ล่องแก่งลำน้ำว้า...ชุ่มช่ำเปียกปอน ตื่นเต้นเร้าใจ

ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

 

1...

ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่ แถลงกับผมว่า "จากกระแสของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในประเทศไทย ที่มีแนวโน้มที่จะขยายตัวสูงในอนาคต ดังนั้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่ ซึ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน และจังหวัดอุตรดิตถ์ จึงได้ร่วมกับชมรมล่องแก่งลำน้ำว้าจังหวัดน่าน สายการบินนกแอร์ และผู้ประกอบการนำเที่ยวในจังหวัดน่าน ร่วมมือกันจัดกิจกรรม "ล่องแก่งเรือยางลำน้ำว้า จังหวัดน่าน" เพื่อกระตุ้นให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยว

...โดยให้เดินทางเชื่อมโยงสู่แหล่งท่องเที่ยวนอกตัวเมือง และเพื่อกระตุ้นให้เกิดจิตสำนึกในการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในความจริงการล่องแก่งลำน้ำว้า...ก็ขายได้อยู่แล้ว แต่เรามองลึกไปอีกว่า จังหวัดน่านอยากได้นักท่องเที่ยว ที่มีแนวความคิดร่วมกับชาวน่าน ในการอนุรักษ์ธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม นอกจากสโลแกนที่ว่า น่าน...เมืองเก่าที่มีชีวิต เรายังอยากบอกแก่นักท่องเที่ยวอีกว่า รักน่าน...รักให้นานนาน รักน่าน...อย่างที่น่านเป็นอยู่ น่านมีธรรมชาติที่สวยงาม น่านมีวัฒนธรรมที่งดงาม

...สำหรับปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่ ได้ร่วมมือกับชมรมผู้ประกอบการ ล่องแก่งลำน้ำว้าจังหวัดน่าน ร่วมเสนอขายรายการนำเที่ยวในราคาเดียวกัน ช่วงระหว่างเดือนตุลาคม 2555 ถึงเดือนมกราคม 2556 และพิเศษสุดสำหรับนักท่องเที่ยว 200 ท่านแรก ที่ซื้อแพ็คเกจล่องแก่งน้ำว้าตอนกลาง จะได้รับสิทธิ์ ซื้อแพ็คเกจในราคาสุดพิเศษ โดยแพ็คเกจท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน ในราคา 3,000 บาทต่อคน จากราคาปกติ 3,500 บาท และแพ็คเกจท่องเที่ยว 1 วัน ราคาเพียง 1,500 บาทต่อคน จากราคาปกติ 1,800 บาท พร้อมรับเสื้อยืดล่องแก่งน้ำว้า จาก ททท. เป็นของที่ระลึกอีกด้วย"

ณ ช่วงเวลาตอนเช้าแถวบ้านสบมาง อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ผมและนักข่าวทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น ที่เสมือนเป็นคณะนักท่องเที่ยวรับเชิญ ให้มาร่วมสัมผัสกับความตื่นเต้นเร้าใจ ด้วยการลงเรือล่องไปตามลำน้ำว้า อันเป็นสายน้ำที่มีแก่งหินมากมาย อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อุทยานแห่งชาติขุนน่าน และอุทยานแห่งชาติแม่จริม จังหวัดน่าน ซึ่งตลอดสายธารของลำน้ำว้านั้น จะทำให้เกิดความหลงใหลในธรรมชาติ หลงรักในกิจกรรมการล่องแก่ง หลงใหลการผจญภัยที่ท้าทาย หรือหลงรักการพักแรมกลางป่าเขา

น้ำว้า...ตอนแรกว่ากันว่าเป็น "น้ำวา" นะครับ คือ ลำน้ำที่มีความกว้างเพียงวาเดียว หลังจากนั้นคงผ่านมาหลายร้อยปี อาจพูดผิดเพี้ยนเลยกลายเป็น "น้ำว้า" แหม่!!! แรกเราก็นึกไปเกี่ยวโยงกับกล้วยเสียนี่ โดยลำน้ำว้าตอนบนแถวอำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน มีระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร ล่องแก่งได้ในระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม ส่วนลำน้ำว้าตอนกลางนั้น เป็นสายน้ำมาบรรจบกันที่บ้านสบมาง มีระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร ล่องแก่งได้ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมิถุนายน และช่วงสุดท้ายเป็นลำน้ำว้าตอนล่าง มีระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร สามารถทำการล่องแก่งได้ตลอดปี

