Coffee or tea?...ถ้วยนี้เพื่อสุขภาพ

อยู่ดี มีสุข

เครื่องดื่มถ้วยโปรดของคนส่วนใหญ่ทั้ง morning drink และ afternoon drink ยังไงก็หนีไม่พ้น ชา หรือกาแฟเป็นแน่แท้ จะเรียกว่าเป็นเครื่องดื่มสากลยอดนิยมของโลกก็คงไม่ผิดนัก ขนาดคุณนางฟ้าประจำสายการบินต่างๆ ยังต้องมีคำถามยอดฮิตสำหรับผู้โดยสารว่า coffee or tea? ... or me? (คำหลังนี่เติมกันขำๆมากกว่านะคะ) แต่ถึงจะเป็นเครื่องดื่มที่ติดกันงอมแงมขนาดนี้ คนส่วนใหญ่ก็ยังเข้าใจว่า มันเป็นเพียงเครื่องดื่มกระตุ้นให้ประสาทตื่นตัว หายง่วง โดยเฉพาะกาแฟ ซึ่งไม่มีประโยชน์อื่นใด ทั้งยังจะมีโทษเสียด้วยซ้ำ

แต่สิ่งที่คุณจะอ่านต่อไปนี้ ถือเป็นข่าวดีที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อน นั่นก็คือมีการศึกษาวิจัยที่ยืนยันแล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นชา หรือกาแฟ ล้วนมีคุณค่าทางโภชนาการเหมือนกันนะคะ เพราะในชาและกาแฟก็มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้แข็งแรงและสุขภาพดี

เอ! แต่ถ้าหากมันมีประโยชน์ทั้งสองอย่าง แล้วเราควรจะเลือกดื่มชาหรือกาแฟดีล่ะ ก่อนตัดสินใจ มาดูก่อนว่าคุณค่าแบบไหนที่คุณต้องการ

เลือกชาเขียว หากสิ่งที่คุณต้องการคือ...

พลังอึดและหุ่นที่ผอมเพรียว : ถ้าคุณเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความฟิตของร่างกาย ขอแนะนำชามัทฉะ ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการนำใบชาเขียวมาอบและบดให้เป็นผง เคยมีการศึกษาในญี่ปุ่นที่ค้นพบว่า การบริโภคสารสกัดจากใบชาเขียว (GTE) เป็นประจำจะช่วยให้มีพลังความอดทน สามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น นอกจากนั้นยังมีการศึกษาที่พบว่าผู้ที่บริโภค GTE แล้วตามด้วยการออกกำลังกายในระดับปานกลางจะเผาผลาญไขมันหน้าท้องได้เพิ่มขึ้นมากกว่าคนที่ออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว

อายุยืน : การดื่มชาเป็นประจำทุกวันจะช่วยยืดอายุให้ยืนยาวขึ้นได้ ข้อสันนิษฐานนี้ไม่ได้พูดกันลอยๆ นะคะ แต่มีผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์ Journal of the American Medical Association พบว่าการดื่มชาเขียวเป็นประจำ (5 ถ้วยหรือมากกว่าต่อวัน) ช่วยให้อัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุลดลง

ฟันแข็งแรง : ชาเขียวยังจะช่วยให้สุขภาพของฟันและเหงือกแข็งแรง มีการศึกษาของญี่ปุ่นพบว่า การดื่มชาเขียวมากกว่าวันละ 1 แก้ว ช่วยป้องกันโรคเหงือกอักเสบ และช่วยรักษาสุขภาพฟันให้แข็งแรง

ห่างไกลอนุมูลอิสระ : ชาเขียวเป็นราชาแห่งสารต้านอนุมูลอิสระ สารที่ช่วยปกป้องเซลล์จากผลกระทบของสารอนุมูลอิสระ ชาในรูปแบบอื่น หรือกาแฟ ก็มีสารต้านมะเร็ง (ที่เรียกว่า สารโพลีฟีนอล) อยู่มากเช่นกัน

เลือกกาแฟ หากสิ่งที่คุณต้องการคือ...

