบบปิกนิกกันแล้ว ออกเดินทางด้วยรถประจำท้องถิ่น (รถปิกอัพ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีสมรรถนะสูงเท่านั้น) เพื่อไปชมน้ำตกทีลอซู ว่าจะยิ่งใหญ่เพียงใด

ชาวกะเหรี่ยง เรียกน้ำตกแห่งนี้ว่า น้ำตกทีลอซู (น้ำตกใหญ่) เพราะ มีเสียงดังกึกก้อง สายน้ำที่ใสสะอาด งดงามและสวยที่สุดในช่วงฤดูฝน เป็นน้ำตกเขาหินปูนขนาดใหญ่ สูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร (ปานกลาง) การเดินชมน้ำตกในแต่ละชั้น ต้องผ่านสายน้ำขึ้นไป และจะต้องใช้ความระมัดระวังให้มาก

น้ำตกทีลอซูที่ยิ่งใหญ่ ติดอันดับหนึ่งในหกของน้ำตกสวยงามที่สุดในโลก เกิดจาก ลำห้วยกล้อท้อ ทั้งสายไหล แผ่ปกคลุมพื้นที่หน้าผา กว้างกว่า 500 เมตร แล้วตกลงสู่หน้าผาที่สูงชัน ลดหลั่นเป็นชั้นๆ สูงกว่า 300 เมตร รายล้อมด้วยป่าดงดิบ เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ชมพรรณไม้แปลกตาและหายาก

เดินทางออกจากพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ด้วยความประทับใจ พร้อมกับสายฝนที่โปรยปรายลงมาให้เย็นฉ่ำ ระหว่างทางเลือกซื้อผลไม้ริมทาง (ส้มผลใหญ่ หวานฉ่ำถูกใจ) และเพื่อความเป็นสิริมงคล ต้องไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ และหลวงพ่อพระพุทธชินราชใน อุโบสถไม้สักทอง ที่ วัดหนองหลวง จึงเดินทางกลับเข้าที่พัก รับประทานอาหารมื้อค่ำ ร่วมกิจกรรมสังสรรค์ และพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สาม 06.00 น.ชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้าที่ ดอยหัวหมด เมื่อไปดู จึงได้รู้ว่า เป็นเขาหินปูนที่ทอดแนวยาวติดต่อกันประมาณ 30 กิโลเมตร บนภูเขาแห่งนี้ ไม่มีต้นไม้ใหญ่ มีเพียงต้นหญ้า และดอกไม้ป่า สลับกับโขดหินเป็นระยะๆ โดยมี ดอกเทียนป่า บานสะพรั่งปกคลุมอยู่ทั่วไป

ผู้รู้สันนิษฐานว่าชื่อ ดอยหัวหมด อาจ เพี้ยนคำ มาจาก ดอยหัวหด เนื่องจากบนดอย อากาศค่อนข้างเย็น และมีลมพัดตลอดเวลา การชมพระอาทิตย์ขึ้น และทะเลหมอกยามเช้านี้ ควรไปถึงก่อนเวลา 05.00-06.00 น. มีจุดชมวิวทิวทัศน์ 2 แห่ง จุดแรกบริเวณกิโลเมตรที่ 9 เดินขึ้นภูเขาไปประมาณ 20 นาที จุดสอง อยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 10 ต้องเดินไปอีกประมาณ 5 นาที

กลับมารับประทานอาหารเช้าและ อำลา...อุ้มผาง เก็บสัมภาระพร้อมออกเดินทางไปอำเภอแม่สอด ระหว่างทานแวะเข้าชม น้ำตกพาเจริญ อยู่ในอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ อำเภอพบพระ เกิดจากลำห้วยหลายสายไหลมารวมกับแหล่งซับน้ำบนเขา ไหลลงสู่เบื้องล่างเป็น ชั้นน้ำตกเล็กๆ 97 ชั้น มีน้ำตลอดปี

อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชัน สลับซับซ้อน สูงจากระดับน้ำทะเล 1,765 เมตร (ปานกลาง) สภาพทั่วไปเป็นป่าเบญจพรรณ ป่าเขาสน ทุ่งดอกกระเจียวสีส้ม มดอกขนาดใหญ่และ เป็นดอกไม้ป่าตามธรรมชาติ จะออกดอกมากในช่วงฤดูฝนของทุกปี (กรกฎาคม-ตุลาคม)

ถึงร้านขนมจีนขยุ้ม รับประทานกับ น้ำพริก น้ำยาป่า น้ำยากะทิ แกงไก่ น้ำเงี้ยว ไก่ทอดนุ่มนิ่ม และผักเครื่องเขียงมากมาย เมนูถูกใจคือ สลัดผลไม้หลากรส อร่อย ถูกปาก ถูกใจ เจ้าของร้านและพนักงานอัธยาศัยไมตรีดีเยี่ยม มอบชิ้นงาน เซรามิคสวยงามน่ารัก ให้ทุกคนไว้เป็นของที่ระลึก หลายคนติดใจ จึงอุดหนุนกลับมาเป็นของฝากและของที่ระลึกเป็นจำนวนมาก

เดินทางมาถึงกิโลเมตรที่ 62-63 เนินดินเชิงเขาพระวอ ถนนสายตาก-แม่สอด รถทุกคันจะต้องบีบแตรรถหรือจุดประทัดถวาย เพื่อสักการะศาลเจ้าพ่อพะวอ นักรบผู้หาญกล้าชาวกะเหรี่ยงที่ชาวเมืองตากให้ความเคารพนับถือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงแต่งตั้งให้ พะวอ เป็นนายด่านแม่ละเมา ป้องกันมิให้ข้าศึกเข้ามาถึงเมืองตาก และได้ต่อสู้กับผู้รุกรานจนเสียชีวิตในสนามรบแห่งนี้ ชาวเมืองตากและอำเภอแม่สอด เชื่อกันว่าคราวใดที่บ้านเมืองมีเภทภัยร้ายแรง จะได้ยิน เสียงฝีเท้าม้าของพระวอออกมาย่ำลาดตระเวนไปรอบๆ เมือง เพื่อป้องกันข้าศึกผู้รุกรานเหมือนเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่

ตลาดริมเมย เป็นย่านการค้า ริมฝั่งแม่น้ำเมย จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง สินค้าอุปโภค และบริโภคของไทย พม่า จีน ต่อราคากันตามอัธยาศัย มี ตลาดการค้าอัญมณี หยก ทับทิม พลอยสีที่นำเข้ามาจากสหภาพพม่า และมี แป้งทานาคา ที่ผู้หญิงนิยมมาซื้อเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องสำอางประทินความงามของผิวพรรณ

แม่น้ำเมย พม่าเรียกว่า "แม่น้ำต่องยิน" กั้นเขตแดนประเทศไทยกับสหภาพพม่า ความยาวประมาณ 327 กิโลเมตร มีความแปลก เพราะ กระแสน้ำจะไหลขึ้นไปทางทิศเหนือ ไม่ไหลลงทิศใต้เหมือนแม่น้ำทั่วไป มีต้นกำเนิดอยู่ที่ บ้านแม่มอเกอ ในอำเภอพบพระไหลผ่าน อำเภอแม่สอด อำเภอแม่ระมาด อำเภอท่าสองยาง ไปถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอน แล้วมาบรรจบกับ แม่น้ำสาละวิน ไหลลงสู่ อ่าวมะตะบัน ในเขตสหภาพพม่า

อำเภอแม่สอด มี งานประเพณีวัฒนธรรมชนเผ่า ที่ วัดไทยวัฒนาราม ในวันขึ้นปีใหม่ สาธิตทำข้าวแดง ข้าวยาคู แต่งกายด้วยชุดประจำชนเผ่าทั้ง 5 คือ ชาวไทยใหญ่ ชาวกะเหรี่ยง ชาวพม่า ชาวปะโอ ชาวปะหล่อง มีการแสดงและจำหน่ายสินค้า ขนมจีน-น้ำยาชนเผ่า ข้าวส้ม แปะล่อ แปะจี่ ขนมที่ทำจากถั่วต่างๆ