สำหรับในการล่องแก่งลำน้ำว้า จากระยะทางทั้งหมดประมาณ 200 กิโลเมตร แล้วแบ่งกิจกรรมล่องแก่งเป็น 3 ช่วง คือ การล่องแก่งลำน้ำว้าตอนบน ถือเป็นช่วงต้นๆของลำน้ำว้า อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติขุนน่าน เริ่มต้นกิจกรรมตั้งแต่บ้านสะบัน แล้วไปสิ้นสุดอยู่ที่บ้านสบมาง อำเภอบ่อเกลือ โดยมีลักษณะธารน้ำที่ตื้นไม่กว้างมากนัก ขณะที่บางช่วงก็ยังมีความลึกเป็นระยะๆ อีกทั้งมีแก่งโขดหินใต้น้ำติดต่อยาว ทำให้เกิดเป็นกระแสน้ำอันคดเคี้ยวเชี่ยวกราด แล้วยิ่งเพิ่มการไหลวนที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น อันเนื่องมาจากโขดหินขนาดใหญ่ขวางกลาง แต่ในบางช่วงกลับมีลักษณะเป็นน้ำตกสูงชัน ที่มีเบื้องล่างลงไปเป็นกระแสน้ำไหลวน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีทักษะหรือความชำนาญ ในกิจกรรมล่องแก่งเป็นพิเศษเท่านั้น

ส่วนการล่องแก่งลำน้ำว้าตอนล่าง จะเปลี่ยนเป็นการผจญภัยแสนโหด มาเป็นบรรยากาศแบบผ่อนคลายสบาย เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากชิวชิว ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่จริม เริ่มต้นตั้งแต่แถวบ้านน้ำว้า แล้วไปสิ้นสุดที่แถวๆ บ้านหาดไร่ ใช้เวลาในการล่องแก่งประมาณ 4 ชั่วโมง โดยเป็นลำน้ำที่มีความลึกเฉลี่ย 3 เมตร แล้วในช่วงฤดูแล้งน้ำจะใสสะอาด ไหลผ่านเกาะแก่งระดับ 1-3 ทำให้เด็กๆลงเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย จากเกาะแก่งต่างๆ อย่าง แก่งต้นไทร แก่งสาลี่ หรือแก่งหลวง จึงสามารถล่องแก่งลัดเลาะชมความงาม ของทิวทัศน์ทั้งสองฝากฝั่ง ได้อย่างน่าประทับใจ พร้อมมีบริการขี่ช้างพาชมธรรมชาติ

และการล่องแก่งลำน้ำว้าตอนกลาง เหมาะแก่การทำกิจกรรมล่องแก่ง ในช่วงของปลายฝนไปจนต้นฤดูหนาว ซึ่งเราจะได้วัดความกล้าที่แสนท้าทาย กับการล่องแก่งลำน้ำว้าช่วงตอนนี้ละ เราจึงขอเริ่มต้นด้านความปลอดภัยกันก่อน โดยมี น้าหมุน-สมุน มูลมา ประธานชมรมล่องแก่งน้ำว้า มาให้ความรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัว โดยข้อปฏิบัติในการล่องแก่งน้ำว้า ควรเริ่มต้นด้วยจิตใจและร่างกายที่สมบูรณ์ ใส่หมวกนิรภัยและสวมเสื้อชูชีพให้พอดีตัว สำหรับการแต่งกายของนักท่องเที่ยว ควรเป็นเสื้อเนื้อเบาแขนยาวกระชับตัว แล้วไม่ควรซับน้ำหรือที่สามารถแห้งได้ไว ส่วนกางเกงควรกระชับตัวเล็กน้อย จะเป็นขาสามส่วนหรือขายาวก็ได้ ที่สำคัญเลี่ยงพวกกางเกงยีนส์ กางเกงที่มีกระเป๋ามากๆ หรือกางเกงที่เป็นผ้าอมน้ำ รองเท้าใส่ในขณะล่องแก่ง ควรเลือกที่มีน้ำหนักเบา ไม่อุ้มน้ำ มีสายรัดส้นเท้า เพื่อไม่ให้หลุดหายไปกับสายน้ำ นอกจากนั้นควรมีถุงมือไว้พายเรือ สวมหมวกมีปีก ก่อนสวมหมวกนิรภัย มีถุงกันน้ำไว้ใส่สัมภาระ ใครที่ใส่แว่นตาควรมีสายรัดแว่น อ้อ!!! สาวๆอย่าลืมครีมกันแดดด้วยนะ

นอกจากนั้นน้าหมุนเสริมเรื่องทักษะ และการช่วยเหลือตัวเองในการล่องแก่ง ว่า นักท่องเที่ยวควรมีทักษะพายเรือได้ ด้วยในการล่องแก่งตามที่อื่นๆ ยามที่เรือยางลงจากแก่งเมื่อใด จะเก็บพายแล้วเกาะเชือกให้แน่น แต่การล่องแก่งเรือยางลำน้ำว้า ยามที่เรือลงจากแก่งเมื่อใดก็ตาม ต้องร่วมด้วยช่วยกันพายเรือ เพื่อให้ผ่านจากแก่งน้ำวนไปให้ได้ เพราะตามแก่งน้ำจะมีกระแสน้ำไหลวน เป็นน้ำวนเหมือนน้ำในเครื่องซักผ้า จะพาวนโผล่ขึ้นแล้ววนกดลงไปอีก ทว่าก็ไม่ทำให้ถึงแก่เสียชีวิตได้ มากสุดเพียงทำให้ตกใจและสำลักน้ำ