ป้องกันสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์) : การดื่มกาแฟ 3 ถ้วยต่อวัน จะช่วยควบคุมโรคอัลไซเมอร์ได้ในระดับหนึ่ง มีผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Alzheimer's Disease ว่า ผู้สูงอายุที่เริ่มมีอาการหลงๆ ลืมๆ อันเนื่องมาจากอาการสมองเสื่อมอย่างอ่อนๆ หรือ Mild Cognitive Impairment (MCI) ที่ได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่เหมาะสมจะมีการพัฒนาของโรคไปสู่อาการสมองเสื่อมอย่างแท้จริงช้ากว่าคนที่ไม่ได้ดื่มกาแฟหลายปีทีเดียว

ป้องกันโรคซึมเศร้า : การศึกษาที่ทำขึ้นโดย Harvard School of Public Health พบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคซึมเศร้าน้อยกว่าคนที่ไม่ดื่มกาแฟเลย โดยระบุอีกด้วยว่า การดื่มกาแฟวันละ 4 แก้ว จะทำให้ร่างกายได้รับปริมาณคาเฟอีนเพียงพอที่จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคซึมเศร้าในผู้หญิงได้มากถึง 20 เปอร์เซ็นต์

ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ : ดื่มกาแฟอย่างน้อยวันละ 2 ถ้วย จะช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมองได้ มีรายงานการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารของสมาคมโรคหัวใจของอเมริกาว่า เครื่องดื่มที่มีรสขมช่วยให้ความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในผู้หญิงลดลง 25 เปอร์เซ็นต์

เสริมคุณค่าอาหารที่จำเป็นให้ร่างกาย : กาแฟเป็นแหล่งของสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกายหลายชนิด โดยเฉพาะ โปแตสเซียม แมกนีเซียม และไนอาซิน

แต่ถ้าไม่อยากเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง คุณก็สามารถจะดื่มทั้งชาและกาแฟ เพื่อให้ได้ประโยชน์จากทั้งสองอย่าง ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด เพราะการศึกษาทั้งหลายทั้งมวลต่างชี้ชัดว่า เครื่องดื่มทั้งสองอย่างนี้ช่วยลดความเสี่ยงของร้ายต่างๆได้ เช่น โรคหัวใจ มะเร็งหลายชนิด โรคพากินสัน และความผิดปกติที่เกี่ยวกับระบบประสาทอื่นๆ รวมถึงเบาหวานชนิดที่ 2

แต่อย่าลืมว่า...

ที่กล่าวมาก็คือประโยชน์อันน่าอัศจรรย์ของคาเฟอีน แต่แน่นอนว่าผลในทางลบก็มีเช่นเดียวกัน

คาเฟอีนกินแล้วติด ยิ่งกินนานไปเราก็จะยิ่งเพิ่มความเข้มขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้มีโอกาสที่จะเป็นความดันสูง เพิ่มความวิตก กระวนกระวาย และนอนไม่หลับในคนที่มีแนวโน้มที่จะมีอาการเหล่านี้อยู่แล้ว กาแฟมาตรฐานทั่วไป จะมีปริมาณคาเฟอีนมากกว่าในชาเขียวถึง 3 เท่า ดังนั้น ผู้ที่กลัวว่าจะบริโภคมากเกินจนทำให้เกิดการกระตุ้นมากเกินไป หันมาดื่มชาเขียว หรือกาแฟสกัดคาเฟอีน (decaf) แทนก็น่าจะดีกว่านะคะ

สุดท้าย แต่ยังไม่ท้ายสุด มีเรื่องแปลกๆเกี่ยวกับกาแฟมาบอกเล่าคอกาแฟกันด้วยละค่ะ

- ด้วยเหตุที่บราซิลเป็นประเทศผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก บราซิลเลยพยายามคิดหาวิธีที่จะนำกาแฟที่มีอยู่มากมายในประเทศไปทำอย่างอื่น รวมถึงนำไปผลิตเป็นพลาสติก!!!

- สถิติโลกบันทึกไว้ว่า มีคนที่กินกาแฟได้มากที่สุดถึง 82 ถ้วย ในเวลา 7 ชั่วโมง

- ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการแข่งขันดื่มกาแฟระหว่างทหารเหล่าทัพต่างๆ ผลปรากฏว่า ทัพลูกนาวีดื่มได้มากที่สุด คือ 20 ถ้วยต่อวัน

- ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อังกฤษได้ปิดล้อมเยอรมันทางทะเลทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารเป็นอย่างมาก รวมถึงกาแฟ กองทัพเยอรมันจึงต้องใช้วิธีทิ้งระเบิด "coffee bomb" ซึ่งก็คือการหย่อนถุงกาแฟลงมาจากเครื่องบินให้กับประชาชนที่มาประท้วงรัฐบาล

- ที่เกาะสตาเตน มีเจ้าของภัตตาคารแห่งหนึ่งดื่มกาแฟถึงวันละ 50 ถ้วย

- ชาวนอร์เวย์เป็นชนชาติที่ดื่มกาแฟต่อคนมากที่สุดในโลก ส่วนอเมริกามาเป็นอันดับที่ 12

- สถานที่เดียวในอเมริกาที่เป็นแหล่งปลูกกาแฟได้ก็คือ เกาะฮาวาย