ชม-ชิม-ช็อป พืชผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์สินค้าเมืองหนาวของชาวเขาเผ่ามูเซอที่ ตลาดมูเซอ พ่อค้าแม่ค้าตัวน้อยพูดจาน่ารัก จนต้องใจอ่อนซื้อของจากพวกเขา และเข้าที่พัก โรงแรมเวียงตาก ริเวอร์ไซด์

มาถึงเมืองตากต้องไปสักการ พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ ศาลพระเจ้าตากสินมหาราช

สุจิตรา จงชาณสิทโธ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. พร้อมด้วย สุรินทร์ ติเพียร ผอ.ททท.ตาก และ แก้วตา รัตโนทัย ผช. ผอ.ททท.ตาก มาร่วมงานเลี้ยงรับรองคณะนักท่องเที่ยวฯ ก่อนไปร่วม พิธีเปิดงานประเพณีลอยกระทงสาย ไหลประทีป 1,000 ดวง ชมการแสดง แสง-สี-เสียง กาลเวลาเล่าขานผ่านสายน้ำ ขบวนแห่ กระทงนำ ประดิษฐ์ตกแต่งด้วยดอกไม้และใบตองสด

งานประเพณีลอยกระทงสายฯ จัดขึ้นที่ ริมสายธาร ลานกระทงสาย เชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี สุจิตรา จงชาณสิทโธ ผอ.ภูมิภาคภาคเหนือ ททท. เป็นผู้แทนท่านผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สุรพล เศวตเศรนี) ร่วมพิธีเปิดงานและอัญเชิญ พระประทีปพระราชทาน จากพระบรมวงศานุวงศ์ (พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณวรีนารัตน์) ลงสู่ แม่น้ำปิง ที่ไหลผ่านจังหวัดตาก

ก่อนจะมีการแข่งขันลอยกระทงสาย 1 วัน ต้องนำกระทงขนาดใหญ่ กระทรงนำ พร้อม กระทงกะลา และกระทงปิดท้าย ออกมาแห่ โดยผู้เข้าร่วมขบวน 100 คนต้องแต่งกายอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย

แสงไฟระยิบระยับ เกิดจาก แสงไฟในกะลาที่ส่องสว่าง ลอยเรียงไปตามร่องน้ำที่สวยงาม เมื่อนำกระทงลงลอยในลำน้ำแม่ปิงที่ไหลผ่านจังหวัดตาก กระทงจะไหลไปตามร่องน้ำ ทำให้ดูเป็นสายยาวต่อเนื่อง เป็นประเพณีที่นำเอา พระพุทธศาสนา ภูมิปัญญาชาวบ้าน มาผนวกกับงานศิลปวัฒนธรรม หลอมรวมกันจนเป็นรูปธรรมที่โดดเด่น ปฏิบัติสืบต่อกันมาโดยพัฒนารูปแบบมาจาการลอยกระทงในชุมชน

กระทงสายเมืองตาก จะใช้กะลามะพร้าว ที่เหลือทิ้งจากการนำ เนื้อมะพร้าว ไปทำ เมี่ยงเมืองตาก (อาหารว่าง) และสินค้าพื้นเมือง OTOP มาเป็นวัสดุ เมื่อถึงเทศกาลลอยกระทง ชาวบ้านจะนำกะลามา ขัดและล้าง ทำความสะอาด เพื่อใช้ทำกระทง และนำ เชื้อเพลิง ที่เตรียมไว้มาใส่ลงในกะลา จุดไฟปล่อยลอยลงไปในแม่น้ำ มีระยะห่างที่เท่าๆ กัน และสม่ำเสมอไปไม่ขาดสาย จึงเป็นที่มาของคำว่า "กระทงสาย"

ธรรมชาติเป็น "ผู้ให้"และไม่เคยทำร้ายใคร การเดินท่องเที่ยวไปตามเส้นทางธรรมชาติ จึงเป็น "ตัวเลือก" ที่เปิดโอกาสให้กับตนเอง ได้สัมผัส "ประสบการณ์แปลกใหม่" เพื่อเติมเต็มความสุขให้ชีวิต