หากมีการพลัดตกไปจากเรือยาง อันดับแรกต้องตั้งสติให้ได้ แล้วมองไปรอบๆทิศทางว่า เราอยู่ใกล้ฝั่งหรือใกล้กับเรือ หากอยู่ใกล้กับเรือก็ว่ายเข้าหาเรือ เพื่อนๆก็จะช่วยดึงขึ้นเรือได้เลย โดยระหว่างที่ถูกดึงตัวขึ้น จะต้องไขว้มือจับไว้ที่คอเสื้อชูชีพ เพื่อไม่ให้เสื้อชูชีพรัดคอเรา ขณะที่กำลังถูกดึงตัวขึ้นมา พร้อมกับเด้งตัวช่วยอีกแรงหนึ่งด้วย หรือกรณีเห็นว่าอยู่ใกล้ฝั่งน้ำ ก็ให้ว่ายเข้าสู่ฝั่งให้เร็วที่สุด ในขณะที่กำลังตกอยู่ในกระแสน้ำ จะต้องพยายามลอยตัวอยู่เหนือผิวน้ำ ให้ลำตัวอยู่ในท่านอนหงาย ยกขาทั้งสองข้างขึ้นในระดับผิวน้ำ

ขณะที่กำลังถูกกระแสน้ำพัดพาไป ควรเหยียดขาตรงไปตามกระแสน้ำไหล แล้วค่อยๆเตะขาทั้งสองข้างในน้ำ เพื่อช่วยชะลอความเร็วของกระแสน้ำที่พัด ที่สำคัญไม่ควรงอเข่าหรือนอนคว่ำหน้า เพราะอาจทำให้ร่างกายของเรา ไปกระทบกระแทรกกับสิ่งที่อยู่ใต้น้ำได้ แต่หากไม่มีโอกาสว่ายน้ำเข้าหาฝั่งได้จริงๆ พยายามหาที่ยึดเกาะให้มั่น เพื่อรอการช่วยเหลือหรือเรือมารับ กระทั่งกำลังตกอยู่ในช่วงน้ำเชี่ยวกราด ก็ไม่ควรรีบว่ายเข้าไปเกาะเรือ ด้วยกระแสน้ำพัดพาเรือด้วยความเร็ว อาจรับอันตรายจากโขดหินหรือกิ่งไม้ก็ได้

การพายเรือล่องตามไปแก่งนั้น จะต้องคอยดูหรือสังเกตเรื่องกระแสน้ำ อย่างหากเห็นกระแสน้ำเป็นตัววีหงาย จะต้องพายเข้าตรงตัวแหลมๆให้ได้ ถ้าพายเรือลงไปทางด้านข้าง เรืออาจสะบัดให้ตกน้ำไปได้ แล้วเรือก็จะขวางลงมาจากแก่ง ทำให้เรืออาจเกิดการพลิกคว่ำในที่สุด ซึ่งในการนำเรือลงมาจากแก่งนั้น ทางด้านนายท้ายเรือและคนพายหัวเรือ จะต้องบังคับเรือให้ลงจากแก่งตรงๆ ถ้าหากเรือลงมาทางด้านขวาง จะทำให้เรือเสียหลักการทรงตัวได้ หากเมื่อนายท้ายเล็งเห็นว่า ไม่สามารถพายเรือมุ่งตรงไปได้แล้ว จะหักเอาหน้าเรือชนกับแก่งทันทีเลย เรือก็จะหมุนตัวออกมาได้เองโดยไม่คว่ำ

หลังจากเสร็จสิ้นความวุ่นวาย ในการจัดสรรคนลงในเรือยาง เราถึงได้เริ่มลองเรือไปตามลำน้ำว้า โดยมี ลุงพิทักษ์...เป็นนายท้ายที่มีความสุขุม กรานต์-สงกรานต์...รับตำแห่งนายหัวเรือ และ น้องโต้ง...ผู้ช่วยหัวเรือที่มีแรงดีเกิน ส่วนสมาชิกในเรือนอกจากตัวผมแล้ว ยังมีผองเพื่อนที่สนิทอีก 3 ชีวิต ได้แก่ หนุ่มนุ สาวแนน และสาวปุ้ย ที่ต้องร่วมแรงใจสามัคคีกันตลอดทาง ซึ่งตามปกติคนในลำเรือไม่ควรเกิน 5 คน โดยเรือทั่วไปมีความยาวสี่เมตรยี่สิบ กับความยาวสามเมตรเก้าสิบ แต่ส่วนใหญ่ใช้เรือขนาดสามเมตรเก้าสิบกัน อายุการใช้งานของเรือราว 3 ปี กับราคาซื้อมาเฉลี่ยหกหมื่นกว่าบาท

โปรดอ่านต่อฉบับหน้า