ลมที่พัดหวน..บนลุ่มเจ้าพระยา

วิถีไทย

มีผู้คนไม่น้อยที่พากันไม่เข้าใจ และ เอาแต่โกรธเทวดาที่โปรยสายฝนแรงๆ มาฝากชาวกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรจนอยู่ในสภาพ ถนนกลายเป็นคลอง แม้จะไม่เนืองนองเหมือนปีกลาย แต่ก็ทำเอาหลายคนวิตกจริตคิดมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ

ตราบใดที่แนวคิดเรื่องย้ายเมืองหลวงของเรายังนิ่งเป็นศูนย์ สถานการณ์เช่นนี้จะวนเวียนตามมาหลอนไม่จบไม่สิ้น เชื่อขนมกินได้ ปีหน้า ปีโน้น และปีนู้น คำถามยอดฮิตที่จะกลายเป็นความเคยชินก็คือ น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ หรือไม่

ในเมื่ออดีตอันยาวนานนับ 230 ปี บางกอกก็คือเวนิสแห่งตะวันออก อย่างที่นักสำรวจชาวฝรั่งเศส ชื่อ อังรี มูโอต์ เข้ามาเมืองไทยในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บันทึกว่า

"ไม่ว่าท่านจะไปทำกิจธุระ หรือพักผ่อนหย่อนใจ ท่านต้องไปโดยทางน้ำ แม่น้ำเป็นถนนหลัก ส่วนคลองเป็นถนนซอยที่ท่านลอยเลื่อนไปโดยนอนเอกเขนกอย่างหรูหราอยู่ในท้องเรือของท่าน..."

เสน่ห์ของบางกอกที่สร้างความประทับใจให้กับชาวต่างชาติที่เข้ามาเยือน คือการได้ดื่มด่ำกับทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีพระปรางค์ เจดีย์ วัดวาอาราม เรือ และเรือนแพเรียงรายอยู่เต็มคุ้งน้ำอย่างที่ กองต์ เดอ โบวัวร์ สื่อมวลชนต่างประเทศบรรยายความงดงามที่เขาได้พบเห็นว่า

"พอพ้นโค้งแม่น้ำ เราก็สามารถมองเห็น กรุงเทพได้ทั้งเมือง ข้าพเจ้าไม่คิดว่าในโลกนี้จะมีทิวทัศน์ใดที่จะยิ่งใหญ่ และน่าประทับใจมากกว่านี้ในโลก ความสวยสดงดงามของเมืองเวนิสแห่งเอเชียนี้แผ่กระจายอยู่บนพื้นที่กว่าแปดไมล์..."

เช่นเดียวกับ คาร์ล บอค นักธรรมชาติวิทยาชาวนอร์เวย์ ที่เข้ามาในช่วงฉลองกรุง พ.ศ.2425 ให้ภาพบางกอกไว้ในบันทึกของเขาตอนหนึ่งว่า "แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นทางคมนาคมที่เงียบสงบมาก ตรงหน้าบ้านพักของมิสเตอร์อลาบาสเตอร์ ผู้รับราชการเป็นล่ามประจำพระองค์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีสภาพเหมือนตลาดแถวโคเวนท์การ์เดน คือเป็นตลาดลอยน้ำ มีเรือประมาณ 10 กว่าลำพายไปมา"

ก่อนหน้านี้ แองเจลเบิร์ต แกมเฟอร์ ชาวเยอรมัน ผู้วาดภาพแผนที่แม่น้ำ เขียนถึงเจ้าพระยา เมื่อปี พ.ศ.2233 สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชว่า "แม่น้ำสายนี้ มีน้ำไหลบ่าท่วมฝั่ง ยังความอุดมสมบูรณ์ให้แก่แผ่นดินเหมือนแม่น้ำไนล์ของอียิปต์"

ขณะที่ เซอร์ จอห์น เบาริง ราชทูตอังกฤษที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทย ในพ.ศ.2398 กล่าวว่า "แม่น้ำมีลักษณะงดงาม หนาแน่นด้วยต้นไม้ใบไม้เขียวสดใส ในน้ำมีปลา บนท้องฟ้ามีนก และเมื่อใกล้กรุงเทพ ในยามค่ำเขาก็แลเห็นบ้านเรือน และแสงหิ่งห้อยส่องประกายอยู่วิบวับ"

ด้วยเหตุนี้ เจ้าพระยา จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ดึงดูดใจให้มีแขกมาเยือนอย่างสม่ำเสมอ ทั้งจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ทุกวันนี้โรงแรมระดับห้าดาวที่ขายทัศนียภาพริมเจ้าพระยายามราตรี มีนักท่องเที่ยวเข้าพักเต็มตลอดเวลาอย่างน่าภาคภูมิใจ

ว่าไปแล้ว พวกฝรั่งอาจจะซาบซึ้งในความเป็นเจ้าพระยา สายน้ำที่เปรียบประดุจเส้นโลหิตสำคัญของบางกอกดีมากกว่าคนไทยเสียอีก หลายร้อยปีมาแล้วที่ภาพแม่น้ำเจ้าพระยาปรากฏอยู่บนแผนที่โบราณ ตั้งแต่แบบที่เขียนอย่างหยาบๆ ตามคำบอกเล่า จนค่อยๆ มีรายละเอียดมากขึ้นทีละน้อย เช่น แผนที่ของ ฮอนดิอุส ชาวเบลเยี่ยม ที่พิมพ์ ในพ.ศ.2156 แผนที่เขียนในช่วงกลาง และปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา และแผนที่ที่วาด และพิมพ์ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ส่วนคนไทยความรู้พื้นฐานตั้งแต่ชั้นประถมได้แค่ความเข้าใจตรงกันว่า แม่น้ำเจ้าพระยา เกิดจากแคว 4 สาย คือ ปิง วัง ยม น่าน โดยลำน้ำวัง ไปสมทบกับลำน้ำปิง ที่จังหวัดตาก ลำน้ำยม ไปสมทบกับลำน้ำน่าน ที่จังหวัดนครสวรรค์ แล้วต่างไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำสายใหญ่ ที่ตำบลปากน้ำโพง และตำบลแควใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จากนั้นจึงไหลผ่านจังหวัดต่างๆ ตั้งแต่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพฯ ลงมาจนออกอ่าวไทย ที่สมุทรปราการเป็นจังหวัดสุดท้าย รวมความยาวระยะทาง 360 กิโลเมตร

แม้จะไม่ใช่แม่น้ำสายยาวที่สุดของประเทศไทย แต่เจ้าพระยาเป็นยิ่งกว่าสายโลหิตที่หล่อเลี้ยงชีวิต เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่กลายเป็นสินค้าออกอันดับหนึ่งของโลก เป็นแหล่งอารยธรรม และประเพณีวัฒนธรรม เป็นที่ตั้งของเมืองใหญ่ และราชธานีของประเทศชาติ มีความสำคัญในระดับไม่ต่างไปจากแม่น้ำไนล์ ต้นกำเนิดอารยธรรมของอียิปต์ แม่น้ำแยงซีเกียงของจีน แม่น้ำดานูบของยุโรป แม่น้ำเทมส์ของอังกฤษ

แม่น้ำสายนี้ได้ก่อให้เกิดเส้นทางวัฒนธรรมประเพณีของชุมชนสายน้ำมากมายอันบ่งบอกถึงวิถีชีวิตของชาวไทยในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางได้เป็นอย่างดี อาทิ ประเพณีชักพระ ล่องไปตามลำคลองในวันแรม 2 ค่ำ เดือน 12 อันเป็นที่มาของชื่อ คลองชักพระ เป็นต้น

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นาย เย.โฮมัน วันเดอร์ ไฮเด วิศวกรผู้ชำนาญในวิชาชลประทาน และเป็นเจ้ากรมคลองคนแรก ศึกษาโครงการชักนำน้ำเจ้าพระยาบางตอนที่ชัยนาท มาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ใช้งบประมาณ 60 ล้านบาท จากนั้น ในพ.ศ.2495 สมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี จึงมีการริเริ่มสร้างเขื่อนเจ้าพระยา แล้วเสร็จในอีก 1 ปีต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเขื่อนเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2500

230 ปีมาแล้ว ที่ราชธานีของประเทศไทย มีนามว่า กรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์ฯ นับจากกรุงเทพฯ หรือบางกอก เมืองหลวงที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ ทรงสถาปนาเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อวันเสาร์ที่ 6 เมษายน เดือน5 แรม 9 ค่ำ ปีขาล พ.ศ.2325 อาณาเขตของกรุงเทพฯ ในชั้นแรก ถือเอาแนวคูเมืองเดิมของกรุงธนบุรี คือ แนวคลองหลอด ตั้งแต่ปากคลองตลาด จนออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเกาะรัตนโกสินทร์ ส่วนบริเวณที่สร้างพระราชวังนั้นเดิมเป็นที่อยู่อาศัยของพระยาโชฎึกราชเศรษฐี และชาวจีน ซึ่งได้โปรดเกล้าฯให้ย้ายไปอยู่ที่สำเพ็ง

กรุงเทพมหานครวันนี้ มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล ผู้คนหลั่งไหลกันมาจากทั่วสารทิศจนประมาณการว่า อาจจะมีถึง 12 ล้านชีวิตในยามกลางวัน การตั้งบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างอย่างไร้ทิศทางและฝังเมือง การขาดระเบียบวินัยที่ก่อให้เกิดสภาพรุกล้ำแม่น้ำลำคลอง การทิ้งขยะอย่างปราศจากความรับผิดชอบ จนส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำที่กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ และฟ้องให้เห็นในยามเทวดาพาฟ้าฝนร่วงหล่นลงมาแบบจัดหนัก เมื่อไม่นานมานี้

คงไม่สายเกินไปที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ จะใช้วิสัยทัศน์ 360 องศา ทำให้ราชธานีแห่งนี้ มิใช่เป็นเพียงนครแห่งการอ่าน ในพ.ศ.2556 แต่ยังเป็นเมืองที่ตรึงตราประทับใจของนักท่องเที่ยวที่มาเยือน และเป็นเมืองน่าอยู่ของคนไทย ซึ่งจะมีสายน้ำชื่อ เจ้าพระยา ตลอดไป

ลอยกระทงปีนี้ คนกรุงคงมีความสุขกว่าปีกลายหลายเท่าตัวนัก